ข้ามไปเนื้อหาหลัก
วิเทหชาดก: ความเมตตาต่อสัตว์
ชาดก 547 เรื่อง
402

วิเทหชาดก: ความเมตตาต่อสัตว์

Buddha24 AIสัตตกนิบาต
ฟังเนื้อหา

วิเทหชาดก: ความเมตตาต่อสัตว์

ในอดีตกาลนานโพ้น เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ยังทรงดำรงค์เป็นพระเจ้าวิเทหราช ผู้ทรงเปี่ยมด้วยทศพิธราชธรรม ปกครองอาณาจักรมิถิลาด้วยความยุติธรรมและเมตตาเหนือสิ่งอื่นใด พระองค์มีพระมเหสีอันเป็นที่รักยิ่ง และเหล่าข้าราชบริพารที่ภักดี แต่สิ่งที่ทำให้พระองค์โดดเด่นเหนือกว่ากษัตริย์ทั้งปวง คือพระทัยที่เปี่ยมด้วยความเมตตาต่อสรรพสัตว์นานาชนิด

พระราชวังของพระเจ้าวิเทหราชมิใช่เพียงที่ประทับของมนุษย์เท่านั้น แต่ยังเป็นที่พำนักอันร่มเย็นของสัตว์นานาพันธุ์ ตั้งแต่ช้างเผือกสง่างาม สิงโตผู้ทรงพลัง ไปจนถึงนกน้อยที่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วในสวนดอกไม้ พระองค์ทรงโปรดปรานการเสด็จประพาสอุทยานอันกว้างใหญ่ไพศาลของพระราชวังเป็นประจำ เพื่อทอดพระเนตรเหล่าสัตว์ที่ทรงเลี้ยงดูมาด้วยพระองค์เอง

วันหนึ่ง ขณะที่พระเจ้าวิเทหราชทรงประทับพักผ่อนใต้ร่มเงาของต้นมะม่วงใหญ่ในอุทยาน พร้อมด้วยเหล่าสนมกำนัลและข้าราชบริพารผู้ใกล้ชิด จู่ๆ เสียงร้องไห้คร่ำครวญอันโหยหวนก็ดังแว่วมาแต่ไกล ทำให้เหล่าผู้คนตื่นตระหนก

“เสียงอะไรกันนั่น? ฟังดูน่าเวทนาเหลือเกิน”

พระมเหสีตรัสถามด้วยความกังวล

พระเจ้าวิเทหราชทรงเงี่ยหูฟัง เสียงร้องนั้นดังมาจากทางทิศตะวันตกของอุทยาน เป็นเสียงที่แหลมเล็ก แต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

“ดูเหมือนจะเป็นเสียงสัตว์ โปรดไปสืบดูว่าเกิดอะไรขึ้น”

พระองค์มีพระบัญชา

เหล่าข้าราชบริพารผู้กล้าหาญรีบวิ่งไปยังทิศทางของเสียง ขณะที่พระเจ้าวิเทหราชทรงรอคอยด้วยพระทัยที่ร้อนรุ่ม

ไม่นานนัก ข้าราชบริพารก็กลับมาพร้อมกับข่าวร้าย

“ทูลฝ่าบาท! เป็นลูกนกตัวหนึ่งพะย่ะค่ะ มันพลัดตกจากรังบนต้นไม้สูง และมีงูเห่าตัวใหญ่กำลังเลื้อยเข้าหาเพื่อจะกลืนกินมันพะย่ะค่ะ”

ขุนนางคนหนึ่งรายงาน

พระเจ้าวิเทหราชทรงลุกขึ้นยืนทันที ใบหน้าเปี่ยมด้วยความไม่สบายพระทัย

“แย่แล้ว! เราต้องช่วยมัน!”

พระองค์ตรัส พร้อมกับรีบเสด็จไปยังบริเวณที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ภาพที่เห็นทำให้พระองค์ทรงเสียพระทัยยิ่งนัก ลูกนกน้อยตัวหนึ่งกำลังดิ้นรนอย่างสุดกำลังอยู่บนพื้นดิน เสียงร้องของมันยิ่งดังขึ้นเมื่อเห็นเงาของงูเห่าที่กำลังขยับเข้ามาใกล้ งูเห่าตัวนั้นมีขนาดใหญ่ ลำตัวเป็นมันเงา ดวงตาแข็งกร้าว จ้องเขม็งไปยังเหยื่อตัวน้อย

ขณะที่งูเห่ากำลังจะฉก เจ้าลูกนกน้อย พระเจ้าวิเทหราชทรงวิ่งเข้าไปขวาง โดยไม่ทรงคำนึงถึงอันตราย

“หยุดนะ! เจ้าอสรพิษร้าย! อย่าทำร้ายมัน!”

พระองค์ทรงตะโกนเสียงดัง

งูเห่าที่กำลังหิวโซ หันมามองพระเจ้าวิเทหราชด้วยความประหลาดใจ มันไม่เคยเจอใครกล้ามาขวางทางมันมาก่อน

“เจ้ามนุษย์! เจ้ากล้ามาขวางทางข้าได้อย่างไร? เจ้ารู้ไหมว่าข้าหิวมากแค่ไหน?”

งูเห่าแผ่แม่เบี้ยขู่

พระเจ้าวิเทหราชทรงยืนหยัดอย่างมั่นคง แม้จะทรงรู้สึกหวาดหวั่น แต่พระทัยที่เปี่ยมด้วยความเมตตาทำให้พระองค์ไม่ทรงกลัว

“ข้าทราบดีว่าเจ้าหิว แต่เจ้าก็ไม่ควรเบียดเบียนชีวิตที่เล็กกว่าเจ้าเช่นนี้ ชีวิตของมันก็มีค่าไม่ต่างจากชีวิตของเจ้า”

พระองค์ตรัสด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

งูเห่าหัวเราะเยาะ

“ค่า? ชีวิตของนกกระจอกไร้ค่าเมื่อเทียบกับท้องอันว่างเปล่าของข้า”

พระเจ้าวิเทหราชทรงมองไปยังลูกนกน้อยที่สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

“หากเจ้าปล่อยมันไป ข้าจะให้สิ่งอื่นแก่เจ้าแทน”

พระองค์ทรงเสนอ

งูเห่าหรี่ตาลง

“เจ้าจะให้สิ่งใดแก่ข้า? ข้าไม่ต้องการสิ่งอื่นนอกจากอาหาร”

พระเจ้าวิเทหราชทรงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะทรงตัดสินพระทัย

“หากเจ้าปล่อยลูกนกตัวนี้ ข้าจะยอมมอบเนื้อของข้าเองให้แก่เจ้า”

พระองค์ตรัส

เหล่าข้าราชบริพารที่ยืนอยู่ข้างหลังพากันตกใจ และพยายามทัดทาน

“ฝ่าบาท! อย่าทำเช่นนั้นเลย! มันอันตรายเกินไป!”

ขุนนางคนหนึ่งร้องทูล

แต่พระเจ้าวิเทหราชทรงโบกพระหัตถ์ห้าม

“อย่าห้ามเลย เราได้ตัดสินใจแล้ว”

พระองค์ตรัส

งูเห่าฟังแล้วถึงกับเบิกตากว้าง มันไม่เชื่อว่าจะมีมนุษย์คนใดกล้าเสนอชีวิตของตนเองเพื่อช่วยสัตว์อื่น

“เจ้าพูดจริงหรือ? เจ้าจะยอมให้ข้ากินเจ้า?”

พระเจ้าวิเทหราชทรงพยักพระพักตร์

“จริง ข้าให้คำมั่นสัญญา หากเจ้าปล่อยลูกนกตัวนี้ไป”

งูเห่ามองพระเจ้าวิเทหราชด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน มันเห็นแววตาแห่งความจริงใจและความเมตตาที่เปล่งประกายออกมาจากพระองค์

หลังจากครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ งูเห่าก็ค่อยๆ ผ่อนคลายท่าทาง มันเลื้อยถอยห่างจากลูกนกน้อย

“ข้าไม่เคยเห็นมนุษย์ผู้ใดมีความเมตตาถึงเพียงนี้ ข้าขอรับคำสัญญาของเจ้า”

งูเห่ากล่าว

พระเจ้าวิเทหราชทรงถอนหายใจด้วยความโล่งอก พระองค์ทรงค่อยๆ คลานเข้าไปหาลูกนกน้อย แล้วทรงอุ้มมันขึ้นมาอย่างอ่อนโยน

แต่แล้ว เมื่อพระองค์ทรงจะทรงลุกขึ้น งูเห่ากลับเลื้อยเข้ามาใกล้

“เดี๋ยวก่อนฝ่าบาท! ข้าเห็นว่าท่านเมตตาเกินกว่าจะให้ข้ากินเนื้อของท่าน”

งูเห่ากล่าว

พระเจ้าวิเทหราชทรงประหลาดพระทัย

“แล้วเจ้าต้องการสิ่งใดเล่า?”

งูเห่าเงยหน้ามองท้องฟ้า

“ข้าจะขออาศัยอยู่ใกล้ๆ รังของเจ้า แล้วท่านจงหาอาหารอื่นมาให้ข้าแทน ข้าจะไม่ทำร้ายสัตว์ใดๆ ในบริเวณนี้อีกต่อไป”

พระเจ้าวิเทหราชทรงเปี่ยมด้วยความยินดี

“ดีมาก! เราจะตอบแทนความมีน้ำใจของเจ้าเช่นกัน”

พระองค์ตรัส

จากนั้น พระเจ้าวิเทหราชทรงนำลูกนกน้อยไปคืนสู่รังอย่างปลอดภัย และทรงให้เหล่าข้าราชบริพารจัดหาอาหารชั้นเลิศมาเลี้ยงดูงูเห่าอย่างสม่ำเสมอ

ข่าวการกระทำอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าวิเทหราชได้แพร่สะพัดไปทั่วอาณาจักร และเป็นที่เลื่องลือไปถึงอาณาจักรข้างเคียง เหล่าประชาชนต่างแซ่ซ้องสรรเสริญพระบารมีของพระองค์ ในขณะที่งูเห่าก็รักษาสัญญา ไม่เคยทำร้ายสัตว์ใดๆ ในบริเวณนั้นอีกเลย

เรื่องราวนี้สอนให้เห็นว่า ความเมตตาที่แท้จริงนั้นไม่จำกัดอยู่เพียงเผ่าพันธุ์ใดเผ่าพันธุ์หนึ่ง แม้แต่กับสัตว์ที่ดุร้ายที่สุด หากเราแสดงความเมตตาอย่างจริงใจ ย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงจิตใจของผู้อื่นได้

คติธรรม

ความเมตตาที่ปราศจากเงื่อนไขสามารถนำมาซึ่งสันติสุขและการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขระหว่างสรรพสิ่ง

บารมีที่บำเพ็ญ

พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญบารมีคือ ทานบารมี (การให้) และ เมตตาบารมี (ความรักใคร่ ปรารถนาดีต่อผู้อื่น)

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

ความเมตตาที่ปราศจากเงื่อนไขสามารถนำมาซึ่งสันติสุขและการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขระหว่างสรรพสิ่ง

บารมีที่บำเพ็ญ: พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญบารมีคือ ทานบารมี (การให้) และ เมตตาบารมี (ความรักใคร่ ปรารถนาดีต่อผู้อื่น)

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

สัญชัยวทีชาดก (ว่าด้วยการไม่รู้จักประมาณตน)
119เอกนิบาต

สัญชัยวทีชาดก (ว่าด้วยการไม่รู้จักประมาณตน)

สัญชัยวทีชาดกกาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ณ เมืองปาฏลีบุตร อันเป็นเมืองหลวงอันยิ่งใหญ่ของแคว้นมคธ มีพราหม...

💡 การรู้จักประมาณตนเองเป็นคุณธรรมสำคัญ ช่วยให้ดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง ไม่หลงผิด และเป็นที่รัก.

พระโพธิสัตว์เป็นนกยูงผู้สง่างาม
495ปกิณณกนิบาต

พระโพธิสัตว์เป็นนกยูงผู้สง่างาม

นกยูงผู้มีขันติในอุทยานหลวงอันงดงามแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งดอกไม้นานาพันธุ์เบ่งบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไ...

💡 ขันติธรรม คือพลังในการอดทนต่อความยากลำบาก และปฏิเสธสิ่งล่อใจที่อาจนำไปสู่หายนะ

อัฏฐิสมาทปนชาดก
15เอกนิบาต

อัฏฐิสมาทปนชาดก

อัฏฐิสมาทปนชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ป่าหิมพานต์อันกว้างใหญ่ไพศาล มีสัตว์ป่าน้อยใหญ่อาศัยอยู่...

💡 การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ.

สิริวิชยชาดก
129เอกนิบาต

สิริวิชยชาดก

สิริวิชยชาดก ในสมัยพุทธกาลอันรุ่งเรือง ณ ป่าหิมพานต์ อันเป็นแดนที่สรรพสัตว์ทั้งหลายอยู่ร่วมกันอย่าง...

💡 ความโลภและการใช้กำลังเพียงอย่างเดียว ไม่อาจนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง การใช้ปัญญาและความดีงามในการแก้ไขปัญหา ย่อมนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีกว่า และการเปลี่ยนแปลงตนเองจากความผิดพลาดไปสู่ความดีงาม เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด

สาสนทชาดก
110เอกนิบาต

สาสนทชาดก

สาสนทชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในอดีตกาลอันไกลโพ้น เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพราหมณ์ผ...

💡 ความเมตตาต่อสรรพสัตว์ย่อมนำมาซึ่งความดีงาม ความภักดีและความกล้าหาญสามารถปรากฏได้ในทุกสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ การตัดสินผู้อื่นจากภายนอกย่อมเป็นสิ่งที่ผิด การกระทำที่แท้จริงคือสิ่งที่บ่งบอกถึงคุณค่าของบุคคล

กษัตริย์ผู้ทรงไม่ติดในลาภยศ
34เอกนิบาต

กษัตริย์ผู้ทรงไม่ติดในลาภยศ

กษัตริย์ผู้ทรงไม่ติดในลาภยศณ อาณาจักรสิริวัชร อันเป็นอาณาจักรที่มั่งคั่งและงดงาม ปกครองโดยพระเจ้าวิโ...

💡 การไม่ยึดติดในลาภยศสรรเสริญ ย่อมนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง.

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว