
ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็น “มหาภารทสกุมาร” พระโอรสของพระเจ้าพรหมทัตต์ กุมารผู้นี้มีพระสิริโฉมงดงาม เฉลียวฉลาด และเปี่ยมด้วยคุณธรรม บำเพ็ญทศพิธราชธรรมมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์
พระเจ้าพรหมทัตต์ ทรงรักและเอ็นดูมหาภารทสกุมารเป็นยิ่งนัก แต่ก็ทรงมีพระญาติผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในราชสำนัก นามว่า “เทวทัตต์” (นามสมมติ) เทวทัตต์ผู้นี้เป็นคนทะเยอทะยาน กระหายอำนาจ และเต็มไปด้วยความริษยา
เทวทัตต์ มองเห็นว่ามหาภารทสกุมารเป็นอุปสรรคต่อแผนการของตนเอง หากมหาภารทสกุมารได้ขึ้นครองราชย์ อำนาจของเขาคงจะหมดไป จึงวางแผนที่จะกำจัดมหาภารทสกุมาร
วันหนึ่ง เทวทัตต์ เข้าไปกราบทูลพระเจ้าพรหมทัตต์ว่า “ข้าแต่พระบิดา ข้าพระองค์ได้ยินว่า มีขุมทรัพย์โบราณอันยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ในป่าลึกแห่งหนึ่ง ซึ่งหากนำขึ้นมาได้ จะนำความมั่งคั่งมาสู่ราชอาณาจักรอย่างมหาศาล”
พระเจ้าพรหมทัตต์ ทรงสนพระทัยในเรื่องขุมทรัพย์ แต่ก็ทรงมีความกังวลเรื่องอันตรายในป่าลึก จึงตรัสถามว่า “แล้วผู้ใดเล่าจะกล้าหาญพอที่จะเข้าไปในป่าอันตรายนั้น?”
เทวทัตต์ จึงฉวยโอกาสนี้กราบทูลว่า “ข้าแต่พระบิดา มหาภารทสกุมารของเรานั้น ทรงเป็นผู้กล้าหาญ ทรงมีปรีชาสามารถ ย่อมสามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปค้นหาขุมทรัพย์นั้นได้ ข้าพระองค์จะขอเป็นผู้อาสานำทางพระองค์ไปเองพ่ะย่ะค่ะ”
พระราชาทรงหลงเชื่อคำของเทวทัตต์ จึงมีพระราชดำรัสให้มหาภารทสกุมารเสด็จไปค้นหาขุมทรัพย์นั้น โดยมีเทวทัตต์เป็นผู้นำทาง
เมื่อมหาภารทสกุมาร และเทวทัตต์ เดินทางเข้าไปในป่าลึก เทวทัตต์ ก็วางแผนที่จะกำจัดกุมาร
“ท่านกุมาร” เทวทัตต์กล่าว “ท่านเห็นต้นไม้ใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้านั้นหรือไม่? ว่ากันว่ามีผึ้งขนาดมหึมาอาศัยอยู่ หากเราสามารถเข้าไปเก็บรังผึ้งนั้นมาได้ จะได้น้ำผึ้งอันเลิศรส และอาจมีของมีค่าซ่อนอยู่ในรังด้วย”
มหาภารทสกุมาร ทรงระแวงในเจตนาของเทวทัตต์ แต่ด้วยความที่ทรงเป็นผู้มีปัญญา พระองค์ทรงพิจารณาแล้วว่า หากทรงปฏิเสธ อาจทำให้เทวทัตต์ยิ่งระแวง และอาจลงมือทำร้ายได้
“เอาเถิด” มหาภารทสกุมารตรัส “เราจะลองเข้าไปดู”
ขณะที่มหาภารทสกุมาร ทรงค่อยๆ เข้าไปใกล้รังผึ้งนั้น เทวทัตต์ ก็แอบปลดหน้าไม้ที่เตรียมมา และเล็งไปที่กุมาร
“ตายเสียเถอะ กุมาร!” เทวทัตต์ตะโกน และยิงลูกหน้าไม้
แต่ด้วยบุญบารมีของมหาภารทสกุมาร ลูกหน้าไม้นั้นพลาดเป้าไปเพียงเล็กน้อย แต่ก็ทำให้กุมารเสียหลัก
ทันใดนั้นเอง เหล่าผึ้งมหึมาก็กรูกันออกมาจากรัง พวกมันโกรธแค้นที่ถูกรบกวน และตรงเข้าต่อยเทวทัตต์อย่างไม่หยุดยั้ง
เทวทัตต์ ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด พยายามวิ่งหนี แต่ด้วยพิษร้ายแรงของผึ้ง ทำให้เขาค่อยๆ ล้มลงสิ้นใจตาย
ส่วนมหาภารทสกุมาร เมื่อเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ก็ทรงตระหนักว่า เทวทัตต์มีเจตนาคิดร้ายต่อพระองค์
พระองค์ทรงไม่ต้องการขุมทรัพย์ใดๆ อีกต่อไป ด้วยพระปรีชาญาณ พระองค์ทรงทราบว่า การกระทำอันโหดร้ายย่อมนำมาซึ่งจุดจบที่น่าเศร้า
พระโพธิสัตว์ มหาภารทสกุมาร ทรงระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าในอดีตชาติ ว่า “ผู้ที่คิดร้ายต่อผู้อื่น ย่อมประสบกับผลกรรมอันเลวร้ายเช่นเดียวกับที่เทวทัตต์ได้รับ”
มหาภารทสกุมาร ทรงตัดสินใจที่จะไม่กลับไปที่วังทันที แต่ทรงเลือกที่จะเดินทางไปยังป่า เพื่อบำเพ็ญสมณธรรม และเรียนรู้การใช้ชีวิตอย่างสันโดษ
หลังจากนั้นไม่นาน เหล่าทหารของพระเจ้าพรหมทัตต์ ก็ออกตามหามหาภารทสกุมาร และพบพระองค์ในป่า
เมื่อพระราชาทรงทราบว่าเทวทัตต์มีเจตนาคิดร้าย และมหาภารทสกุมารทรงรอดชีวิตมาได้ด้วยบุญบารมีของพระองค์ ก็ทรงเสียพระทัยเป็นอย่างยิ่ง
พระราชาทรงพยายามชักชวนให้มหาภารทสกุมารกลับไปรับตำแหน่งรัชทายาท แต่กุมารทรงปฏิเสธ
“ข้าพระองค์ได้เห็นโทษของความทะเยอทะยาน และความโลภแล้วพ่ะย่ะค่ะ ข้าพระองค์ขอเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างสมถะ และบำเพ็ญเพียรภาวนา”
พระเจ้าพรหมทัตต์ ทรงยอมรับในพระประสงค์ของพระโอรส และทรงให้การสนับสนุนในการบำเพ็ญเพียร
มหาภารทสกุมาร ทรงดำรงชีวิตอย่างสมถะ ทรงศึกษาธรรมะ และทรงเป็นที่เคารพรักของผู้คนในป่า
เมื่อมหาภารทสกุมาร สิ้นอายุขัย ก็ทรงไปสู่สุคติโลกสวรรค์
นิทานเรื่องนี้สอนให้เห็นว่า ความทะเยอทะยานในอำนาจและความโลภ ย่อมนำพาไปสู่ความวิบัติ การใช้ชีวิตอย่างมีคุณธรรม และการละเว้นจากการเบียดเบียนผู้อื่น จะนำมาซึ่งความสุขและความสงบที่แท้จริง
— In-Article Ad —
ความทะเยอทะยานและโลภะจะนำมาซึ่งหายนะ การใช้ชีวิตอย่างมีคุณธรรมและสันโดษนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง.
บารมีที่บำเพ็ญ: ขันติบารมี, วิริยบารมี
— Ad Space (728x90) —
251ติกนิบาตมหาปิงคลชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์หนุ่มผู้มีปัญญาเฉลียว...
💡 ความรู้ที่แท้จริงคือการนำไปใช้เพื่อประโยชน์ผู้อื่น การช่วยเหลือผู้อื่นคือการสร้างบุญบารมี
530มหานิบาตอัมพชาดก ในสมัยพุทธกาล พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพระโพธิสัตว์ในชาติหนึ่ง เสวยพระชาติเป็นมนุษย์ผู้มีจ...
💡 การตระหนี่ถี่เหนียวจะนำมาซึ่งความทุกข์ยากและหายนะ การมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และแบ่งปัน จะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญรุ่งเรือง การให้ที่แท้จริงคือการให้ด้วยใจที่บริสุทธิ์
347จตุกกนิบาตธรรมะแห่งการเสียสละณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ปกครองโดยพระอินทร์ผู้ทรงมีอำนาจสูงสุด ทว่า ในช่วงเวลานั้น พร...
💡 การเสียสละเพื่อส่วนรวม คือธรรมะอันประเสริฐ ที่นำมาซึ่งความสามัคคีและความสงบสุข
316จตุกกนิบาตภารทวาชชาดก ณ แคว้นโกศล อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยข้าวปลาอาหารและผู้คนอันมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ณ นครสาวั...
💡 ความรู้ทางวิชาการหรือพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์เพียงอย่างเดียว ย่อมไม่สามารถนำพาไปสู่ความหลุดพ้น หรือความสุขที่แท้จริงได้ หากปราศจากซึ่งคุณธรรมพื้นฐาน เช่น เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา การยึดติดในอัตตาและความรู้ของตนเอง จะเป็นอุปสรรคขัดขวางการพัฒนาจิตใจ
434นวกนิบาตอุเทนชาดกกาลครั้งหนึ่งในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ทรงถือกำเนิดเป็นอุเทนกุมาร โอรสของพระเจ้าพรหมทัตต์ ผู้คร...
💡 การเสียสละลาภยศสรรเสริญ เพื่อแสวงหาความสงบที่แท้จริง และการใช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหา ย่อมนำมาซึ่งความสุขที่ยั่งยืน.
446ทสกนิบาตมหาอุบารเสนชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในนครชื่อว่าอุชเชนี อันเป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นอวันตี มีพระราชาผ...
💡 ความสำเร็จไม่ได้มาจากกำลังเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยปัญญาและการร่วมมือกัน.
— Multiplex Ad —