ข้ามไปเนื้อหาหลัก
สิริวิชยชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
198

สิริวิชยชาดก

Buddha24ทุกนิบาต
ฟังเนื้อหา

สิริวิชยชาดก

ณ แคว้นกาสี อันเป็นแคว้นที่อุดมสมบูรณ์และมั่งคั่ง มีพระโพธิสัตว์ทรงดำรงพระชาติเป็น 'สิริวิชยะ' กษัตริย์ผู้เปี่ยมด้วยทศพิธราชธรรม ปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม อันประกอบด้วย ทาน (การให้) ศีล (การรักษาศีล) ปริจจาค (การเสียสละ) อาชวะ (ความซื่อตรง) มัทวะ (ความอ่อนโยน) ตปะ (การเพียรเพ่ง) อักโกธะ (ความไม่โกรธ) อวิหิงสา (ความไม่เบียดเบียน) ขันติ (ความอดทน) และอวิโรธนะ (การไม่หวั่นไหวในธรรม)

พระราชาสิริวิชยะทรงปกครองบ้านเมืองด้วยความยุติธรรม ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข เกษตรกรรมเจริญรุ่งเรือง การค้าขายรุ่งเรือง บ้านเมืองปราศจากโจรผู้ร้าย

แต่ทว่า ในขณะที่บ้านเมืองกำลังสงบสุขนั้นเอง ก็มีข่าวร้ายดังแว่วมาจากชายแดน ว่ามีเหล่าอสูรร้ายได้ก่อความวุ่นวาย ทำร้ายผู้คน และเผาผลาญบ้านเรือน

เหล่าเสนาบดีและขุนนางต่างพากันตกใจกลัว

“ฝ่าบาท! เหล่าอสูรนั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก กองทัพของเราไม่อาจต้านทานได้” เสนาบดีผู้หนึ่งกล่าว

“เราควรจะยอมจำนนเสียแต่โดยดี เพื่อรักษาชีวิตของพวกเราไว้” ขุนนางอีกคนเสนอ

พระราชาสิริวิชยะทรงสดับคำของเหล่าเสนาบดีแล้ว ทรงตรัสว่า “เราเป็นกษัตริย์ เป็นผู้ปกป้องอาณาประชาราษฎร์ เราจะยอมจำนนต่ออสูรร้ายได้อย่างไร

“หากเรายอมจำนน ความเดือดร้อนก็จะตกอยู่แก่ประชาชนของเรา

“เราจะนำทัพออกไปปราบอสูรเหล่านั้นเอง”

เหล่าเสนาบดีและขุนนางต่างพากันทูลห้ามปราม

“ฝ่าบาท! การสู้รบกับอสูรนั้นอันตรายยิ่งนัก หากฝ่าบาทเป็นอันตราย ประชาชนจะอยู่อย่างไร”

พระราชาสิริวิชยะทรงแย้มสรวล

“พวกเจ้าไม่ต้องกังวล” พระองค์ตรัส “เรามีหนทางของเรา”

พระราชาทรงระดมพล ทรงเตรียมทหารหาญที่กล้าแกร่งที่สุด พร้อมด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์อันครบครัน

ก่อนที่จะยกทัพออกไป พระองค์ทรงมีรับสั่งให้ทหารทุกคนรับประทานอาหารให้อิ่มหนำสำราญ และเตรียมน้ำดื่มให้เพียงพอ

“เราจะไปสู้รบกับอสูร” พระองค์ตรัสกับเหล่าทหาร “แต่เราจะสู้รบด้วยสันติวิธี

“เราจะใช้ความเมตตาและความอดทนเข้าสู้”

เหล่าทหารต่างมองหน้ากันด้วยความสงสัย

เมื่อกองทัพของพระราชาสิริวิชยะเดินทางมาถึงชายแดน ก็ได้พบกับเหล่าอสูรร้าย

เหล่าอสูรเห็นกองทัพของพระราชา ก็ส่งเสียงร้องคำรามกึกก้อง และเตรียมจะเข้าโจมตี

แต่พระราชาสิริวิชยะทรงทรงม้าออกมาเผชิญหน้ากับเหล่าอสูร

“หยุดก่อน เหล่าอสูร!” พระองค์ตรัสด้วยเสียงอันดัง

เหล่าอสูรหยุดชะงัก

“เราคือสิริวิชยะ กษัตริย์แห่งแคว้นกาสี

“เรามาที่นี่เพื่อเจรจา ไม่ใช่เพื่อทำสงคราม

“พวกเจ้าทำร้ายผู้คน เผาผลาญบ้านเมือง ก็เพราะความอดอยากและความสิ้นหวังใช่หรือไม่”

เหล่าอสูรต่างส่งเสียงฮือฮา

“หากพวกเจ้ามีปัญหา เราพร้อมจะช่วยเหลือ

“เราจะแบ่งปันเสบียงอาหาร และทรัพยากรของเราให้แก่พวกเจ้า

“เราจะช่วยพวกเจ้าสร้างบ้านเรือน และให้โอกาสพวกเจ้าได้มีชีวิตที่ดีขึ้น

“แต่หากพวกเจ้ายังคงทำร้ายผู้คน เราก็จำเป็นต้องปกป้องประชาชนของเรา

“เราพร้อมจะสู้ แต่เราจะสู้ด้วยความเมตตา

“หากพวกเจ้าทำร้ายเรา เราจะไม่ทำร้ายพวกเจ้า

“เราจะยอมทนต่อการโจมตีของพวกเจ้า

“แต่เราจะสู้จนถึงที่สุด เพื่อปกป้องประชาชนของเรา”

เหล่าอสูรต่างมองหน้ากัน

พวกมันไม่เคยพบเจอกษัตริย์ที่ใจดีเช่นนี้มาก่อน

พวกมันเคยชินกับการต่อสู้ การเอาชนะ การทำลายล้าง

แต่คำพูดของพระราชาสิริวิชยะ ทำให้พวกมันรู้สึกประหลาดใจ

เมื่อเหล่าอสูรได้ยินเช่นนั้น พวกมันก็เริ่มลังเล

บางตัวเริ่มรู้สึกละอายใจ

บางตัวเริ่มรู้สึกสงสาร

สุดท้าย หัวหน้าอสูรได้ก้าวออกมา

“ท่านกษัตริย์” หัวหน้าอสูรกล่าว “เราขอโทษ

“พวกเราถูกความอดอยากและความสิ้นหวังผลักดัน

“เราไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายผู้คน

“พวกเราเพียงต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้น”

พระราชาสิริวิชยะทรงแย้มสรวล

“เราเข้าใจ” พระองค์ตรัส “เราจะช่วยเหลือพวกเจ้า

“แต่พวกเจ้าต้องสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายผู้คนอีก

“พวกเจ้าต้องสัญญาว่าจะร่วมมือกับเรา สร้างสรรค์สิ่งดีงาม”

เหล่าอสูรต่างพากันรับปาก

พระราชาสิริวิชยะทรงนำเสบียงอาหารและทรัพยากรต่างๆ มาแบ่งปันให้แก่เหล่าอสูร

พระองค์ทรงช่วยเหลือเหล่าอสูรให้สร้างบ้านเรือน และให้โอกาสพวกเขาได้มีอาชีพ

เหล่าอสูรได้เปลี่ยนจากผู้ร้าย กลายเป็นมิตรที่ดี

พวกเขาร่วมมือกับชาวเมืองกาสี สร้างสรรค์สิ่งดีงาม

แคว้นกาสีจึงกลับมาสงบสุขอีกครั้ง

พระโพธิสัตว์ (สิริวิชยะ) ได้แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความเมตตาและความอดทน ที่สามารถเอาชนะความโหดร้ายและความขัดแย้งได้

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

ความเมตตาและความอดทน สามารถเอาชนะความเกลียดชังและความรุนแรงได้ และนำมาซึ่งสันติภาพที่ยั่งยืน

บารมีที่บำเพ็ญ: เมตตาบารมี, ขันติบารมี

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

มหาสุมังคลสูตร
205ทุกนิบาต

มหาสุมังคลสูตร

มหาสุมังคลสูตรณ เมืองพาราณสี อันเป็นเมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรืองแห่งหนึ่ง มีพระราชาผู้ทรงธรรมนามว่า 'ม...

💡 การมีจิตใจเมตตาต่อสรรพสัตว์ ย่อมนำมาซึ่งผลบุญอันยิ่งใหญ่ การใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น ย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อนและความเสื่อมเสีย

มหาวังคชาดก
296ติกนิบาต

มหาวังคชาดก

มหาวังคชาดกครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญานาคราชผู้ทรงปัญญา อาศัยอยู่ในถ...

💡 การทำลายธรรมชาติเป็นการทำลายแหล่งที่มาแห่งชีวิตและทรัพย์สมบัติอันแท้จริง การมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์คือการสร้างความสมดุลและความยั่งยืนให้กับโลก

กุมภทาชชาดก
141เอกนิบาต

กุมภทาชชาดก

กุมภทาชชาดกณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณธัญญาหาร มีเมืองชื่ออังคราช ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขภาย...

💡 ความซื่อสัตย์ภักดีและการเสียสละเพื่อส่วนรวม ย่อมนำมาซึ่งสันติสุขและความเจริญรุ่งเรือง.

อังคารสัตถุชาดก
156ทุกนิบาต

อังคารสัตถุชาดก

อังคารสัตถุชาดกณ ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งในสมัยพุทธกาล นามว่า แคว้นมคธ ที่ซึ่งกษัตริย์ผู้ทรงธรร...

💡 ความโลภเป็นบ่อเกิดแห่งความฉิบหาย ผู้ที่มีความโลภย่อมไม่รู้จักพอ แม้จะได้ทรัพย์สินมากเท่าใดก็ยังต้องการอีก จนนำพาตนเองไปสู่ความเสื่อมและหายนะได้.

มหานารทชาดก
249ทุกนิบาต

มหานารทชาดก

มหานารทชาดกในยุคโบราณกาล เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญเพียรเพื่อตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ทรงอุบัต...

💡 การมีเมตตาต่อสรรพสัตว์ ย่อมได้รับผลตอบแทนที่ดีงาม และการไม่เบียดเบียนผู้อื่นคือหนทางแห่งความสงบสุข

กุฏปาลกชาดก (Kuṭapāla Jātaka)
272ติกนิบาต

กุฏปาลกชาดก (Kuṭapāla Jātaka)

กุฏปาลกชาดก (Kuṭapāla Jātaka)ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีหมู่บ้านเล็กๆ แห่งห...

💡 ความเมตตาเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ สามารถเอาชนะความโกรธแค้นและความรุนแรงได้ การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ย่อมนำมาซึ่งผลดีในที่สุด

— Multiplex Ad —