ข้ามไปเนื้อหาหลัก
มหาสุมังคชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
451

มหาสุมังคชาดก

Buddha24ทสกนิบาต
ฟังเนื้อหา

มหาสุมังคชาดก

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรและผู้คนมากมี พระราชาผู้ทรงธรรมนามว่า สุมังคละ ทรงครองราชย์ด้วยทศพิธราชธรรม ทรงเป็นที่รักใคร่ของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า แต่ทว่าแม้พระองค์จะทรงมีพระสติปัญญาเฉลียวฉลาดเพียงใด ก็ยังมีจุดบอดที่ยากจะแก้ไข นั่นคือความโกรธเคืองที่ไม่สามารถควบคุมได้ เมื่อใดที่ทรงกริ้ว สิ่งอันตรายก็จะเกิดขึ้นเสมอ.

วันหนึ่ง ขณะที่พระราชาสุมังคละทรงสำราญพระอิริยบถอยู่ในพระราชอุทยานอันร่มรื่น ก็ทรงทอดพระเนตรเห็นดอกบัวหลวงอันงดงามกำลังแย้มกลีบบานสะพรั่งอยู่ริมสระหลวง ด้วยความเพลิดเพลิน พระองค์จึงทรงมีพระประสงค์จะเด็ดดอกบัวนั้นมาประดับพระเกศา แต่แล้วก็มีราชบุรุษผู้หนึ่งกราบบังคมทูลด้วยความหวังดีว่า “ข้าแต่สมเด็จพระพุทธเจ้าข้า ดอกบัวหลวงนี้มีพิษร้ายแรง หากนำมาประดับพระเกศา อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้พ่ะย่ะค่ะ”

คำทูลนั้นกลับไปจุดชนวนความโกรธในพระหทัยของพระราชาทันที “เจ้ากล้าดียังไงมากล่าวตักเตือนเราต่อหน้าสาธารณชนเช่นนี้! เราเป็นถึงพระราชา จะเด็ดดอกบัวสักดอกเดียว ทำไมต้องมาห้ามปราม! เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร!” พระสุรเสียงกึกก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณ จนเหล่านางสนมกำนัลและข้าราชบริพารทั้งหลายต่างตกอยู่ในความหวาดกลัว

พระราชาทรงกริ้วจัดถึงกับมีพระบัญชาให้จับราชบุรุษผู้นั้นไปลงโทษทันที แต่ก่อนที่ราชบุรุษผู้นั้นจะถูกนำตัวไป ก็มีพราหมณ์ผู้เฒ่าผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของพระราชา ได้ก้าวออกมาขัดขวาง “ข้าแต่สมเด็จพระพุทธเจ้าข้า โปรดชะลอพระราชอาชญาก่อนพ่ะย่ะค่ะ”

พราหมณ์ผู้เฒ่าค่อยๆ น้อมกายลงกราบทูลด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความจริงจัง “ข้าแต่พระองค์ ผู้ที่กราบบังคมทูลพระองค์เมื่อครู่นี้ เขาไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่ หรือขัดขวางพระราชประสงค์ของพระองค์เลยแม้แต่น้อย แต่เขาเพียงแต่หวังดี ต้องการปกป้องพระองค์จากภยันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่างหากเล่า”

“ปกป้องเรา? จากดอกบัวดอกเดียวเนี่ยนะ?” พระราชาทรงซักถามด้วยความไม่พอพระทัย “เจ้ากำลังจะบอกว่า เราโง่เขลาเกินกว่าจะแยกแยะได้งั้นรึ?”

“มิบังอาจพ่ะย่ะค่ะ” พราหมณ์เฒ่าตอบอย่างเยือกเย็น “แต่พระองค์ทรงทราบหรือไม่ว่า สิ่งที่อันตรายยิ่งกว่าพิษของดอกบัวหลวงนั้น คือพิษแห่งโทสะที่กำลังแผดเผาอยู่ในพระทัยของพระองค์ขณะนี้”

“โทสะ?” พระราชาทรงนิ่งอึ้งไป ชั่วขณะหนึ่งทรงทอดพระเนตรไปยังพราหมณ์ผู้เฒ่า แล้วจึงทรงมองไปยังดอกบัวหลวงดอกนั้นอีกครั้ง ความโกรธที่เคยพลุ่งพล่านเริ่มสงบลง พระองค์เริ่มตรึกตรองคำพูดของอาจารย์

“ดอกบัวนั้น แม้จะมีพิษ แต่พิษนั้นก็จำกัดอยู่แค่ที่ดอกและก้าน หากเราเด็ดมา ก็มีโอกาสที่จะสัมผัสพิษนั้น แต่โทสะนี้เล่า มันแผ่กระจายไปทั่วทุกอณูแห่งจิตใจ หากเราปล่อยให้มันครอบงำ เราจะทำสิ่งใดผิดพลาดไปได้บ้าง? เราจะทำร้ายผู้บริสุทธิ์? เราจะตัดสินใจเรื่องสำคัญผิดพลาด? เราจะทำให้เหล่าอาณาประชาราษฎร์เดือดร้อน?”

พราหมณ์ผู้เฒ่ากล่าวต่อไป “แท้จริงแล้ว ความโกรธเปรียบเสมือนไฟที่เผาไหม้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเรา แม้แต่ตัวเราเองก็ไม่อาจรอดพ้นจากเปลวเพลิงนั้น เมื่อไฟโทสะลุกโชนขึ้น เราจะมองไม่เห็นความจริง เราจะทำร้ายคนที่รักเรา เราจะทำลายสิ่งดีงามที่เราสร้างมา”

“ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในอดีตชาติ พระองค์เคยเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์ นามว่า มหาสุมังคะ เป็นพราหมณ์ผู้ทรงปัญญาและมีคุณธรรม วันหนึ่ง พระองค์ได้เดินทางไปยังเมืองแห่งหนึ่ง และได้พบกับกษัตริย์ผู้หนึ่งซึ่งมีนิสัยดุร้ายและมักจะลงโทษข้าราชบริพารอย่างรุนแรง เพียงเพราะความผิดเล็กๆ น้อยๆ”

“พระโพธิสัตว์มหาสุมังคะ ทรงเห็นว่า หากปล่อยไว้นาน กษัตริย์องค์นี้จะนำพาความเดือดร้อนมาสู่แว่นแคว้น จึงทรงหาโอกาสเข้าไปถวายโอวาท พระองค์ทรงเปรียบเปรยถึงโทษของความโกรธ ดังที่ข้าพระพุทธเจ้ากำลังกราบทูลพระองค์ในวันนี้”

“พระโพธิสัตว์ตรัสว่า ‘ดูก่อนมหาบพิตร โทสะนั้นเป็นเหมือนไฟที่เผาผลาญทุกสิ่งให้มอดไหม้ เป็นเหมือนงูพิษที่กัดกินจิตใจให้มัวหมอง เป็นเหมือนน้ำกรดที่กัดกร่อนคุณงามความดี เปรียบดังไฟที่ไร้ควัน แต่เผาผลาญทุกสิ่งให้วอดวาย’ “

“เมื่อพระโพธิสัตว์กล่าวเช่นนั้นแล้ว กษัตริย์องค์นั้นก็ทรงเริ่มตรึกตรอง และทรงเห็นถึงโทษอันร้ายกาจของความโกรธ พระองค์ทรงสำนึกผิด และทรงสัญญาว่าจะระงับโทสะให้ได้”

“แต่ทว่า แม้จะทรงตั้งใจมั่นเพียงใด กษัตริย์องค์นั้นก็ยังยากที่จะควบคุมความโกรธได้ในทันที วันหนึ่ง พระองค์ทรงกริ้วข้าราชบริพารจนเกินกว่าจะระงับได้ พระองค์ทรงใช้พระแสงดาบฟันลงไปที่ต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ ด้วยความโกรธ”

“ทันใดนั้นเอง สิ่งอัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น! ด้วยพุทธานุภาพแห่งพระโพธิสัตว์มหาสุมังคะ ที่ทรงเคยสั่งสมบุญบารมีมาอย่างยิ่งยวด ต้นไม้นั้นกลับกลายเป็นทองคำ! และเมื่อพระองค์ทรงเห็นดังนั้น ก็ทรงตกพระทัยอย่างยิ่ง ทรงตระหนักว่าแม้แต่ต้นไม้ที่แข็งแกร่งยังกลายเป็นทองคำได้ด้วยฤทธิ์อันเกิดจากความโกรธของพระองค์ แล้วชีวิตของมนุษย์เล่า จะเหลืออะไร?”

“ด้วยเหตุการณ์ครั้งนั้นเอง ทำให้กษัตริย์องค์นั้นได้สติ ทรงเลิกการลงโทษผู้อื่นอย่างรุนแรง และทรงพยายามที่จะควบคุมความโกรธของพระองค์เอง จนกระทั่งทรงกลายเป็นกษัตริย์ผู้ทรงธรรมในที่สุด”

เมื่อพราหมณ์ผู้เฒ่ากล่าวจบ พระราชาสุมังคละก็ทรงตระหนักถึงโทษภัยของความโกรธอย่างแท้จริง พระองค์ทรงรู้สึกละอายพระทัยต่อพฤติกรรมของพระองค์เอง ทรงรีบปลดปล่อยราชบุรุษผู้นั้นทันที และทรงขออภัยต่อเขา

นับแต่นั้นมา พระราชาสุมังคละก็ทรงตั้งมั่นที่จะระงับความโกรธอย่างเด็ดขาด ทรงหมั่นพิจารณาโทษของโทสะ และทรงระลึกถึงเรื่องราวในอดีตชาติของพระโพธิสัตว์มหาสุมังคะอยู่เสมอ ทำให้พระองค์สามารถครองราชย์ด้วยความสงบสุข เป็นที่รักของอาณาประชาราษฎร์ และทรงเป็นพระราชาผู้ทรงธรรมอย่างแท้จริงตลอดไป

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

ความโกรธเปรียบเสมือนไฟที่เผาผลาญทุกสิ่ง แม้แต่ตัวผู้โกรธเอง การควบคุมอารมณ์โทสะเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการดำรงชีวิตและการปกครอง

บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

สาลทกชาดก
428นวกนิบาต

สาลทกชาดก

สาลทกชาดกในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นสาลทกพราหมณ์...

💡 ปัญญาคือแสงสว่างที่ส่องนำทางให้เราพ้นจากความมืดมนแห่งปัญหา การใช้ปัญญาอย่างถูกต้องและมีเมตตาธรรม จะนำมาซึ่งประโยชน์สุขแก่ตนเองและผู้อื่น

อุทายิชาดก
124เอกนิบาต

อุทายิชาดก

อุทายิชาดก ครั้งเมื่อครั้งพุทธกาล พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน มหาวิหาร เมื...

💡 การมีเมตตาจิตและไม่หวาดกลัวต่อภัยอันตราย ย่อมนำมาซึ่งผลดี และสามารถเปลี่ยนแปลงผู้อื่นให้ดีขึ้นได้ แม้แต่ผู้ที่เคยทำความผิดก็สามารถกลับตัวกลับใจได้หากได้รับคำชี้แนะที่ดี

อุกกุฏฐิตชาดก
39เอกนิบาต

อุกกุฏฐิตชาดก

อุกกุฏฐิตชาดก ในอดีตกาลนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง มีพระเจ้าพรหมทัตต์ทรงดำรงราชสมบ...

💡 สติปัญญาประเสริฐกว่าทรัพย์สมบัติ ยศศักดิ์ หรือลาภสักการะ เพราะสติปัญญาสามารถนำพาให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวง.

มหิโลมชาดก (เรื่องแมว)
176ทุกนิบาต

มหิโลมชาดก (เรื่องแมว)

มหิโลมชาดก (เรื่องแมว) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นโกศล ท่ามกลางความเจริญรุ่งเรืองของนครสาวัตถี ม...

💡 ความตระหนี่เป็นเหมือนโซ่ตรวนที่พันธนาการจิตใจ ไม่ให้พบกับความสุขที่แท้จริง การรู้จักแบ่งปันและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้อื่น นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความสุขที่ยั่งยืน

สุปัตตชาดก
139เอกนิบาต

สุปัตตชาดก

สุปัตตชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์ผู้มีปัญญาอันเลิศ...

💡 การเอาชนะอุปสรรคใหญ่หลวงได้นั้น ไม่ใช่เพราะปาฏิหาริย์ แต่เกิดจากปัญญา ความสามัคคี และความร่วมมือร่วมใจของทุกคนในสังคม

สมนกททชาดก
117เอกนิบาต

สมนกททชาดก

สมนกททชาดก ในอดีตกาลนานมาแล้ว ครั้งพุทธกาลล่วงเลยมาถึงยุคที่พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพญาช้างเผือกแส...

💡 การเสียสละอันยิ่งใหญ่ แม้จะแลกมาด้วยความเจ็บปวด หรือการสูญเสียสิ่งอันเป็นที่รัก แต่ก็จะนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง และเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้อื่น

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว