
ในกาลครั้งหนึ่งนานแสนนาน เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญบารมีเพื่อความเป็นพระพุทธเจ้า ทรงบังเกิดเป็นกษัตริย์แห่งเมืองกลิงคราษฎร์ ทรงพระนามว่า สัญชัย กษัตริย์สัญชัยเป็นผู้ทรงทศพิธราชธรรม ปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรมอย่างเคร่งครัด ทรงดำรงอยู่ในสัตย์ ไม่เคยคิดคดทรยศต่อใคร ทรงมีพระหทัยมั่นคงประดุจภูผา
วันหนึ่ง ขณะที่พระองค์กำลังทรงสำราญพระอิริยาบถอยู่ ณ พระราชอุทยาน ก็มีคณะทูตจากแคว้นอันไกลโพ้นเดินทางมาเข้าเฝ้า ทูตเหล่านั้นมีท่าทางสง่างาม แต่งกายด้วยเครื่องทรงอันวิจิตรบรรจง พวกเขามาพร้อมของกำนัลอันเลอค่ามากมาย
หัวหน้าคณะทูตได้กล่าวถวายพระพรว่า “ข้าแต่สมมติเทพ! เรามาจากแคว้นเวเทหะ ขออัญเชิญพระองค์ทรงรับเครื่องบรรณาการอันน้อยนิดนี้ และขอเชิญพระองค์ทรงเป็นพันธมิตรแห่งแคว้นของเรา”
กษัตริย์สัญชัยทรงรับเครื่องบรรณาการไว้ด้วยพระหฤทัยยินดี แต่เมื่อทรงสดับคำเชิญชวนให้เป็นพันธมิตร ทรงขมวดพระขนงเล็กน้อย “ท่านทูตผู้มีเกียรติทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอขอบคุณในไมตรีจิตของท่าน แต่ข้าพเจ้ามีสัตย์ที่จะไม่เป็นพันธมิตรกับผู้ใด จนกว่าจะแน่ใจในความซื่อสัตย์และมิตรภาพอันแท้จริง”
หัวหน้าทูตดูเหมือนจะผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ยังคงยิ้มแย้ม “หากเป็นเช่นนั้นจริง ข้าพเจ้าขอถวายพระพรลา”
หลังจากคณะทูตเดินทางกลับไปไม่นาน ก็มีข่าวร้ายดังกระเซ็นมาถึงพระกรรณของกษัตริย์สัญชัย ว่ากษัตริย์แห่งแคว้นเวเทหะซึ่งเป็นผู้ส่งทูตมานั้น ทรงมีพระนิสัยโหดเหี้ยม อำมหิต และมักใช้เล่ห์กลอุบายในการขยายอำนาจ
พระองค์ทรงทราบทันทีว่าการเชื้อเชิญให้เป็นพันธมิตรนั้น เป็นเพียงแผนการอันแยบยลของกษัตริย์แห่งเวเทหะ เพื่อหวังจะใช้แคว้นกลิงคราษฎร์เป็นหมากตัวหนึ่งในการสงคราม หากทรงยอมรับข้อเสนอนั้น กษัตริย์กลิงคราษฎร์จะต้องตกเป็นเบี้ยล่างของกษัตริย์เวเทหะ และอาจจะต้องนำพาอาณาประชาราษฎร์ไปสู่สงครามอันนองเลือด
ด้วยพระปัญญาอันเฉลียวฉลาด กษัตริย์สัญชัยจึงทรงมีพระดำริที่จะแสดงให้กษัตริย์เวเทหะเห็นถึงความไม่ชอบธรรมของการกระทำของพระองค์
ในวันต่อมา พระองค์ทรงมีพระบัญชาให้เหล่าช่างฝีมือหลวง สร้างรูปปั้นขนาดใหญ่เท่าคนจริงขึ้นมาหลายสิบตัว รูปปั้นเหล่านั้นมีลักษณะคล้ายทหารองครักษ์ สวมชุดเกราะ ถืออาวุธครบมือ แต่ที่พิเศษคือ รูปปั้นเหล่านี้ทำขึ้นจากไม้เนื้ออ่อน และมีการซ่อนกลไกบางอย่างไว้ภายใน
เมื่อรูปปั้นพร้อมแล้ว กษัตริย์สัญชัยก็ทรงมีพระบัญชาให้จัดขบวนทัพอันยิ่งใหญ่ เคลื่อนพลไปยังชายแดนของแคว้นเวเทหะ โดยนำรูปปั้นเหล่านั้นไปวางเรียงรายอยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วชายแดนราวกับเป็นกองทัพจริง
ข่าวการเคลื่อนทัพของกษัตริย์สัญชัยได้ล่วงรู้ไปถึงกษัตริย์แห่งเวเทหะอย่างรวดเร็ว ด้วยความหวาดระแวงและคิดว่ากษัตริย์สัญชัยจะยกทัพมาโจมตี พระองค์จึงทรงระดมพลเตรียมพร้อมรับศึก
แต่เมื่อทัพของกษัตริย์เวเทหะได้เคลื่อนมาถึงชายแดน และเห็นกองทัพอันน่าเกรงขามของกษัตริย์สัญชัย ก็เกิดความสับสนขึ้น พวกเขาเห็นทหารนับร้อยยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น และบางส่วนก็ดูเหมือนจะสวมชุดเกราะที่ดูแปลกตา
ด้วยความสงสัย หัวหน้าทัพของเวเทหะจึงสั่งให้ทหารบางส่วนลองเข้าไปสำรวจใกล้ๆ เมื่อเหล่าทหารเดินเข้าไปใกล้รูปปั้นไม้เหล่านั้น ก็พลันมีเสียงดัง ‘แกรก!’ พร้อมกับที่รูปปั้นไม้เหล่านั้นทรุดตัวลงมาด้วยน้ำหนักของตัวเอง
เหล่าทหารเวเทหะตกใจมาก คิดว่ารูปปั้นเหล่านั้นเป็นสิ่งลี้ลับ หรืออาจจะเป็นเครื่องสังหารรูปแบบใหม่ พวกเขาพยายามจะเข้าใกล้เพื่อตรวจสอบ แต่ยิ่งเข้าไปใกล้ ก็ยิ่งเห็นความไม่สมบูรณ์ของรูปปั้นไม้เหล่านั้น
กษัตริย์สัญชัยทรงทอดพระเนตรเหตุการณ์ทั้งหมดจากระยะไกล ด้วยพระพักตร์ที่เรียบเฉย แต่ในพระหทัยทรงรู้สึกสังเวชพระทัยในความหวาดระแวงและการคิดร้ายของกษัตริย์เวเทหะ
เมื่อกษัตริย์แห่งเวเทหะทรงทราบความจริงว่าสิ่งที่พระองค์กลัวมาตลอดนั้น เป็นเพียงรูปปั้นไม้ธรรมดา พระองค์ก็ทรงละอายพระทัยเป็นอันมาก ทรงทราบแล้วว่ากษัตริย์สัญชัยนั้นมิได้มีความคิดที่จะทำร้ายพระองค์เลย
กษัตริย์สัญชัยทรงมีพระบัญชาให้ทูตนำสารไปถึงกษัตริย์แห่งเวเทหะว่า “ข้าพเจ้ามิได้มีความประสงค์จะทำสงครามกับท่าน หากแต่ท่านได้พยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมในการชักชวนข้าพเจ้าให้เป็นพันธมิตร ซึ่งหากข้าพเจ้าหลงกล ก็จะต้องตกเป็นเบี้ยล่างของท่าน การกระทำเช่นนี้ไม่สมควรแก่กษัตริย์ผู้ทรงไว้ซึ่งธรรม”
เมื่อกษัตริย์แห่งเวเทหะทรงได้รับสาร ก็ทรงรู้สึกสำนึกผิดในพระองค์เป็นอย่างยิ่ง ทรงทราบแล้วว่าพระองค์นั้นประพฤติผิดพลาดอย่างมหันต์
พระองค์ทรงส่งทูตกลับมาขอขมา และขอเป็นมิตรภาพที่แท้จริง กษัตริย์สัญชัยทรงมีพระทัยเมตตา จึงทรงยอมรับคำขอโทษ และได้สร้างสัมพันธ์อันดีกับแคว้นเวเทหะนับตั้งแต่นั้นมา
— In-Article Ad —
ความซื่อสัตย์และสัตย์เป็นเครื่องป้องกันตนเองที่ดีที่สุด การใช้เล่ห์เหลี่ยมย่อมนำมาซึ่งความเสื่อมเสียและความไม่ไว้วางใจ
บารมีที่บำเพ็ญ: สัจจบารมี
— Ad Space (728x90) —
79เอกนิบาตมหาปทุมชาดก ในอดีตกาล ครั้งพุทธกาลเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้ายังทรงพระชนม์ชีพอยู่ ทรงปรารภถึงอดีตชาติขอ...
💡 ความดีงามที่สร้างขึ้นด้วยตนเองนั้น ยิ่งใหญ่กว่าชาติกำเนิดที่ติดตัวมา การบำเพ็ญทาน ศีล ภาวนา และการทำประโยชน์แก่ผู้อื่น คือหนทางสู่ความสุขและความเจริญที่แท้จริง
418อัฏฐกนิบาตมหากปิชาดกณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่งในชมพูทวีป พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็น “พระยามหากปิ” หรือ “พระยาราชลิง” ผู...
💡 ความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ อาจเผชิญกับความอิจฉาริษยา แต่คุณงามความดีนั้นจะคงอยู่ตลอดไป
50เอกนิบาตจันทกุมารชาดก ในอดีตกาล เมื่อครั้งพระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพระอินทร์ ผู้ทรงทศพิธราชธรรม ณ สวรรค์ชั้...
💡 นิทานชาดกเรื่องนี้สอนให้เราเห็นถึงคุณค่าของสัจจวาจา ความกล้าหาญ และการเสียสละ ชีวิตที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่อำนาจหรือความมั่งคั่ง แต่อยู่ที่การทำความดี การช่วยเหลือผู้อื่น และการมีจิตใจที่เมตตาธรรม
113เอกนิบาตอัชชุคชาดก ในอดีตกาล ณ แคว้นกาสี มีพระราชาผู้ทรงธรรมนามว่า พระเจ้าอัชชุคะ พระองค์ทรงมีพระมเหสีผู้เป็...
💡 การรักษาคำพูดเป็นสิ่งสำคัญ แต่การใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาจะนำพาไปสู่ชัยชนะ
272ติกนิบาตกุฏปาลกชาดก (Kuṭapāla Jātaka)ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีหมู่บ้านเล็กๆ แห่งห...
💡 ความเมตตาเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ สามารถเอาชนะความโกรธแค้นและความรุนแรงได้ การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ย่อมนำมาซึ่งผลดีในที่สุด
105เอกนิบาตสิริปาละชาดก ในอดีตกาล ณ กรุงพาราณสี อันเป็นเมืองที่รุ่งเรืองและเปี่ยมด้วยผู้คนนานาชนิด พระเจ้าพรหม...
💡 ความมีเมตตา การแบ่งปัน และการเสียสละเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น คือทรัพย์สมบัติอันแท้จริงที่ไม่มีวันสูญสิ้น
— Multiplex Ad —