
ณ นครอันรุ่งเรืองแห่งหนึ่ง มีคหบดีผู้หนึ่งนามว่า 'สิงคาละ' เขาเป็นคนร่ำรวย มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย แต่เป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว ไม่เคยคิดจะช่วยเหลือผู้อื่น หรือทำบุญทำกุศลใดๆ เลย
ทุกๆ วัน สิงคาละจะตื่นแต่เช้ามืด แล้วออกไปอาบน้ำที่แม่น้ำทันทีที่แสงอาทิตย์เริ่มสาดส่อง เขาจะประแป้ง ทัดดอกไม้ และแต่งกายด้วยอาภรณ์อันหรูหรา เพื่อไปไหว้ทิศทั้งหก
เมื่อมีคนถามว่า "ท่านสิงคาละ ท่านกำลังทำอะไรอยู่"
สิงคาละจะตอบอย่างภาคภูมิใจว่า "ข้ากำลังไหว้ทิศทั้งหกอยู่"
คนเหล่านั้นก็งุนงง ไม่เข้าใจว่าการไหว้ทิศทั้งหกนั้นคืออะไร
สิงคาละจึงอธิบายว่า "ทิศทั้งหกนั้น ได้แก่ ทิศเบื้องหน้า คือ บิดามารดา, ทิศเบื้องหลัง คือ ภรรยาและบุตร, ทิศเบื้องขวา คือ ครูอาจารย์, ทิศเบื้องซ้าย คือ มิตรสหาย, ทิศเบื้องล่าง คือ ทาสและคนรับใช้, และทิศเบื้องบน คือ สมณพราหมณ์ผู้ทรงศีล"
เขาอธิบายต่อไปว่า "ข้าเคารพและเลี้ยงดูบิดามารดาอย่างดี, ข้าให้ความรักและความเอาใจใส่แก่ภรรยาและบุตร, ข้าให้ความเคารพและเชื่อฟังครูบาอาจารย์, ข้ามอบมิตรภาพอันดีให้แก่เพื่อนฝูง, ข้าดูแลและให้ความเป็นธรรมแก่คนรับใช้, และข้าให้ทานแก่สมณพราหมณ์ผู้ทรงศีล"
แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิงคาละไม่ได้ทำเช่นนั้นเลย เขาปฏิบัติต่อบิดามารดาอย่างเย็นชา, ทอดทิ้งภรรยาและบุตร, ไม่ให้ความเคารพครูอาจารย์, คบหากับคนพาล, ทรมานคนรับใช้, และไม่เคยคิดจะให้ทานแก่สมณพราหมณ์
การไหว้ทิศทั้งหกของเขานั้น เป็นเพียงการกระทำที่ฉาบฉวยเพื่อหลอกลวงผู้อื่น
วันหนึ่ง ขณะที่สิงคาละกำลังจะไปไหว้ทิศทั้งหกตามปกติ พระโพธิสัตว์ ซึ่งในชาตินี้ทรงอุบัติเป็น 'สิงคาละ' อันเป็นบุตรของคนตระหนี่คนนั้น ทรงเห็นบิดาของพระองค์มีพฤติกรรมเช่นนั้น ก็ทรงรู้สึกไม่สบายพระทัยเป็นอย่างยิ่ง
พระโพธิสัตว์ทรงเข้าไปหาบิดา และตรัสว่า "ท่านพ่อ ท่านกำลังทำอะไรอยู่"
บิดาตอบเช่นเดิมว่า "พ่อกำลังไหว้ทิศทั้งหกอยู่"
พระโพธิสัตว์จึงทูลว่า "ท่านพ่อ การไหว้ทิศทั้งหกที่แท้จริงนั้น ไม่ใช่เพียงการทำท่าทางภายนอก แต่คือการปฏิบัติต่อบุคคลเหล่านั้นด้วยความเคารพรักและความจริงใจ"
พระโพธิสัตว์ทรงอธิบายถึงหน้าที่ของบุตรที่มีต่อบิดามารดา, หน้าที่ของสามีที่มีต่อภรรยาและบุตร, หน้าที่ของศิษย์ที่มีต่อครูอาจารย์, หน้าที่ของมิตรที่มีต่อมิตรสหาย, หน้าที่ของนายที่มีต่อบ่าว, และหน้าที่ของฆราวาสที่มีต่อสมณพราหมณ์
พระโพธิสัตว์ตรัสว่า "ท่านพ่อ หากท่านไม่ปฏิบัติต่อบุคคลเหล่านั้นด้วยความจริงใจ การไหว้ของท่านก็ไร้ความหมาย"
บิดาของพระโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้น ก็รู้สึกละอายใจในพฤติกรรมของตนเอง เขาตระหนักได้ว่าตนเองได้หลอกลวงทั้งผู้อื่นและตนเองมาตลอด
นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา บิดาของพระโพธิสัตว์ก็เลิกพฤติกรรมหลอกลวง เขาเริ่มปฏิบัติต่อบุคคลทั้งหกทิศด้วยความจริงใจ และเริ่มทำบุญทำกุศล
พระโพธิสัตว์ทรงสอนบิดาของพระองค์ให้รู้จักการให้ทาน การรักษาศีล และการเจริญภาวนา
สุดท้าย บิดาของพระโพธิสัตว์ก็กลายเป็นคนดี มีความสุข และเป็นที่รักของทุกคน
— In-Article Ad —
การกระทำที่แท้จริงย่อมสำคัญกว่าการแสดงออกภายนอก การปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเคารพรักและความจริงใจ คือหัวใจสำคัญของการดำเนินชีวิต และการทำบุญกุศลจะนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง.
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี, สัจจบารมี, เมตตาบารมี
— Ad Space (728x90) —
18เอกนิบาตอัคกิชาดก ในอดีตกาล ครั้งเมื่อพระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นบุรุษผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน...
💡 การมีสติปัญญา ความสามัคคี และการลงมือทำ คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราเอาชนะอุปสรรคและภัยพิบัติต่างๆ ได้
471ทวาทสกนิบาตกุฏิสโสภนชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ มีเมืองหลวงอันรุ่งเรืองนามว่าราชคฤห์ ในเมืองนี้มีอุบ...
💡 การช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ย่อมก่อให้เกิดผลบุญอันยิ่งใหญ่ เป็นการตอบแทนที่ยั่งยืน และนำพาไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง.
255ติกนิบาตมหาสารชาดก ณ เมืองพาราณสี อันเป็นศูนย์กลางแห่งการค้าและวัฒนธรรม มีบุตรชายของมหาเศรษฐีผู้หนึ่ง นามว่า...
💡 การตระหนี่ถี่เหนียว นำมาซึ่งความทุกข์ การแบ่งปัน นำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง
87เอกนิบาตสุมังคชาดกเรื่องราวนี้เกิดขึ้นในสมัยพุทธกาล ณ กรุงพาราณสี เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็น “สุ...
💡 ความซื่อสัตย์และความกตัญญูเป็นคุณธรรมอันประเสริฐยิ่งกว่าทรัพย์สินเงินทอง การรักษาคุณธรรมไว้ได้ แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญที่ยั่งยืน
32เอกนิบาตกษัตริย์ผู้ไม่ทรงเกรงกลัวต่ออุปสรรคณ อาณาจักรกาญจนบุรีอันรุ่งเรือง มีพระเจ้าวิเศษชัย กษัตริย์ผู้ทรงม...
💡 ความกล้าหาญและความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จ.
3เอกนิบาตสุวัณณสามชาดกณ ป่าสีวลีอันร่มรื่น ใกล้กับกรุงพาราณสี มีฤาษีตนหนึ่งนามว่า สุวัณณสาม ฤาษีตนนี้ได้บำเพ็...
💡 การบำเพ็ญศีล ความเมตตา และการให้อภัย นำมาซึ่งผลอันประเสริฐ
— Multiplex Ad —