
ณ กรุงมิถิลา เมืองหลวงอันรุ่งเรืองแห่งแคว้นวิเทหะ พระนางจันทวดี มเหสีของพระเจ้าวิเทหราช ทรงพระครรภ์แก่ใกล้คลอด ในวันคล้ายวันประสูติของพระโอรสผู้เป็นที่รัก พระนางทรงฝันร้ายว่า ทรงเห็นโลกทั้งใบปกคลุมไปด้วยไฟนรกอันร้อนแรง ท้องฟ้าสีแดงฉานราวกับเลือด และมีเสียงกรีดร้องโหยหวนดังมาจากทุกทิศทาง พระนางทรงหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ
เมื่อพระโอรสประสูติออกมา เหล่าข้าราชบริพารต่างพากันเฉลิมฉลอง แต่พระเจ้าวิเทหราชกลับทรงมีพระพักตร์หมองเศร้า พระนางจันทวดีทูลถามถึงสาเหตุ พระองค์ตรัสว่า “มหาบพิตร ทรงเห็นฝันร้ายเมื่อคืนนี้หรือไม่? ข้าทรงเห็นว่าโลกทั้งใบกำลังจะถูกเผาไหม้ด้วยไฟนรก ข้าเกรงว่าพระโอรสองค์นี้จะเป็นต้นเหตุแห่งหายนะ”
เมื่อพระโอรสเติบโตขึ้น พระองค์ทรงมีพระนามว่า “เตมิยะกุมาร” แต่พระองค์กลับทรงมีพระทัยเบื่อหน่ายในโลกียสุข ทรงเห็นว่าความสุขทั้งปวงล้วนไม่ยั่งยืน และล้วนนำมาซึ่งความทุกข์ในที่สุด พระองค์ทรงรำลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า “สรรพสิ่งทั้งปวงไม่เที่ยง”
วันหนึ่ง เมื่อเตมิยะกุมารทรงมีพระชนมายุได้ 16 พรรษา พระองค์ทรงตัดสินพระทัยที่จะออกผนวช เพื่อแสวงหาหนทางแห่งการหลุดพ้นจากวัฏสงสาร พระองค์ทรงแอบเสด็จออกจากพระราชวังในยามค่ำคืน ทรงนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ และทรงมุ่งหน้าสู่ป่าหิมพานต์
เมื่อข่าวการหลบหนีของเตมิยะกุมารแพร่สะพัดไป พระเจ้าวิเทหราชทรงเสียพระทัยยิ่งนัก ทรงสั่งให้ทหารออกตามหาพระโอรสทุกวิถีทาง แต่ก็ไม่พบ
ในป่าหิมพานต์ เตมิยะกุมารทรงใช้ชีวิตอย่างสมถะ ทรงบำเพ็ญเพียรภาวนา ทรงอดทนต่อความยากลำบากทั้งปวง ทั้งความหิว ความกระหาย ความหนาว และความร้อน พระองค์ทรงไม่เคยปริปากบ่นหรือแสดงความท้อแท้
วันหนึ่ง ขณะที่เตมิยะกุมารกำลังบำเพ็ญเพียรอยู่ใต้ต้นไทรใหญ่ จิตใจของพระองค์สงบแน่วแน่ ได้มีพรานป่าตนหนึ่งเดินผ่านมา พรานป่าเห็นพระองค์ก็นึกอยากจะจับกุมตัวไปถวายแก่พระเจ้าวิเทหราช เพื่อหวังเงินรางวัล
พรานป่าจึงเข้าไปหาเตมิยะกุมาร “ท่านนักบวช ท่านมาจากไหน เหตุไฉนจึงมานั่งภาวนาอยู่กลางป่าเช่นนี้” เตมิยะกุมารทรงตอบด้วยน้ำเสียงสงบ “เรามาเพื่อแสวงหาความสงบแห่งจิตใจ”
พรานป่าพยายามล่อลวงให้เตมิยะกุมารกลับไปหาพระบิดา “หากท่านกลับไปหาพระบิดา ท่านจะได้รับความสุขสบาย ได้เป็นกษัตริย์ครองเมือง” แต่เตมิยะกุมารทรงปฏิเสธ “ความสุขที่แท้จริงนั้น มิใช่การครองเมือง แต่คือการหลุดพ้นจากกิเลส”
พรานป่าเห็นว่าไม่สามารถล่อลวงได้ จึงได้วางแผนร้าย โดยการใช้ยาพิษผสมในอาหารที่นำมาถวาย แต่เตมิยะกุมารทรงทราบด้วยญาณทิพย์ จึงทรงหลีกเลี่ยงอาหารนั้น
เมื่อพระเจ้าวิเทหราชทรงทราบว่าเตมิยะกุมารทรงอยู่ในป่าหิมพานต์ ก็ทรงส่งข้าราชบริพารไปอัญเชิญเสด็จกลับพระราชวัง แต่เตมิยะกุมารก็ยังคงปฏิเสธ
สุดท้าย พระเจ้าวิเทหราชทรงตัดสินพระทัยที่จะเสด็จไปหาพระโอรสด้วยพระองค์เอง เมื่อเสด็จมาถึงป่าหิมพานต์ ทรงเห็นเตมิยะกุมารทรงบำเพ็ญเพียรด้วยความสงบ ก็ทรงประทับใจในพระปณิธานของพระโอรส
พระเจ้าวิเทหราชจึงทรงยอมรับการตัดสินใจของเตมิยะกุมาร และทรงขอให้พระโอรสทรงแสดงธรรมแก่พระองค์ เตมิยะกุมารได้แสดงธรรมถึงความไม่เที่ยงของชีวิต และการแสวงหาความหลุดพ้น
หลังจากนั้น พระเจ้าวิเทหราชก็ทรงเลื่อมใสในธรรม และทรงกลับไปปกครองบ้านเมืองด้วยทศพิธราชธรรม ส่วนเตมิยะกุมาร ก็ทรงบำเพ็ญเพียรต่อไปจนบรรลุอรหัตผล
เตมิยชาดกสอนให้เราเห็นถึงคุณค่าของการแสวงหาความจริงแท้ การปล่อยวางความสุขทางโลก และการบำเพ็ญเพียรเพื่อความหลุดพ้น
— In-Article Ad —
ความสุขที่แท้จริง คือการหลุดพ้นจากกิเลสและการยึดติด
บารมีที่บำเพ็ญ: เนกขัมมบารมี, วิริยบารมี, ขันติบารมี, ปัญญาบารมี
— Ad Space (728x90) —
377ฉักกนิบาตมหาสีลวชาดกในอดีตกาล ณ แคว้นโกศล อันเป็นแคว้นที่อุดมสมบูรณ์และเต็มไปด้วยผู้คนมีศีลธรรม ยังมีพระราชาพ...
💡 ความเมตตาและความอดทนสามารถเปลี่ยนแปลงจิตใจของผู้อื่นให้ดีขึ้นได้ และความดีงามย่อมนำมาซึ่งผลดีตอบแทน
245ทุกนิบาตสุมังคลชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ นครพาราณสีอันรุ่งเรือง ท่ามกลางพระราชวังที่โอ่อ่าตระการตาซึ่...
💡 การยึดมั่นในความดีและการทำบุญบารมี ย่อมเป็นเกราะป้องกันภัยอันตราย และนำมาซึ่งความสุขความเจริญที่แท้จริง การเชื่อในโชคลางโดยปราศจากเหตุผล ย่อมนำมาซึ่งความหวาดกลัวและวิตกกังวลโดยไม่จำเป็น
40เอกนิบาตสกุณชาดก ณ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นนกแขกเต้า มีขนสีเขียวสดใสราวกับใบ...
💡 ความเมตตากรุณาเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง แม้ต่อผู้ที่เคยทำร้ายเรา การให้อภัยและการช่วยเหลือผู้อื่นย่อมนำมาซึ่งสิ่งดีงาม
7เอกนิบาตกุรุงคมุขชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ มีเมืองสำคัญแห่งหนึ่งชื่อว่า ราชคฤห์ อันเป็นที่ประท...
💡 การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และการเสียสละเพื่อผู้อื่น เป็นคุณธรรมอันประเสริฐที่จะนำพาความสุขที่แท้จริงมาให้ การหลงในความโลภ ความเชื่อผิดๆ และการเบียดเบียนผู้อื่น จะนำมาซึ่งความทุกข์และความเดือดร้อน
34เอกนิบาตกษัตริย์ผู้ทรงไม่ติดในลาภยศณ อาณาจักรสิริวัชร อันเป็นอาณาจักรที่มั่งคั่งและงดงาม ปกครองโดยพระเจ้าวิโ...
💡 การไม่ยึดติดในลาภยศสรรเสริญ ย่อมนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง.
105เอกนิบาตสิริปาละชาดก ในอดีตกาล ณ กรุงพาราณสี อันเป็นเมืองที่รุ่งเรืองและเปี่ยมด้วยผู้คนนานาชนิด พระเจ้าพรหม...
💡 ความมีเมตตา การแบ่งปัน และการเสียสละเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น คือทรัพย์สมบัติอันแท้จริงที่ไม่มีวันสูญสิ้น
— Multiplex Ad —