
ณ อาณาจักรที่รุ่งเรืองแห่งหนึ่ง นามว่า อังคะ มีพระราชาผู้ทรงปรีชาสามารถนามว่า พระวิรุฬห พระองค์ทรงเป็นที่รักของเหล่าอาณาประชาราษฎร์ ด้วยความที่ทรงมีพระทัยยุติธรรม และทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาณาจักร
วันหนึ่ง เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นในอาณาจักรของพระองค์ มีคนร้ายกลุ่มหนึ่งได้ลอบเข้ามาวางแผนปล้นเมือง แต่แผนการนั้นก็ถูกเปิดโปงโดยสายลับผู้จงรักภักดี
พระราชาวิรุฬห ทรงทราบถึงแผนการร้าย จึงทรงมีพระราชดำริที่จะจัดการกับเหล่าคนร้ายอย่างเด็ดขาด พระองค์ทรงสั่งให้เหล่าทหารออกตามล่า และจับกุมคนร้ายเหล่านั้นให้จงได้
เหล่าทหารได้ออกติดตามคนร้ายไปอย่างไม่ลดละ จนกระทั่งพบว่าคนร้ายกลุ่มนั้นกำลังพยายามหลบหนีออกนอกอาณาเขต
การไล่ล่าเป็นไปอย่างดุเดือด ทหารสามารถจับกุมคนร้ายส่วนใหญ่ได้ แต่มีหัวหน้าคนร้ายเพียงคนเดียว ที่สามารถหลบหนีไปได้
หัวหน้าคนร้ายผู้นี้ มีนามว่า วิรุฬห เป็นผู้ที่มีความแค้นเคืองต่อพระราชาเป็นอย่างมาก เพราะเคยถูกพระราชาลงโทษเมื่อครั้งในอดีต
วิรุฬห หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในป่าลึก และคิดแผนการที่จะแก้แค้นพระราชาอยู่ตลอดเวลา
วันหนึ่ง ขณะที่พระราชา วิรุฬห กำลังทรงประทับอยู่ ณ สวนดอกไม้ในพระราชวัง จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากข้างนอก
"ถวายพระพรพระราชา! มีอันตรายกำลังเข้ามา!"
พระราชาทรงตกพระทัย จึงทรงรีบหันไปมอง ก็พบว่า วิรุฬห ได้นำทหารรับจ้างจำนวนมาก บุกเข้ามาในพระราชวัง!
เหล่าทหารรักษาพระองค์พยายามต่อสู้อย่างสุดกำลัง แต่ก็ไม่สามารถต้านทานกองกำลังของวิรุฬหได้
พระราชา วิรุฬห ทรงตกอยู่ในอันตราย พระองค์ทรงพยายามหาทางหลบหนี แต่ก็ถูกวิรุฬห ตามมาทัน
วิรุฬห มองหน้าพระราชา ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
"ในที่สุด ข้าก็ได้มีโอกาสแก้แค้นท่านแล้ว" วิรุฬห กล่าว
พระราชา วิรุฬห ทรงมีพระทัยที่สงบ พระองค์ทรงทราบดีว่า ชะตาชีวิตของพระองค์กำลังจะถึงจุดสิ้นสุด แต่พระองค์ก็ไม่ทรงหวาดกลัว
"หากเจ้าจะฆ่าข้า ก็จงทำตามใจปรารถนา" พระราชาตรัส
แต่ก่อนที่วิรุฬห จะลงมือทำร้ายพระราชา จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากด้านนอก
"หยุดเถอะ!"
ปรากฏว่าเหล่าทหารที่ออกตามล่าคนร้าย ได้กลับมาถึงพอดี และสามารถจับกุมวิรุฬห พร้อมทั้งกองกำลังของมันได้
พระราชา วิรุฬห ทรงรอดพ้นจากอันตรายมาได้อย่างหวุดหวิด
หลังจากเหตุการณ์นั้น พระราชาทรงมีพระราชดำริว่า ความอาฆาตแค้นเป็นสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ และมีแต่จะนำมาซึ่งความเดือดร้อน
พระองค์จึงทรงนิรโทษกรรมให้กับเหล่าทหารรับจ้างของวิรุฬห และทรงปล่อยตัวไป โดยให้กลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติ
ส่วนวิรุฬหนั้น พระราชาทรงมีพระราชดำริที่จะให้โอกาสในการกลับตัว พระองค์ทรงมอบหมายให้วิรุฬห ไปทำงานรับใช้ชาติ เพื่อชดใช้ความผิดที่ได้ก่อไว้
เรื่องราวนี้สอนให้รู้ว่า การให้อภัย และการให้โอกาสในการแก้ไขตนเอง เป็นสิ่งที่มีคุณค่า และสามารถนำมาซึ่งความสงบสุขได้
— In-Article Ad —
ความอาฆาตแค้นนำมาซึ่งความเดือดร้อน การให้อภัยและให้โอกาสในการกลับตัวกลับใจเป็นหนทางสู่ความสงบสุข
บารมีที่บำเพ็ญ: เมตตาบารมี
— Ad Space (728x90) —
229ทุกนิบาตมหิสชาดก ในสมัยพุทธกาล เมื่อครั้งที่พระผู้มีพระภาคเจ้ายังทรงดำรงพระชนม์อยู่ ได้ทรงปรารภถึงเรื่องรา...
💡 ความเสียสละเพื่อผู้อื่นนั้น เป็นคุณธรรมอันสูงส่ง และความซื่อสัตย์นั้นจะนำมาซึ่งเกียรติยศและคุณค่าในตนเอง
7เอกนิบาตกุรุงคมุขชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ มีเมืองสำคัญแห่งหนึ่งชื่อว่า ราชคฤห์ อันเป็นที่ประท...
💡 การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และการเสียสละเพื่อผู้อื่น เป็นคุณธรรมอันประเสริฐที่จะนำพาความสุขที่แท้จริงมาให้ การหลงในความโลภ ความเชื่อผิดๆ และการเบียดเบียนผู้อื่น จะนำมาซึ่งความทุกข์และความเดือดร้อน
424อัฏฐกนิบาตทุพปัญญาชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันสมบูรณ์พูนสุข ปกครองโดยพระเจ้าพรหมทัตต์ ผู้ทรงธรรมใ...
💡 การหลอกลวงนำมาซึ่งความเสื่อม การพัฒนาปัญญาของตนเองคือกุญแจสู่ความสำเร็จ
230ทุกนิบาตสาลัททกชาดก (Salhattaka Jataka)ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นอวันตี ที่ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความอุดมส...
💡 ความสามัคคี ความกล้าหาญ และการใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ สามารถเอาชนะอุปสรรคได้
390ฉักกนิบาตปุนนะชาดกในยุคสมัยที่เหล่าพระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญบารมี เพื่อการตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าครั้งนี้ ...
💡 การมีเมตตาจิตและช่วยเหลือผู้อื่น ย่อมส่งผลดีกลับคืนมาอย่างคาดไม่ถึง.
49เอกนิบาตมหาสุบินชาดก ในครั้งพุทธกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงเล่าเรื่องมหาสุบินช...
💡 การมีปัญญาหยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ย่อมทำให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และสามารถนำพาตนเองและผู้อื่นไปสู่หนทางแห่งความดีงามได้. การตระหนักถึงความเสื่อมโทรมของโลก เป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาหนทางแห่งการพ้นทุกข์.
— Multiplex Ad —