
ณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง ในยุคสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงดำรงเพศเป็นพระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ผู้ทรงภูมิปัญญา นามว่า สารัททะ ภรรยาของท่านคือ นางปทุมวดี ผู้เลอโฉมและเปี่ยมด้วยคุณธรรม ทั้งสองครองเรือนอยู่ด้วยความรักและความเข้าใจอันบริสุทธิ์
วันหนึ่ง ในยามที่ม่านเมฆหมอกปกคลุมท้องฟ้า และสายฝนโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย เสียงฟ้าคะนองกึกก้อง ชวนให้ใจหวั่นไหว นางปทุมวดีผู้มีครรภ์แก่ใกล้คลอด รู้สึกเจ็บท้องอย่างรุนแรง นางร้องคร่ำครวญด้วยความปวดร้าว สารัททะพราหมณ์ผู้เป็นสามี เห็นดังนั้นก็ตกใจยิ่งนัก
"แม่หญิง! เจ้าเป็นอะไรไป?" สารัททะรีบประคองนางพลางถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน
นางปทุมวดีพยายามสูดลมหายใจลึก ๆ กลั้นน้ำตาที่ไหลริน
"ท่านพี่... ดิฉัน... ดิฉันปวดท้องเหลือเกิน... สงสัยว่า... ใกล้จะถึงกำหนดแล้วเจ้าค่ะ..."
สารัททะพราหมณ์ใจหายวาบ เขาคิดถึงความทุกข์ทรมานของภรรยา และความกังวลต่อชีวิตน้อย ๆ ที่กำลังจะลืมตาดูโลก ท่ามกลางสภาพอากาศอันเลวร้ายนี้ เขาไม่อาจหามิตรหรือหมอหลวงมาช่วยได้ในทันที
ด้วยความรักและความเป็นห่วง สารัททะพราหมณ์ตัดสินใจด้วยตนเอง เขาจัดหาผ้าสะอาด และเครื่องมือเท่าที่มี เตรียมพร้อมสำหรับการคลอดบุตรที่กำลังจะมาถึง เขาปลอบประโลมนางปทุมวดีด้วยคำพูดอันอ่อนโยน อ้อนวอนให้นางอดทน
"แม่หญิงจงอย่ากลัวเลย สารัททะผู้นี้จะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ เจ้าจงตั้งสติ อดทนอีกนิดนะ ดวงใจของข้า"
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า เสียงร้องของนางปทุมวดีดังเป็นระยะ ๆ สารัททะพราหมณ์ทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยภรรยา เขาคอยประคอง เช็ดเหงื่อ และคอยให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง จนกระทั่ง... เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยก็ดังขึ้น ช่างเป็นเสียงที่ปลอบประโลมหัวใจของพ่อแม่ที่เหน็ดเหนื่อยยิ่งนัก
สารัททะพราหมณ์ดีใจจนน้ำตาไหล เขาอุ้มลูกน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกด้วยความรัก ความภาคภูมิใจ เขาตั้งชื่อบุตรชายว่า "มหาปทุมะ" ด้วยหวังว่าบุตรของเขาจะเติบโตขึ้นเป็นผู้มีบุญญาธิการดุจดอกบัวอันประเสริฐ
วันเวลาล่วงเลยไป มหาปทุมะเติบโตขึ้นเป็นเด็กหนุ่มรูปงาม เฉลียวฉลาด และมีความสามารถรอบด้าน สารัททะพราหมณ์และนางปทุมวดีเลี้ยงดูบุตรด้วยความรักทะนุถนอม และสั่งสอนให้ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรม
เมื่อมหาปทุมะเติบใหญ่พอที่จะออกไปแสวงหาความรู้ สารัททะพราหมณ์ได้สั่งสอนศิลปวิทยาการต่าง ๆ แก่บุตรอย่างเต็มที่ ทั้งโหราศาสตร์ เวทมนตร์คาถา และการปกครอง
"ลูกเอ๋ย โลกภายนอกนั้นเต็มไปด้วยสิ่งที่เราไม่คุ้นเคย เจ้าจงใช้ปัญญาของเจ้าให้เป็นประโยชน์ อย่าหลงไปกับกิเลสตัณหา จงเป็นคนดี มีเมตตา และช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ"
วันหนึ่ง มีข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วแคว้นว่า มีเศรษฐีผู้หนึ่งมีทรัพย์สินมหาศาล อาศัยอยู่ในเมืองอันไกลโพ้น แต่กลับมีบุตรชายเพียงคนเดียวที่นิสัยเกเร ชอบสุรุ่ยสุร่าย และมีแนวโน้มที่จะนำพาตระกูลไปสู่ความฉิบหาย
สารัททะพราหมณ์ได้ยินข่าวนี้ด้วยความกังวลใจ เขาจึงปรึกษานางปทุมวดี
"แม่หญิง เราควรจะทำอย่างไรดี? ข่าวเศรษฐีผู้นั้นน่าเป็นห่วงยิ่งนัก หากบุตรของเขายังเป็นเช่นนี้ต่อไป ทรัพย์สมบัติมหาศาลก็จะสูญเปล่า"
นางปทุมวดีครุ่นคิดสักครู่แล้วตอบ
"ท่านพี่ หากเราจะช่วยผู้อื่นได้ ก็จงรีบทำเถิดค่ะ ดิฉันเห็นว่าควรจะให้มหาปทุมะของเราไปช่วยอบรมสั่งสอนบุตรชายของเศรษฐีผู้นั้นเสีย"
สารัททะพราหมณ์เห็นด้วยกับภรรยา เขาจึงเรียกมหาปทุมะมาพบ
"พ่อมหาปทุมะ บิดาเห็นว่าเจ้ามีความรู้ความสามารถและมีคุณธรรมอันดีงาม บัดนี้มีเศรษฐีผู้หนึ่งกำลังมีปัญหาใหญ่เกี่ยวกับบุตรชายของเขา หากเจ้าเต็มใจจะไปช่วยอบรมสั่งสอนบุตรชายของเขา บิดาก็จะยินดี"
มหาปทุมะรับฟังคำของบิดาด้วยความเคารพ
"ลูกยินดีเจ้าค่ะท่านพ่อ หากการกระทำของลูกจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นได้ ลูกพร้อมที่จะทำ"
ด้วยเหตุนี้ สารัททะพราหมณ์จึงมอบทรัพย์สินและของกำนัลอันมีค่าให้แก่มหาปทุมะ พร้อมทั้งมอบคำแนะนำในการเดินทางและการปฏิบัติตน มหาปทุมะกราบลาบิดามารดา และออกเดินทางไปยังเมืองของเศรษฐี
เมื่อมหาปทุมะเดินทางไปถึงเมืองของเศรษฐี เขาได้เข้าพบเศรษฐีเพื่อแจ้งความประสงค์
"ท่านเศรษฐี ข้าพเจ้าชื่อมหาปทุมะ มาจากเมืองมคธ ได้ทราบข่าวถึงปัญหาของท่านเกี่ยวกับบุตรชาย ข้าพเจ้าใคร่ขออาสาช่วยเหลือท่านในการอบรมสั่งสอนบุตรชายของท่าน"
เศรษฐีผู้มีสีหน้ากังวลใจ มองดูมหาปทุมะด้วยความแปลกใจ
"ท่านหนุ่มน้อย ท่านแน่ใจหรือ? บุตรชายของข้าพเจ้านั้นเอาแต่ใจตนเอง ไม่เคยเชื่อฟังใคร และใช้ชีวิตไปวัน ๆ ข้าพเจ้าได้พยายามทุกวิถีทางแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จ"
มหาปทุมะตอบด้วยความมั่นใจ
"ท่านเศรษฐี โปรดวางใจเถิด ข้าพเจ้าจะพยายามอย่างเต็มที่"
เศรษฐีจึงตอบตกลง และพาไปพบกับบุตรชายของตน ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาดี แต่แววตาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง และไม่แยแสต่อสิ่งใด
มหาปทุมะเริ่มการอบรมสั่งสอนบุตรชายเศรษฐีด้วยความอดทน เขาไม่ได้ใช้การบังคับหรือการข่มขู่ แต่ใช้วิธีการพูดคุยด้วยเหตุผล และยกตัวอย่างบุคคลผู้ประสบความสำเร็จจากการประพฤติตนดี
ในตอนแรก บุตรชายเศรษฐีไม่ยอมรับฟังเลย เขายังคงทำตัวเหมือนเดิม หัวเราะเยาะ และไม่ให้ความร่วมมือ
"เจ้าเป็นใครกัน ถึงกล้ามาสอนข้า? ข้ามีทุกอย่างที่ต้องการ ไม่ต้องให้ใครมาชี้นำ"
มหาปทุมะไม่ท้อถอย เขาพยายามเข้าหาบุตรชายเศรษฐีด้วยความเข้าใจ เขาพยายามสังเกตสิ่งที่บุตรชายเศรษฐีสนใจ และหาทางเชื่อมโยงการอบรมสั่งสอนเข้ากับสิ่งเหล่านั้น
หลายครั้ง มหาปทุมะต้องเผชิญกับความดื้อรั้นและคำพูดที่เสียดสีของบุตรชายเศรษฐี แต่เขาก็อดทน และไม่เคยแสดงความโกรธ
วันหนึ่ง ขณะที่มหาปทุมะกำลังสอนเรื่องความสำคัญของทรัพย์สินและการรู้จักใช้จ่ายอย่างมีคุณค่า บุตรชายเศรษฐีกลับพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน
"ท่านสอนเรื่องเงินทองได้อย่างไร ในเมื่อท่านเองก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมาย"
มหาปทุมะยิ้มอย่างสงบ
"ทรัพย์สมบัติที่แท้จริงนั้น ไม่ได้อยู่ที่ปริมาณของเงินทอง แต่อยู่ที่การรู้จักใช้มันให้เกิดประโยชน์ และการมีจิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่างหากเล่า"
จากนั้น มหาปทุมะได้เล่าเรื่องราวของตนเอง ตั้งแต่สมัยที่บิดามารดาของเขายังไม่ได้ร่ำรวย แต่ก็สามารถอบรมสั่งสอนเขาให้เป็นคนดี มีความรู้ และประสบความสำเร็จในชีวิตได้
เรื่องราวของมหาปทุมะ ทำให้บุตรชายเศรษฐีเริ่มเกิดความรู้สึกบางอย่าง เขาไม่เคยได้ยินใครพูดถึงการมีชีวิตที่มีความหมายนอกเหนือจากความสะดวกสบาย
มหาปทุมะยังคงสอนเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ความสำคัญของการทำงานหนัก การช่วยเหลือสังคม และการรู้จักประมาณตน
ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป บุตรชายเศรษฐีเริ่มเปิดใจรับฟัง เขาเห็นถึงความจริงใจ ความอดทน และความรู้ที่มหาปทุมะมี เขารู้สึกประทับใจในความดีของมหาปทุมะ และเริ่มมองเห็นว่าชีวิตที่ผ่านมาของตนนั้นว่างเปล่าเพียงใด
วันเวลาผ่านไปหลายเดือน บุตรชายเศรษฐีเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากคนที่เคยเย่อหยิ่งและไม่แยแส ตอนนี้เขากลายเป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตน ตั้งใจเรียนรู้ และเริ่มช่วยงานของบิดา
เศรษฐีดีใจเป็นอย่างยิ่ง เขารู้สึกขอบคุณมหาปทุมะอย่างสุดซึ้ง
"ท่านมหาปทุมะ ข้าพเจ้าไม่รู้จะขอบคุณท่านอย่างไร บุตรชายของข้าพเจ้าเปลี่ยนไปเป็นคนละคนได้อย่างน่าอัศจรรย์"
มหาปทุมะกล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม
"ท่านเศรษฐี สิ่งที่สำคัญที่สุดคือบุตรชายของท่านได้พบหนทางที่ถูกต้องแล้ว ข้าพเจ้าเพียงแต่ทำหน้าที่ของตนเท่านั้น"
เมื่อเห็นว่าภารกิจสำเร็จลุล่วง มหาปทุมะจึงขออนุญาตเดินทางกลับ
เศรษฐีได้มอบทรัพย์สินเงินทองจำนวนมหาศาลให้แก่มหาปทุมะเป็นการตอบแทน แต่มหาปทุมะรับไว้เพียงเท่าที่จำเป็น และนำส่วนที่เหลือไปบริจาคให้แก่ผู้ยากไร้
เมื่อมหาปทุมะกลับมาถึงบ้าน สารัททะพราหมณ์และนางปทุมวดีก็ดีใจเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาภูมิใจในตัวบุตรชายที่ได้ทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น
เรื่องราวของสารัททะพราหมณ์ผู้ทรงปัญญา ที่อบรมสั่งสอนบุตรให้เป็นผู้มีคุณธรรม และมหาปทุมะผู้มีจิตใจดีงาม ที่เดินทางไปช่วยเหลือบุตรชายเศรษฐีให้กลับตัวกลับใจ ก็เป็นที่เลื่องลือไปทั่ว
การเสียสละและการช่วยเหลือผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอบรมสั่งสอนผู้ที่หลงผิดให้กลับสู่ทางที่ถูก เป็นการกระทำอันประเสริฐที่นำมาซึ่งความสุขและความเจริญ ทั้งต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคม
พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญบารมี คือ ปัญญาบารมี และ เมตตาบารมี
— In-Article Ad —
การเสียสละและการช่วยเหลือผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอบรมสั่งสอนผู้ที่หลงผิดให้กลับสู่ทางที่ถูก เป็นการกระทำอันประเสริฐที่นำมาซึ่งความสุขและความเจริญ ทั้งต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคม
บารมีที่บำเพ็ญ: พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญบารมี คือ ปัญญาบารมี และ เมตตาบารมี
— Ad Space (728x90) —
112เอกนิบาตอัคคปัตตชาดก ณ กรุงสาวัตถีอันเจริญ มีท่านเศรษฐีผู้มั่งคั่งนามว่า อัคคปัตตะ ท่านเป็นผู้มีจิตใจเอื้อเฟ...
💡 การให้ทานที่แท้จริงคือการให้ชีวิต ให้ความรู้ และให้โอกาส ซึ่งเป็นการสร้างบุญกุศลที่ยั่งยืน
33เอกนิบาตในอดีตกาล นานมาแล้ว เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร กษัตริย์ผู้ทรงเปี่ยมล้นด้วยพ...
💡 การเสียสละทรัพย์สินอันมีค่า เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น แม้แต่สัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยาก ย่อมเป็นเครื่องแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณและบุญบารมีอันยิ่งใหญ่ การให้ทานด้วยจิตอันบริสุทธิ์ ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญรุ่งเรือง
8เอกนิบาตมหาสุตโสมชาดก ในสมัยพุทธกาล ขณะที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน เมืองสาวัตถี ท...
💡 กามคุณเป็นสิ่งลวงตา นำมาซึ่งความทุกข์ หากไม่รู้จักประมาณตนและยับยั้งชั่งใจ
457เอกาทสกนิบาตสุวรรณหังสชาดกณ ดินแดนอันสงบสุขแห่งหนึ่ง มีป่าหิมพานต์อันเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าสัตว์นานาชนิด ในป่า...
💡 ความเมตตากรุณาและการช่วยเหลือผู้อื่น นำมาซึ่งความสุขและการอยู่รอด.
215ทุกนิบาตกุกกุรชาดก ณ แคว้นมคธ อันเป็นแผ่นดินที่รุ่งเรืองด้วยพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในสมัยพุทธกา...
💡 การทำความดีนั้น ย่อมมีอุปสรรคเข้ามาขัดขวางเสมอ แต่ผู้ที่มีจิตใจมั่นคง ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก ย่อมสามารถก้าวข้ามผ่านไปได้ และผลแห่งความดีนั้น จะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญที่แท้จริง
85เอกนิบาตมหาอุตรชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันเป็นปึกแผ่นและร่มเย็นภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพร...
💡 ความเมตตา กรุณา และการเสียสละ คือสิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินชีวิต การช่วยเหลือผู้อื่นที่ตกทุกข์ได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตใดก็ตาม ย่อมเป็นการบำเพ็ญบารมีที่ประเสริฐ และนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง
— Multiplex Ad —