
ณ อาณาจักรอันเจริญรุ่งเรืองแห่งหนึ่ง มีกษัตริย์ผู้ทรงธรรมปกครองเมืองด้วยทศพิธราชธรรม แต่ทว่า ในเมืองนั้นมีโจรกลุ่มหนึ่งที่คอยสร้างความเดือดร้อนแก่ชาวเมืองมานาน โจรเหล่านี้มีหัวหน้าชื่อ 'กุฏิทูสกะ' ซึ่งมีความฉลาดแกมโกง เจ้าเล่ห์เพทุบาย และเป็นที่หวาดกลัวของชาวเมือง
กุฏิทูสกะและพรรคพวกออกปล้นสะดม สร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินของผู้คน และมักจะหลบหนีไปได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองตามจับตัวได้ยากยิ่งนัก ชาวเมืองต่างก็หวาดผวาและเดือดร้อนไปตามๆ กัน
วันหนึ่ง พระโพธิสัตว์ ซึ่งในชาตินี้ทรงจุติเป็นนักปราชญ์ผู้มีปัญญาสูงส่ง ได้เดินทางมายังเมืองนี้ เมื่อทรงทราบถึงความเดือดร้อนของชาวเมืองและฝีมือของหัวหน้าโจร กุฏิทูสกะ ก็ทรงดำริที่จะช่วยเหลือ
พระโพธิสัตว์ทรงสังเกตการณ์การกระทำของกุฏิทูสกะและพรรคพวกอย่างใกล้ชิด ทรงศึกษาเส้นทางที่พวกโจรใช้ในการหลบหนี และสังเกตพฤติกรรมของหัวหน้าโจรอย่างละเอียด
“เจ้ากุฏิทูสกะนี้ ช่างเป็นคนเจ้าเล่ห์นัก” พระโพธิสัตว์ตรัสกับตัวเอง “แต่ความเจ้าเล่ห์นั้นย่อมมีช่องโหว่ หากเราใช้สติปัญญาของเราให้ถูกทาง ก็ย่อมสามารถเอาชนะมันได้”
พระโพธิสัตว์จึงได้วางแผนการอันแยบยลขึ้น พระองค์ทรงไปเข้าเฝ้ากษัตริย์ และกราบทูลถึงแผนการที่จะจับกุมตัวกุฏิทูสกะ
“ข้าแต่มหาราช” พระโพธิสัตว์ทูล “หม่อมฉันมีวิธีที่จะนำตัวกุฏิทูสกะมาถวายต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้”
กษัตริย์ทรงรับฟังแผนการของพระโพธิสัตว์ด้วยความหวัง
พระโพธิสัตว์ทรงให้ชาวบ้านช่วยกันสร้างบ้านหลังหนึ่งขึ้นในบริเวณที่กุฏิทูสกะมักจะใช้เป็นที่ซ่อนตัว บ้านหลังนี้ดูภายนอกเหมือนบ้านธรรมดาทั่วไป แต่ภายในมีอุบายซ่อนอยู่
เมื่อถึงเวลาอันควร พระโพธิสัตว์ทรงให้คนไปปล่อยข่าวลือว่า ในบ้านหลังใหม่นี้มีทรัพย์สมบัติมากมายซ่อนอยู่ และไม่มีผู้ใดเฝ้า
ข่าวลือแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว จนไปเข้าหูกุฏิทูสกะ
“ทรัพย์สมบัติมากมาย?” กุฏิทูสกะกล่าวกับพรรคพวก “นี่เป็นโอกาสทองของเรา! เราต้องรีบไปเอามาให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะมีใครรู้”
คืนนั้นเอง กุฏิทูสกะและพรรคพวกพากันย่องเข้าไปในบ้านหลังใหม่ด้วยความเงียบเชียบ เมื่อเข้าไปถึง พวกเขาก็เริ่มรื้อค้นหาทรัพย์สมบัติ
แต่หารู้ไม่ว่า พื้นบ้านที่พวกเขาเหยียบย่ำอยู่นั้น เป็นอุบายที่พระโพธิสัตว์ทรงวางไว้ เมื่อกุฏิทูสกะและพรรคพวกย้ายไปจุดใดจุดหนึ่งมากเกินไป พื้นก็จะยุบตัวลง ทำให้พวกเขาตกลงไปในหลุมที่เตรียมไว้
หลุมนั้นลึกพอสมควร และพื้นรอบๆ หลุมก็ถูกทำให้ลื่น เพื่อป้องกันไม่ให้พวกโจรปีนขึ้นมาได้
เมื่อกุฏิทูสกะและพรรคพวกตกลงไปในหลุม พวกเขาก็พยายามปีนขึ้นมา แต่ก็ไม่สำเร็จ
ฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ซุ่มรออยู่ พอได้ยินเสียงดังโครมจากบ้านหลังนั้น ก็รีบกรูกันเข้าไปจับกุมตัวโจรทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย
กุฏิทูสกะและพรรคพวกถูกนำตัวไปลงโทษตามกฎหมาย ชาวเมืองต่างก็โล่งอกและสรรเสริญพระปรีชาสามารถของพระโพธิสัตว์
พระโพธิสัตว์ทรงสอนว่า การใช้สติปัญญาและวางแผนอย่างรอบคอบ ย่อมสามารถเอาชนะกลอุบายและความเล่ห์เหลี่ยมของคนพาลได้
— In-Article Ad —
สติปัญญาและการวางแผนที่แยบยลสามารถเอาชนะความเล่ห์เหลี่ยมได้
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี
— Ad Space (728x90) —
39เอกนิบาตอุกกุฏฐิตชาดก ในอดีตกาลนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง มีพระเจ้าพรหมทัตต์ทรงดำรงราชสมบ...
💡 สติปัญญาประเสริฐกว่าทรัพย์สมบัติ ยศศักดิ์ หรือลาภสักการะ เพราะสติปัญญาสามารถนำพาให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวง.
418อัฏฐกนิบาตมหากปิชาดกณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่งในชมพูทวีป พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็น “พระยามหากปิ” หรือ “พระยาราชลิง” ผู...
💡 ความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ อาจเผชิญกับความอิจฉาริษยา แต่คุณงามความดีนั้นจะคงอยู่ตลอดไป
9เอกนิบาตกุสสตทชาดก ในอดีตกาลอันไกลโพ้น เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระราชาปกครองนครชื่อว่า "พรห...
💡 ความเมตตา ย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงผู้ที่แข็งกระด้างและเต็มไปด้วยความอาฆาตได้ การให้อภัยและการเข้าใจผู้อื่น แม้ผู้ที่เคยทำร้ายเรา ย่อมนำมาซึ่งสันติสุขที่แท้จริง.
1เอกนิบาตมหาปทุมชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงสาวัตถี มีพระโพธิสัตว์ชาติหนึ่งได้เสวยพระชาติเ...
💡 ความเพียร สติ และคุณธรรม นำพาไปสู่ความพ้นทุกข์
75เอกนิบาตสุภวาหุชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมัยที่พระโพธิสัตว์ยังทรงเป็นพระโพธิสัตว์ชาติหนึ่ง ได้เสวยพระช...
💡 การทำความดี ย่อมส่งผลดีกลับคืนมาเสมอ แม้ในยามที่เราตกยาก ผู้อื่นก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเรา การช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่เพียงการแสดงความเมตตา แต่เป็นการสร้างบุญบารมี ที่จะส่งผลดีแก่ตัวเราในภายภาคหน้า
19เอกนิบาตมหาสีลวชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันเป็นที่ตั้งของมหานครราชคฤห์ ขณะนั้นพระโพธิสัตว์ทรง...
💡 ศีลธรรมเป็นเกราะคุ้มกันภัยอันยิ่งใหญ่ แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคหรือภยันตรายเพียงใด หากเรายึดมั่นในความดีงาม ความบริสุทธิ์ และความถูกต้องแล้ว เราจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์ไปได้เสมอ
— Multiplex Ad —