ข้ามไปเนื้อหาหลัก
กุฏิสลหกชาดก (Kutisalhakajataka)
ชาดก 547 เรื่อง
431

กุฏิสลหกชาดก (Kutisalhakajataka)

Buddha24นวกนิบาต
ฟังเนื้อหา

กุฏิสลหกชาดก

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในยุคที่มนุษย์ยังมีอายุยืนยาวและบ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์ทรงไปเกิดเป็นบุตรของเศรษฐีผู้มั่งคั่งในกรุงพาราณสี ท่านเป็นผู้มีรูปโฉมงดงาม เฉลียวฉลาด มีคุณธรรมประจำใจตั้งแต่เยาว์วัย เมื่อเติบใหญ่ขึ้น ท่านได้เรียนรู้วิชาการต่างๆ จนเชี่ยวชาญ และได้รับมอบหมายให้ดูแลทรัพย์สมบัติของบิดา ซึ่งมีมากมายมหาศาล

วันหนึ่ง ขณะที่พระโพธิสัตว์กำลังพิจารณาทรัพย์สินของตระกูล ท่านเกิดความสังเวชใจ เมื่อเห็นว่าทรัพย์สินเหล่านี้ แม้จะมากเพียงใด ก็ไม่อาจนำความสุขที่แท้จริงมาให้ได้ และเมื่อถึงคราวต้องจากโลกนี้ไป ทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็ต้องตกเป็นของผู้อื่น ท่านจึงใคร่ครวญถึงหนทางที่จะสร้างบุญกุศลอันจะส่งผลไปสู่ภพภูมิที่ดี และเป็นอมตะสืบไป

ด้วยปณิธานอันแรงกล้า พระโพธิสัตว์จึงตัดสินใจสละทรัพย์สมบัติส่วนตัวจำนวนหนึ่ง เพื่อสร้างโรงทานขึ้นในเมือง ท่านตั้งใจว่าจะให้ทานแก่ผู้ยากไร้ ผู้เดินทาง และผู้ที่ควรได้รับความช่วยเหลือทุกผู้ทุกคน โดยไม่มีการเลือกว่าเป็นใครมาจากไหน ขอเพียงแค่มีความเดือดร้อน ก็จะได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ข่าวการสร้างโรงทานและการให้ทานของบุตรเศรษฐีแพร่สะพัดไปทั่ว ผู้คนต่างพากันสรรเสริญในความมีเมตตาจิตของท่าน บางคนก็กล่าวว่า “ช่างเป็นบุญกุศลที่ประเสริฐยิ่งนัก การให้ทานเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความหมาย” บางคนก็กล่าวว่า “ท่านผู้นี้ช่างไม่เหมือนคนอื่นใดเลย นำทรัพย์สินที่หามาได้ไปสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่นอย่างแท้จริง”

แต่ก็มีบางคนที่คิดต่างออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งญาติพี่น้องของพระโพธิสัตว์ พวกเขาเห็นว่าการให้ทานของท่านนั้นมากเกินไป สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ พวกเขาพยายามทักท้วงและห้ามปราม “น้องรัก” ท่านจะให้ทานมากเกินไปไม่ได้นะ ทรัพย์สมบัติเหล่านี้เราต้องเก็บรักษาไว้สำหรับวงศ์ตระกูลของเราในอนาคต หากเราให้ไปทั้งหมด เราจะเอาอะไรกิน?”

พระโพธิสัตว์ได้ยินดังนั้น ก็ได้แต่ยิ้มอย่างอ่อนโยน และตอบกลับไปด้วยเหตุผลอันลึกซึ้ง “พี่ทั้งหลาย ข้าพเจ้าทราบดีว่าทรัพย์สมบัตินี้มีค่า แต่หากเรามัวแต่เก็บงำไว้โดยไม่แบ่งปัน ความสุขที่แท้จริงก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ การให้ทานนั้น แม้จะทำให้ทรัพย์สินลดน้อยลง แต่บุญกุศลที่เกิดขึ้นนั้น จะยั่งยืนตลอดไป และจะเป็นสิ่งคุ้มครองเราในยามที่ยากลำบาก”

ญาติพี่น้องของพระโพธิสัตว์ยังคงไม่พอใจ พวกเขาพยายามหาอุบายต่างๆ นานา เพื่อที่จะหยุดยั้งการให้ทานของท่าน วันหนึ่ง พวกเขาได้แอบไปพูดคุยกับคนรับใช้และคนงานในบ้าน “พวกเจ้าเห็นไหมว่านายของพวกเจ้ากำลังจะผลาญทรัพย์สินของตระกูลไปจนหมดสิ้น พวกเจ้าควรจะช่วยกันห้ามปรามเขาเสีย”

แต่คนรับใช้และคนงานเหล่านั้น ต่างก็มีความภักดีต่อพระโพธิสัตว์ พวกเขาได้ยินคำพูดของญาติพี่น้องแล้ว ก็ไม่พอใจเช่นกัน พวกเขารู้ดีว่าพระโพธิสัตว์นั้นเป็นคนดี มีน้ำใจ และเป็นที่รักของทุกคน พวกเขาจึงไม่ทำตามที่ญาติพี่น้องของพระโพธิสัตว์ขอร้อง

เมื่อญาติพี่น้องเห็นว่าไม่สามารถห้ามปรามพระโพธิสัตว์ได้ พวกเขาจึงวางแผนการที่ร้ายกาจยิ่งกว่านั้น พวกเขาได้ไปหาหมอดูคนหนึ่ง แล้วบอกหมอดูว่า “ท่านหมอดู ช่วยทำนายให้หน่อยว่า บุตรชายของเศรษฐีผู้นี้ จะประสบเคราะห์กรรมอะไรหรือไม่?”

หมอดูรับสินบนไปแล้ว ก็ทำนายไปตามที่พวกเขาต้องการ “บุตรชายของท่านผู้นี้ จะประสบเคราะห์ร้ายอย่างใหญ่หลวง เขาจะต้องสูญเสียทรัพย์สมบัติทั้งหมด และจะตกยากลำบากไปตลอดชีวิต”

เมื่อข่าวการทำนายของหมอดูแพร่ออกไป ผู้คนในเมืองก็เริ่มหวาดกลัว และพากันซุบซิบนินทา “แย่แล้ว! ชายผู้นี้กำลังจะประสบเคราะห์กรรมร้าย” “เราไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเขาเลย”

แต่พระโพธิสัตว์ เมื่อได้ยินคำทำนายของหมอดู ก็มิได้รู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใด ท่านกลับยิ่งตั้งมั่นในความดีงามของตนเอง ท่านคิดว่า “หากข้าพเจ้าต้องประสบเคราะห์กรรมร้ายจริงๆ การทำความดีก็ยังคงเป็นสิ่งที่ดีงามที่สุด และจะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับข้าพเจ้า”

ในขณะเดียวกัน ญาติพี่น้องของพระโพธิสัตว์ ก็ได้แอบไปบอกกับคนงานบางคนว่า “พวกเจ้าจงไปลอบเผาโรงทานเสีย เพื่อที่ว่าเมื่อนายของพวกเจ้าเห็นโรงทานถูกเผา เขาจะได้เลิกให้ทานเสียที”

คนงานบางคนถูกยุยงจนหลงเชื่อ ได้แอบไปจุดไฟเผาโรงทานในเวลากลางคืน ไฟได้ลุกไหม้โรงทานอย่างรวดเร็ว ชาวเมืองที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ตกใจ และพยายามช่วยกันดับไฟ แต่ก็ไม่สามารถดับได้ทัน โรงทานถูกเผาทำลายจนหมดสิ้น

เมื่อพระโพธิสัตว์ทราบข่าว ก็มิได้เสียใจหรือโกรธแค้นแต่อย่างใด ท่านได้กล่าวกับคนรับใช้ว่า “ไปเตรียมไม้มา แล้วเราจะสร้างโรงทานขึ้นใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิม”

ด้วยความมุ่งมั่นของพระโพธิสัตว์ โรงทานแห่งใหม่ก็ถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็ว และใหญ่กว่าเดิมด้วยซ้ำ ท่านยังคงให้ทานแก่ผู้คนอย่างต่อเนื่อง ไม่ย่อท้อ

วันหนึ่ง ขณะที่พระโพธิสัตว์กำลังให้ทานอยู่ ก็มีชายชราคนหนึ่ง ซึ่งเป็นญาติของท่าน เดินทางมาขอทาน ท่านจำเขาได้ แต่ก็มิได้แสดงท่าทีรังเกียจแต่อย่างใด ท่านได้ยกอาหารและน้ำที่ดีที่สุดให้แก่ชายชราผู้นั้น

ชายชราผู้นั้น เมื่อได้รับอาหารและน้ำแล้ว ก็ได้กล่าวกับพระโพธิสัตว์ว่า “ท่านหลาน ข้าพเจ้าเป็นคนแก่แล้ว ขอให้ท่านจงเก็บทรัพย์สมบัติไว้ให้ดี อย่าได้ให้ทานมากเกินไปนัก”

พระโพธิสัตว์ทราบดีว่าชายชราผู้นี้ คือญาติที่พยายามกีดกันท่าน แต่ท่านก็ยังคงให้ความเคารพ และตอบกลับไปว่า “ท่านปู่ ข้าพเจ้าขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำของท่าน แต่ข้าพเจ้าเชื่อมั่นในการทำความดีและการให้ทาน”

ทันใดนั้นเอง ชายชราผู้นั้นก็แปลงกายกลายเป็นเทพบุตร และได้กล่าวว่า “เราคือผู้ที่มาทดสอบท่าน เราได้เห็นความตั้งใจอันบริสุทธิ์และความเสียสละของท่านแล้ว เราขอชื่นชมในบารมีของท่าน”

เทพบุตรได้มอบของวิเศษชิ้นหนึ่งให้กับพระโพธิสัตว์ ซึ่งของวิเศษนี้สามารถบันดาลทรัพย์สินสิ่งของที่ต้องการได้ทุกอย่าง

นับแต่นั้นมา พระโพธิสัตว์ก็ยิ่งมีทรัพย์สินมากมายมหาศาลยิ่งกว่าเดิม แต่ท่านก็ยังคงใช้ทรัพย์สมบัตินั้นเพื่อการให้ทานและบำเพ็ญประโยชน์แก่ส่วนรวมอย่างต่อเนื่อง ท่านได้สร้างโรงทานหลายแห่ง สร้างบ่อน้ำ สร้างสะพาน และช่วยเหลือผู้คนมากมาย

เมื่อสิ้นอายุขัย พระโพธิสัตว์ก็ได้ไปอุบัติในสวรรค์ชั้นดุสิต ทรงได้รับความสุขตลอดไป

ส่วนญาติพี่น้องของพระโพธิสัตว์ เมื่อเห็นความดีงามและความสำเร็จของท่าน ก็รู้สึกละอายใจในความผิดของตนเอง และได้ตั้งมั่นที่จะประพฤติตนให้อยู่ในคุณธรรมเช่นเดียวกับพระโพธิสัตว์

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

การให้ทานที่แท้จริงคือการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค แม้จะถูกขัดขวางหรือพบเจอความยากลำบาก ก็ควรตั้งมั่นในความดีงาม.

บารมีที่บำเพ็ญ: ทานบารมี, วิริยบารมี

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

สุวรรณหัตถิชาดก
219ทุกนิบาต

สุวรรณหัตถิชาดก

สุวรรณหัตถิชาดก ในสมัยโบราณกาล ณ แคว้นมคธ ประเทศอินเดีย อันเป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณธัญญ...

💡 นิทานสุวรรณหัตถิชาดกนี้ สอนให้เรารู้ว่า การหลอกลวงและกระทำชั่ว ย่อมนำมาซึ่งความพินาศฉิบหายแก่ตนเอง ในขณะที่ความเมตตา กรุณา และปัญญา ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ

สิงคลชาดก
365ปัญจกนิบาต

สิงคลชาดก

สิงคลชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันเป็นที่ตั้งของเมืองราชคฤห์อันรุ่งเรือง ในยุคที่พระโพ...

💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้เห็นว่า การใช้สติปัญญาและความถูกต้องย่อมสามารถเอาชนะเล่ห์เหลี่ยมและความอิจฉาริษยาได้ การกระทำอันมีคุณธรรมและความเมตตาย่อมนำมาซึ่งความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรือง

สิริธนชาดก
294ติกนิบาต

สิริธนชาดก

สิริธนชาดก ณ แคว้นมคธ อันรุ่งเรืองไปด้วยศาสนาและศิลปะ ประชาชนอยู่อย่างผาสุกภายใต้ร่มเงาแห่งธรรม กาล...

💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความตระหนี่ถี่เหนียวเป็นกิเลสที่นำมาซึ่งความทุกข์ทรมาน การแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่น คือหนทางแห่งความสุขที่แท้จริง ทรัพย์สมบัติที่เรามีนั้น หากไม่รู้จักแบ่งปัน ก็เป็นเพียงสิ่งของที่ไร้ค่าและนำมาซึ่งโทษ

พระโพธิสัตว์กับสุนัขจิ้งจอก
482เตรสกนิบาต

พระโพธิสัตว์กับสุนัขจิ้งจอก

พระโพธิสัตว์กับสุนัขจิ้งจอกณ บริเวณชายแดนของแคว้นโกศล อันเป็นที่ราบกว้างใหญ่ มีต้นไม้ใหญ่ยืนต้นอยู่ท...

💡 ความโลภและการเห็นแก่ตัว นำมาซึ่งความเดือดร้อน แต่ความมีน้ำใจและการแบ่งปัน นำมาซึ่งมิตรภาพและความสุข.

พระโพธิสัตว์กับมารดาผู้ไม่สำนึก
487ปกิณณกนิบาต

พระโพธิสัตว์กับมารดาผู้ไม่สำนึก

พระโพธิสัตว์กับมารดาผู้ไม่สำนึก ในอดีตกาลอันไกลโพ้น ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหา...

💡 นิทานชาดกเรื่องนี้สอนให้เห็นถึงความสำคัญของการให้อภัย การมองเห็นความดีที่ซ่อนเร้นในตัวผู้อื่น และการที่บุญกุศลสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของบุคคลได้ แม้จะเคยทำผิดพลาดมาเพียงใด หากมีความสำนึกผิดและตั้งใจที่จะแก้ไข ก็ย่อมมีโอกาสที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้เสมอ นอกจากนี้ ยังสอนให้เห็นถึงความสำคัญของบุพกรรม และผลของการกระทำทั้งดีและชั่ว

อังควิสสชาดก
151ทุกนิบาต

อังควิสสชาดก

อังควิสสชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง มีพระราชาผู้ทรงทศพิธราชธรรมปกครองแผ่นดิ...

💡 ปัญญาและความรู้ที่แท้จริง ย่อมก่อให้เกิดคุณประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน คือการบำเพ็ญบุญอันประเสริฐ

— Multiplex Ad —