ข้ามไปเนื้อหาหลัก
มหาสีลัพชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
43

มหาสีลัพชาดก

Buddha24 AIเอกนิบาต
ฟังเนื้อหา

มหาสีลพชาดก

ณ เมืองสาวัตถี แคว้นโกศล อันเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า ครั้งนั้น พระองค์ทรงปรารภถึงเหตุการณ์ในอดีตชาติอันห่างไกล ซึ่งพระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญบารมีอันยิ่งใหญ่ ทรงแสดงธรรมแก่เหล่าภิกษุสงฆ์ถึงเรื่องราวของพระองค์ในชาติที่เป็นพระอินทร์ ผู้ทรงไว้ซึ่งศีลอันบริสุทธิ์

เรื่องมีอยู่ว่า ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อครั้งที่พระบรมโพธิสัตว์ยังทรงเวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสาร พระองค์ได้ทรงบังเกิดเป็น พระอินทร์ ผู้เป็นจอมเทพแห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีพระนามว่า มหาสีลพ การที่พระองค์ได้เป็นพระอินทร์นั้น มิใช่ด้วยบุญกรรมอื่นใด นอกเสียจาก ศีล อันบริสุทธิ์ที่พระองค์ทรงรักษามาตลอดชีวิต

พระอินทร์มหาสีลพ ทรงมีพระทัยเปี่ยมด้วยเมตตาธรรม ทรงปกครองเหล่าเทวดาทั้งหลายด้วยทศพิธราชธรรม ทรงดูแลทุกข์สุขของมวลมนุษย์และสรรพสัตว์ในจักรวาล โปรดให้ความยุติธรรมแก่ทุกชีวิต และทรงยึดมั่นในศีล 5 อย่างเคร่งครัด มิเคยละเมิดแม้แต่น้อย

วันหนึ่ง ขณะที่พระอินทร์มหาสีลพ ทรงประทับอยู่บนพระแท่นรัตนบัลลังก์ ทรงทอดพระเนตรลงมายังมนุษย์โลก ทรงทอดพระเนตรเห็น พระเจ้าพาราณสี ผู้ทรงเป็นกษัตริย์ที่โหดเหี้ยมไร้คุณธรรม ทรงมีจิตใจคับแคบ เห็นแก่ตัว เบียดเบียนราษฎรให้เดือดร้อนทั่วหน้า ทรงละเลยราชการบ้านเมือง และทรงมีพระประสงค์จะขยายอาณาเขตด้วยการทำสงคราม

พระอินทร์มหาสีลพ ทรงระอาพระทัยเป็นยิ่งนักต่อการกระทำของพระเจ้าพาราณสี พระองค์จึงดำริว่า “หากปล่อยให้กษัตริย์องค์นี้ปกครองต่อไป มนุษย์โลกจะต้องประสบภัยพิบัติอันใหญ่หลวง

ด้วยพระปรีชาญาณอันล้ำเลิศ พระอินทร์มหาสีลพ จึงทรงแปลงกายเป็น ฤาษี ผู้มีวัตรปฏิบัติอันงดงาม ทรงถือเพศพรต บำเพ็ญตบะอยู่ในป่าหิมพานต์ พระองค์ทรงรวบรวมผลไม้และน้ำผึ้งอันเป็นทิพย์ เตรียมเสด็จไปยังเมืองพาราณสี

เมื่อเสด็จถึงเมืองพาราณสี พระอินทร์มหาสีลพ ในคราบฤาษี ทรงดำเนินเข้าไปในพระราชวัง ท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าทหารและข้าราชบริพารที่เฝ้าประตู ความสง่างามน่าเลื่อมใสของฤาษีองค์นี้ ทำให้ไม่มีใครกล้าขัดขวาง

ข้าต้องการเข้าเฝ้าพระเจ้าพาราณสี” ฤาษีกล่าวเสียงทุ้มกังวาน

เหล่าทหารต่างรีบเข้าไปแจ้งข่าวแก่พระเจ้าพาราณสี ซึ่งทรงประทับอยู่บนบัลลังก์ ทรงกริ้วด้วยความรำคาญ “ฤาษีอันใดกัน ช่างบังอาจเข้ามาในพระราชวังโดยไม่ได้รับอนุญาต

แต่เมื่อทอดพระเนตรเห็นฤาษีองค์นั้น ก็ทรงตะลึงในความสง่างาม และสัมผัสได้ถึงพลังอันบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมา “มาเถิด ฤาษีผู้ทรงศีล” พระเจ้าพาราณสีทรงผายมือเชิญ “มีสิ่งใดให้เราช่วยเหลือ

ฤาษีมหาสีลพ ทรงยิ้มอย่างอ่อนโยน “มหาบพิตร” พระองค์ตรัส “ข้ามาเพื่อนำสิ่งนี้มาถวาย” ว่าแล้วก็ทรงยื่นผลไม้สีแดงสดและรวงผึ้งที่เปล่งประกายสีทอง “นี่คือผลไม้และน้ำผึ้งแห่งสวรรค์ หากมหาบพิตรเสวยแล้ว จักทรงมีพระวรกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และจะมีพระปรีชาญาณเฉลียวฉลาด

พระเจ้าพาราณสี ทรงรับผลไม้และน้ำผึ้งนั้นมาด้วยความสงสัย แต่ด้วยความอยากรู้อยากลอง พระองค์ก็ทรงเสวยไปส่วนหนึ่ง เหล่าข้าราชบริพารที่เห็นเหตุการณ์ ต่างก็ตื่นตะลึง

ฤาษี” พระเจ้าพาราณสีตรัส “ท่านมาจากที่ใด และเหตุใดจึงนำสิ่งอันวิเศษนี้มาถวาย

มหาบพิตร” ฤาษีตอบ “ข้าคือผู้ที่ห่วงใยในความสงบสุขของมหาบพิตรและอาณาประชาราษฎร์ ข้าเห็นว่ามหาบพิตรทรงมีพระทัยเร่าร้อน และประสงค์จะทำสงคราม ซึ่งจะนำมาซึ่งความสูญเสียแก่ทั้งสองฝ่าย

พระเจ้าพาราณสี ทรงฟังแล้วทรงนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย “ท่านรู้ได้อย่างไร

ข้าสามารถหยั่งรู้ถึงจิตใจของผู้คนได้” ฤาษีกล่าว “และข้าขอกล่าวเตือนมหาบพิตรว่า การสงครามนั้นมิได้มีแต่ชัยชนะ แต่มักนำมาซึ่งความเศร้าโศกและความสูญเสีย

แล้วข้าควรทำอย่างไร” พระเจ้าพาราณสี ทรงถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

มหาบพิตร” ฤาษีทรงเริ่มเทศนา “ขอให้ทรงละเว้นความคิดที่จะทำสงคราม หันมาปกครองด้วยทศพิธราชธรรม ตั้งอยู่ในศีลธรรมอันดี

ฤาษีมหาสีลพ ทรงเทศนาสั่งสอนพระเจ้าพาราณสีถึงคุณธรรมในการปกครอง การดูแลราษฎรให้มีความสุข การละเว้นการเบียดเบียน การมีเมตตาต่อสรรพสัตว์ ทรงเน้นย้ำถึงความสำคัญของศีล 5 ประการ ว่าหากผู้ปกครองตั้งอยู่ในศีลแล้ว บ้านเมืองย่อมสงบร่มเย็น ไพร่ฟ้าหน้าใส

ศีล” ฤาษีกล่าว “คือเกราะป้องกันอันดีที่สุด เป็นเครื่องคุ้มครองชีวิต นำมาซึ่งความสุขความเจริญ หากผู้ใดรักษาศีล ย่อมเป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย

พระเจ้าพาราณสี ทรงสดับฟังคำเทศนาของฤาษีอย่างตั้งใจ พระองค์ทรงรู้สึกสำนึกผิดในบาปกรรมที่เคยกระทำมา พระทัยของพระองค์พลันอ่อนโยนลง ความโหดร้ายในอดีตถูกแทนที่ด้วยความเมตตา

ข้าพเจ้า” พระเจ้าพาราณสี ทรงก้มศีรษะลง “ขอขอบคุณท่านฤาษี ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ ที่มาเปิดอกเปิดใจให้แก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะน้อมรับคำสั่งสอนของท่าน และจะตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมตลอดไป

หลังจากนั้น พระเจ้าพาราณสี ทรงเปลี่ยนพระราชจริยวัตรโดยสิ้นเชิง พระองค์ทรงเลิกคิดที่จะทำสงคราม หันมาปกครองบ้านเมืองด้วยความยุติธรรม ทรงบำรุงราษฎรให้อยู่เย็นเป็นสุข ทรงตั้งอยู่ในศีล 5 อย่างเคร่งครัด บ้านเมืองจึงสงบร่มเย็น ปราศจากภัยพิบัติ

ส่วนพระอินทร์มหาสีลพ เมื่อทรงเห็นว่าพระเจ้าพาราณสี ทรงกลับพระทัยแล้ว พระองค์ก็ทรงปรากฏกายในร่างเดิม คือพระอินทร์ผู้สง่างาม “มหาบพิตร” พระอินทร์ตรัส “เราคือพระอินทร์ที่มาทดสอบจิตใจของท่าน

พระเจ้าพาราณสี ทรงกราบทูลด้วยความเคารพ “ข้าพระพุทธเจ้า ขอขอบพระคุณพระอินทร์ ที่ทรงเมตตา โปรดชี้แนะ

พระอินทร์มหาสีลพ ทรงยิ้มให้ แล้วทรงกลับคืนสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์

เรื่องราวของพระอินทร์มหาสีลพนี้ ได้เล่าขานต่อกันมาในหมู่เทวดาและมนุษย์ ว่าเป็นตัวอย่างอันดีของการบำเพ็ญบารมีด้วยศีล

เมื่อพระพุทธเจ้าทรงเล่าชาดกนี้จบลง ทรงตรัสสอนเหล่าภิกษุสงฆ์ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย” พระองค์ตรัส “บัดนี้ พระอินทร์มหาสีลพนั้น คือเราตถาคต ส่วนพระเจ้าพาราณสีนั้น คือพระเทวทัต

เหตุที่พระเทวทัต ได้รับผลแห่งกรรมชั่วต่างๆ นานา ก็เพราะในอดีตชาตินั้น แม้เขาจะได้มีโอกาสพบพระโพธิสัตว์ผู้มีศีล แต่จิตใจของเขาก็ยังคงเต็มไปด้วยความอิจฉาพยาบาท ไม่ยอมรับฟังคำสั่งสอน

ส่วนเรา” พระพุทธองค์ตรัส “ในครั้งนั้น ได้บำเพ็ญบารมีอันยิ่งใหญ่ด้วยการรักษาศีล และได้ใช้ความเพียรพยายามในการชี้นำผู้อื่นให้ตั้งอยู่ในคุณงามความดี

คติธรรม

ศีลเป็นเครื่องคุ้มครองชีวิต นำมาซึ่งความสุข ความเจริญ และเป็นพื้นฐานของการทำความดีทั้งปวง ผู้มีศีลย่อมเป็นที่รักของมวลมนุษย์และเทวดา

บารมีที่บำเพ็ญ

ศีลบารมี

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

ศีลเป็นเครื่องคุ้มครองชีวิต นำมาซึ่งความสุข ความเจริญ และเป็นพื้นฐานของการทำความดีทั้งปวง ผู้มีศีลย่อมเป็นที่รักของมวลมนุษย์และเทวดา

บารมีที่บำเพ็ญ: ศีลบารมี

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

อัคคิทัตตชาดก (อีกครั้ง)
331จตุกกนิบาต

อัคคิทัตตชาดก (อีกครั้ง)

อัคคิทัตตชาดก (อีกครั้ง) นานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นท้าวสักกะเทวราช ณ สวรรค์ชั้นดา...

💡 การเสียสละชีวิตเพื่อรักษาชีวิตผู้อื่น เป็นยอดแห่งทานบารมี และเป็นการแสดงความไม่ยึดติดในตัวตนอันสูงสุด.

กุกกุรชาดก (ครั้งที่ 2)
223ทุกนิบาต

กุกกุรชาดก (ครั้งที่ 2)

กุกกุรชาดก (ครั้งที่ 2) ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในยุคที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นสุนัขจิ้งจอก ในป่าอั...

💡 การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเมตตาและเสียสละ แม้ตนเองจะลำบาก ก็ย่อมได้รับผลบุญอันประเสริฐ และความดีงามนั้น จะนำพามาซึ่งความสงบสุข และความเคารพจากผู้อื่น

โภชชาดก
47เอกนิบาต

โภชชาดก

โภชชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสี มีพระราชาพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระเจ้าพรหมทัต ทรง...

💡 ความไม่รู้จักพอในกามคุณ ย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อนแก่ตนเองและผู้อื่น การรู้จักประมาณตน การมีเมตตาธรรม และการแบ่งปัน คือหนทางสู่ความสุขที่แท้จริง

สารัททชาดก
109เอกนิบาต

สารัททชาดก

สารัททชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในยุคที่พระพุทธเจ้ายังทรงดำรงอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร กรุงสาวัตถี...

💡 ความกตัญญูกตเวทีเป็นคุณธรรมอันสูงส่ง การทำความดีและอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้ว ย่อมส่งผลบุญไปถึงพวกเขา ช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมาน และเป็นเครื่องเตือนใจให้เราหมั่นทำความดีอยู่เสมอ

อังคุตตระชาดก
131เอกนิบาต

อังคุตตระชาดก

อังคุตตระชาดกณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง มีเมืองหลวงชื่อราชคฤห์ เป็นนครที่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน ท่ามกล...

💡 ความพอเพียงเป็นบ่อเกิดแห่งความสุข

มหาโควินทชาดก
95เอกนิบาต

มหาโควินทชาดก

มหาโควินทชาดกณ กรุงมิถิลา เมืองหลวงแห่งอาณาจักรกุรุ ในกาลอันแสนไกลโพ้น พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็...

💡 การเป็นผู้นำที่ดีต้องประกอบด้วยปัญญา ความซื่อสัตย์ และการยึดมั่นในธรรม เพื่อนำพาสังคมไปสู่ความสงบสุขและความเจริญ.

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว