
ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงสาวัตถี อันเป็นมหานครที่รุ่งเรืองด้วยการค้าขายและพุทธศาสนา มีอุบาสกผู้หนึ่งนามว่า โสณกะ สกุลเดิมของท่านเป็นตระกูลผู้ดีมีทรัพย์สินเงินทองมากมาย แต่ด้วยบุญกรรมที่เคยทำมาในอดีต ทำให้ท่านมีกิเลสหนา มัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส ไม่เคยคิดถึงการทำบุญทำทาน หรือการบำเพ็ญเพียรเพื่อละกิเลสเลย แม้จะมีภรรยาที่งดงามและมากด้วยทรัพย์สินก็ตาม
วันหนึ่ง โสณกะได้ยินข่าวจากคนรอบข้างว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมาประทับ ณ วัดพระเชตวันมหาวิหาร พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์จำนวนมาก ผู้คนต่างพากันไปเข้าเฝ้าเพื่อฟังธรรม และนำภัตตาหารไปถวายด้วยความเลื่อมใส แต่โสณกะกลับรู้สึกรำคาญใจ เพราะผู้คนเหล่านั้นต่างก็พูดถึงแต่เรื่องของพระพุทธเจ้าและพระธรรม ทำให้การค้าขายของท่านเงียบเหงาลงไปบ้าง
“โอ้โห! เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ไปวัด ไปฟังธรรมกันหมดแล้ว ทำให้ร้านค้าของเราเงียบเหงา จะหาเงินหาทองก็ลำบาก จะมัวไปฟังเทศน์ฟังธรรมอะไรกันนักหนา” โสณกะบ่นพึมพำกับตัวเอง ขณะนั่งอยู่หน้าร้านทองของตน
ภรรยาของโสณกะ ผู้เป็นอุบาสิกาผู้มีศรัทธาอันแรงกล้า ได้ยินสามีบ่นเช่นนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวตักเตือน
“ท่านพี่คะ เหตุใดท่านจึงกล่าวเช่นนั้นเล่า พระพุทธองค์ทรงเป็นศาสดาเอกของโลก การได้ไปฟังธรรมของพระองค์นั้น ย่อมเป็นมงคลอันประเสริฐยิ่งกว่าทรัพย์สินเงินทองใดๆ ในโลกนะเจ้าคะ”
โสณกะได้ยินดังนั้น ก็หัวเราะเยาะ
“ท่านผู้หญิงเอ๋ย ท่านนี่ช่างไร้เดียงสาเสียจริง ทรัพย์สินเงินทองต่างหากเล่า คือสิ่งที่จะทำให้เราอยู่สุขสบายในโลกนี้ ส่วนการไปนั่งฟังธรรมนั้น ได้อะไรมาบ้างเล่า นอกเสียจากความเสียเวลา!”
ภรรยาของโสณกะถอนใจอย่างผิดหวัง แต่ก็มิได้โต้เถียงอันใด เธอได้แต่ภาวนาในใจให้สามีได้มีโอกาสพบเจอสิ่งที่จะทำให้เกิดปัญญา
กาลเวลาผ่านไป โสณกะยังคงใช้ชีวิตอยู่กับกิเลสและทรัพย์สมบัติ จนกระทั่งวันหนึ่ง สัตว์ร้ายที่ชื่อว่า “สุระ” ซึ่งมีพละกำลังมหาศาล และมีรูปร่างน่ากลัวได้ปรากฏขึ้นในป่าใกล้กรุงสาวัตถี มันออกอาละวาด ทำร้ายผู้คน และสัตว์เลี้ยง จนชาวเมืองต่างหวาดกลัว ไม่กล้าออกนอกบ้าน
ข่าวร้ายนี้ได้แพร่สะพัดไปทั่ว ทำให้ตลาดที่เคยคึกคักกลับเงียบสงัด การค้าขายหยุดชะงัก โสณกะเองก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ร้านทองของเขาก็แทบจะไม่มีลูกค้ามาใช้บริการเลย
“แย่จริงๆ! สัตว์ร้ายตัวนั้นมันทำพิษจริงๆ เลย ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ข้าคงต้องอดตายแน่!” โสณกะร้อนรน
มีข่าวลือแพร่สะพัดว่า ผู้ใดสามารถปราบสัตว์ร้ายตัวนี้ได้ ผู้นั้นจะได้รับยศฐาบรรดาศักดิ์ และทรัพย์สินเงินทองมากมายจากพระราชา
โสณกะผู้มากด้วยกิเลสและความโลภ จึงได้คิดแผนการขึ้นมา
“ฮ่าๆๆ! นี่แหละโอกาสของข้า! ข้าจะไปจับสัตว์ร้ายตัวนั้นมา แล้วรับรางวัลจากพระราชา รับรองว่าชีวิตข้าจะสุขสบายยิ่งกว่าเดิมแน่!”
เมื่อโสณกะคิดดังนั้น จึงได้เตรียมอาวุธ และออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังป่าที่สัตว์ร้ายอาศัยอยู่ ภรรยาของเขาเห็นดังนั้น ก็ได้เข้าห้ามปราม
“ท่านพี่คะ อย่าเพิ่งไปเลยนะเจ้าคะ อันตรายเหลือเกิน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเหล่าทหารหลวงเถอะเจ้าค่ะ”
แต่โสณกะก็ไม่ฟัง
“เจ้าอย่ามายุ่งน่า! นี่เป็นโอกาสสำคัญของข้า ถ้าข้าทำสำเร็จ ข้าจะนำทรัพย์สินมาให้เจ้าอย่างมากมาย!”
โสณกะมุ่งหน้าเข้าป่าเพียงลำพัง ด้วยความฮึกเหิมว่าตนเองจะได้รับชัยชนะและทรัพย์สมบัติ
เมื่อเข้าไปในป่าลึก โสณกะก็ได้พบกับสัตว์ร้ายสุระ มันมีรูปร่างใหญ่โตน่ากลัว ดวงตาแดงก่ำราวกับจะลุกเป็นไฟ ขนตามตัวแข็งเหมือนเหล็กแหลม มีกลิ่นสาบเหม็นฉุน โสณกะเห็นดังนั้น ก็ตกใจจนแทบจะสิ้นสติ แต่ด้วยความที่อยากได้ทรัพย์สินเงินทองมาประดับบารมี เขาก็พยายามรวบรวมสติ และเข้าต่อสู้กับสัตว์ร้าย
การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด โสณกะใช้ดาบฟันเข้าใส่สัตว์ร้าย แต่คมดาบกลับไม่อาจทำอันตรายมันได้เลย สัตว์ร้ายสุระก็ตอบโต้ด้วยพละกำลังมหาศาล โสณกะได้รับบาดเจ็บสาหัส
ในขณะที่โสณกะกำลังจะสิ้นใจ เขาก็นึกถึงคำพูดของภรรยา และนึกถึงการที่ตนเองเคยได้ยินคนพูดถึงพระพุทธเจ้าอยู่บ่อยๆ ความสิ้นหวังทำให้เขาตะโกนขึ้น
“โอ้โห! หากข้ามีบุญได้พบพระพุทธเจ้า ข้าจะบวชเป็นพระภิกษุ และจะตั้งมั่นอยู่ในศีลในธรรมตลอดไป!”
ทันใดนั้นเอง ปาฏิหาริย์ก็บังเกิดขึ้น! ทันทีที่โสณกะกล่าววาจาอธิษฐานด้วยใจจริง สัตว์ร้ายสุระก็พลันอ่อนแรงลง และสลายร่างหายไปในอากาศอย่างน่าอัศจรรย์
โสณกะตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาเห็นแสงสว่างจ้า และได้ยินเสียงสวรรค์ดังมา
“โสณกะเอ๋ย เจ้าได้ทำกุศลกรรมในอดีตชาติไว้ บุญนั้นทำให้เจ้ามีโอกาสได้เกิดในภพชาตินี้ และได้พบพระพุทธศาสนา เจ้าจงรีบกลับไปบวช และบำเพ็ญเพียรเถิด”
เมื่อแสงสว่างจางหายไป โสณกะก็พบว่าตนเองปลอดภัยดี และรอยบาดแผลที่เคยมีก็หายไปราวกับไม่เคยมีมาก่อน
โสณกะรีบวิ่งกลับบ้านด้วยความปิติ และเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ภรรยาฟัง
“ท่านผู้หญิงเอ๋ย! ข้าได้เจอเรื่องน่าอัศจรรย์เหลือเกิน ข้าเกือบตายแล้ว แต่พอข้ากล่าวว่าจะบวช สัตว์ร้ายก็หายไป!”
ภรรยาของโสณกะดีใจมากที่สามีได้มีโอกาสได้พบเจอสิ่งที่จะนำพาชีวิตของเขาไปสู่ความดี
นับตั้งแต่วันนั้น โสณกะก็ไม่คิดถึงทรัพย์สมบัติอีกต่อไป เขาได้ขออนุญาตภรรยาเพื่อออกบวช และได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ที่วัดพระเชตวันมหาวิหาร
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทราบถึงบุญกรรมของโสณกะ จึงทรงประทานอนุญาตให้บวช เมื่อบวชแล้ว โสณกะก็ตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด เขาละทิ้งกิเลสทั้งปวง และหมั่นเจริญภาวนา
ในที่สุด โสณกะก็ได้บรรลุพระอรหัตผล เป็นพระอรหันต์ผู้เป็นเลิศทางด้านการสำรวมอินทรีย์
เมื่อพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเกี่ยวกับเรื่องราวของโสณกะ ได้ตรัสถึงอดีตชาติของท่านว่า ในอดีตชาติ โสณกะได้เคยเกิดเป็นบุตรของเศรษฐีผู้หนึ่ง และได้พบพระปัจเจกพุทธเจ้าที่กำลังอดอยาก เขาได้นำข้าวปลาอาหารไปถวายด้วยความเลื่อมใส และตั้งปณิธานว่าหากมีโอกาสจะได้เกิดในสมัยที่มีพระพุทธศาสนา จะขอบวชและบำเพ็ญเพียร
ส่วนสัตว์ร้ายสุระนั้น ก็คือบุตรของตนเองในอดีตชาติ ที่ได้ทำอกุศลกรรมไว้ จึงต้องไปเกิดในภพภูมิต่างๆ และในชาตินี้ ด้วยผลกรรมที่ตามมา จึงได้แปลงกายมาเป็นสัตว์ร้าย
การที่โสณกะได้อธิษฐานจิตขณะใกล้ตาย ทำให้บุญเก่าที่เคยทำไว้ส่งผล บุญนั้นได้ช่วยชีวิตเขาไว้ และนำพาให้เขาได้มีโอกาสเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ และบรรลุธรรมในที่สุด
คติธรรม
บาปกรรมที่เคยทำไว้ ย่อมตามมาส่งผลเสมอ แต่หากเราตั้งใจทำความดี และอธิษฐานจิตอันบริสุทธิ์ บุญกุศลนั้นย่อมคุ้มครอง และนำพาเราไปสู่สิ่งที่ดีงามได้
กิเลสและความโลภ เป็นเครื่องผูกมัดชีวิต หากเราปล่อยวางได้ และตั้งมั่นอยู่ในธรรม ย่อมนำพาความสุขที่แท้จริงมาให้
บารมีที่บำเพ็ญ
ขันติบารมี
— In-Article Ad —
ความอาฆาตแค้นนำมาซึ่งความเดือดร้อน การให้อภัยและให้โอกาสในการกลับตัวกลับใจเป็นหนทางสู่ความสงบสุข
บารมีที่บำเพ็ญ: เมตตาบารมี
— Ad Space (728x90) —
401สัตตกนิบาตกุมภชาดก: การควบคุมตนเอง ในอดีตกาล เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายอยู่ในชาติภพอันยาวนาน และทรงบำเพ็ญ...
💡 การควบคุมตนเองเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการดำรงชีวิต หากเราสามารถควบคุมกิเลสตัณหา ความโกรธ ความโลภ และความหลงได้ เราก็จะพบกับความสุขที่แท้จริง ความสงบในจิตใจนั้น สำคัญกว่าทรัพย์สินเงินทองใดๆ
106เอกนิบาตมหาวานรชาดก ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ยังทรงบำเพ็ญพระบารมี ทรงถือกำเนิดเป็นพระยาวานร...
💡 การใช้ปัญญาและความเฉลียวฉลาด สามารถเอาชนะกำลังที่เหนือกว่าได้
253ติกนิบาตมหาสุบินชาดก ในสมัยพุทธกาล พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็น “พระเจ้าวิเทหราช” ผู้ทรงเป็นกษัตริย์แห่งแค...
💡 เหตุการณ์ต่างๆ มีที่มาที่ไปจากกรรม การประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ จะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ
57เอกนิบาตหนุ่มน้อยผู้กตัญญูณ เมืองราชคฤห์ อันเป็นเมืองหลวงของแคว้นมคธ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพ่อค้าผู้หนึ่ง...
💡 ความกตัญญูกตเวทีเป็นคุณธรรมอันประเสริฐ การเสียสละเพื่อคนที่รักนั้นยิ่งใหญ่และน่ายกย่อง.
176ทุกนิบาตมหิโลมชาดก (เรื่องแมว) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นโกศล ท่ามกลางความเจริญรุ่งเรืองของนครสาวัตถี ม...
💡 ความตระหนี่เป็นเหมือนโซ่ตรวนที่พันธนาการจิตใจ ไม่ให้พบกับความสุขที่แท้จริง การรู้จักแบ่งปันและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้อื่น นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความสุขที่ยั่งยืน
144เอกนิบาตปัญจปาณชาดก ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายอยู่ในภพภูมิต่างๆ เพื่อบำเพ็ญบารมี...
💡 การมีอำนาจและฤทธิ์เดชที่ยิ่งใหญ่ อาจไม่เท่ากับการมีคุณธรรมอันประเสริฐ การเสียสละ การให้ การช่วยเหลือผู้อื่น และการมีเมตตาจิตต่อสรรพสัตว์ คือหนทางแห่งความสุขที่แท้จริงและยั่งยืน
— Multiplex Ad —