
ณ เมืองสาวัตถีอันรุ่งเรือง ในยุคที่พระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์ชีพ พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็น “พญามุสิกะ” หนูเผือกตัวมหึมา ขนสีขาวราวปุยเมฆ อาศัยอยู่ในโพรงใต้ต้นไทรใหญ่ริมเมือง พญามุสิกะมีนิสัยฉลาดแกมโกง และชอบแกล้งผู้อื่นอยู่เสมอ เขาเป็นที่เกรงขามของบรรดาสัตว์เล็กๆ ทั้งหลายในบริเวณนั้น
วันหนึ่ง ขณะที่พญามุสิกะกำลังออกหาอาหาร ก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากทิศหนึ่ง เขาแอบย่องเข้าไปดู ก็เห็นแมวตัวหนึ่งติดกับดักของนายพราน แมวกำลังดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง “ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยข้าพเจ้าด้วย!” แมวร้องครวญคราง
พญามุสิกะเห็นดังนั้น ก็บังเกิดความคิดเจ้าเล่ห์ขึ้นมา “หึหึ… นี่แหละโอกาสของข้า!” เขาคิดในใจ “ข้าจะช่วยเจ้านะ… แต่เจ้าต้องตอบแทนข้าด้วย” เขาเดินเข้าไปใกล้ๆ แมว “ท่านพญามุสิกะ! ได้โปรดช่วยข้าพเจ้าด้วย!” แมวร้องขอ “ข้าพเจ้าจะตอบแทนท่านอย่างงาม!”
“แน่นอน!” พญามุสิกะกล่าว “แต่สิ่งที่ข้าต้องการ ไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทอง” เขาเอ่ย “สิ่งที่ข้าต้องการ คือ… การยอมจำนนของเจ้า! ข้าจะปล่อยเจ้าออกไป แต่เจ้าต้องสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายหนูอีกเลย ตลอดชีวิตของเจ้า!”
แมวซึ่งอยู่ในสภาพสิ้นหวัง ย่อมไม่ลังเลที่จะตอบตกลง “ข้าสัญญา! ข้าจะไม่มีวันทำร้ายหนูอีกเลย! ขอเพียงท่านช่วยข้าพเจ้าด้วยเถิด!” พญามุสิกะเห็นแมวยอมรับข้อตกลง จึงใช้ฟันอันแหลมคมกัดทำลายเชือกของกับดัก ทำให้แมวเป็นอิสระ
เมื่อแมวหลุดพ้นจากกับดักแล้ว มันก็วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้พญามุสิกะยืนอยู่เพียงลำพัง “ฮึ!” เขาแค่นหัวเราะ “เจ้าแม่งี่เง่า! ใครจะไปเชื่อคำสัญญาของเจ้า!”
เมื่อพญามุสิกะเดินไปตามทาง เขาก็ได้พบกับนกเค้าแมวตัวหนึ่ง กำลังเจ็บปวดเพราะมีหนามตำเท้า “โอ๊ย! เจ็บเหลือเกิน!” นกเค้าแมวร้องด้วยความทรมาน พญามุสิกะเดินเข้าไปหา “ข้าจะช่วยเจ้า” เขาพูด “แต่เจ้าต้องให้คำมั่นสัญญาว่า จะไม่กินหนูอีก”
“ข้าสาบาน! ข้าจะไม่มีวันแตะต้องหนูอีกเลย!” นกเค้าแมวรีบตอบ “โปรดช่วยข้าพเจ้าด้วยเถิด!” พญามุสิกะกัดหนามออกจากเท้าของนกเค้าแมว “ดีมาก!” เขาพูด “แต่ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะรักษาคำสัญญาได้หรือไม่”
เมื่อพญามุสิกะได้ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ กับสัตว์ต่างๆ เขาได้ช่วยชีวิตสัตว์เหล่านั้นไว้มากมาย และได้ข้อตกลงจากพวกมันว่า จะไม่ทำร้ายหนูอีก แต่ทว่า เมื่อสัตว์เหล่านั้นพ้นจากอันตรายแล้ว พวกมันก็ลืมคำสัญญาที่ให้ไว้กับพญามุสิกะ
วันหนึ่ง พญามุสิกะกำลังเดินหาอาหาร ก็พลันเห็นเงาตะคุ่มๆ ของแมวตัวเดิมที่เคยช่วยไว้ กำลังย่องเข้ามาหาเขาอย่างเงียบเชียบ! “อ๊ะ! เจ้าแมว!” พญามุสิกะร้องตกใจ “เจ้าลืมคำสาบานของเจ้าแล้วหรือ!”
“คำสาบานอะไรเล่า!” แมวหัวเราะอย่างชั่วร้าย “ข้าหิว! และเจ้าก็เป็นเหยื่ออันโอชะ!” ว่าแล้ว แมวก็พุ่งเข้าตะครุบพญามุสิกะ
พญามุสิกะพยายามวิ่งหนีอย่างสุดชีวิต แต่ก็ไม่สามารถหนีพ้นเงื้อมมือของแมวได้ เขาได้แต่ร้องด้วยความเสียใจ “ข้าโง่เอง! ข้าหลงเชื่อคำโกหกของพวกเจ้า!”
ในที่สุด พญามุสิกะก็ถูกแมวจับกินไปอย่างอนาถ เรื่องราวของเขาเป็นอุทาหรณ์สอนใจว่า การให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ไม่น่าไว้วางใจ และการเชื่อคำสัญญาของคนพาล ย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อน และอันตรายแก่ตนเอง
— In-Article Ad —
การเชื่อคำสัญญาของคนพาล ย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อน การใช้ปัญญาพิจารณาให้รอบคอบก่อนช่วยเหลือผู้อื่นเป็นสิ่งสำคัญ
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี
— Ad Space (728x90) —
265ติกนิบาตมหาปทุมชาดก (Mahapaduma Jataka) ณ แคว้นโกศล อันเป็นปฐมราชธานีแห่งอินเดียในยุคพุทธกาล ณ เมืองสาวัตถี...
💡 เรื่องราวของมหาปทุมชาดกสอนให้เห็นถึงพลังของความรักอันบริสุทธิ์และความซื่อสัตย์ที่สามารถเอาชนะอุปสรรคและเวรกรรมได้ แม้จะเคยทำผิดพลาดไปในอดีต หากมีความตั้งใจจริงที่จะแก้ไข และหมั่นทำความดี ก็ย่อมมีโอกาสที่จะกลับตัวกลับใจและได้รับความสุขในที่สุด
546มหานิบาตมหาอุตตรชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นโกศลอันไพบูลย์ มีพระราชาผู้ทรงทศพิธราชธรรมปกครองอาณาประชา...
💡 ความรอบคอบในการใช้จ่ายทรัพย์สินเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง การจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความผาสุกของส่วนรวม
103เอกนิบาตสัมปารชชนชาดกในสมัยพุทธกาลอันรุ่งเรือง ณ แคว้นมคธ มีเมืองใหญ่แห่งหนึ่งนามว่า “ราชคฤห์” เป็นเมืองที่เ...
💡 การทำความดี ย่อมได้รับผลตอบแทนที่ดีเสมอ แม้จะไม่ใช่สิ่งที่คาดหวังในตอนแรกก็ตาม การเบียดเบียนผู้อื่น ย่อมนำมาซึ่งผลกรรมอันเลวร้าย
116เอกนิบาตมหาธนูวังคชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นกาสีอันรุ่งเรือง มีพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระปัญจาลร...
💡 การไม่เชื่อฟังคำสอนที่ดี ทำให้พลาดโอกาสในการเรียนรู้และอาจนำไปสู่ความหายนะ.
294ติกนิบาตสิริธนชาดก ณ แคว้นมคธ อันรุ่งเรืองไปด้วยศาสนาและศิลปะ ประชาชนอยู่อย่างผาสุกภายใต้ร่มเงาแห่งธรรม กาล...
💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความตระหนี่ถี่เหนียวเป็นกิเลสที่นำมาซึ่งความทุกข์ทรมาน การแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่น คือหนทางแห่งความสุขที่แท้จริง ทรัพย์สมบัติที่เรามีนั้น หากไม่รู้จักแบ่งปัน ก็เป็นเพียงสิ่งของที่ไร้ค่าและนำมาซึ่งโทษ
80เอกนิบาตสัมพาหุชาดก ณ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในอดีตชาติอันไกลโพ้น เมื่อครั้งที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายัง...
💡 ความฉลาดและปัญญาประเสริฐกว่ากำลังกาย
— Multiplex Ad —