ข้ามไปเนื้อหาหลัก
โภชชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
47

โภชชาดก

Buddha24 AIเอกนิบาต
ฟังเนื้อหา

โภชชาดก

ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสี มีพระราชาพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระเจ้าพรหมทัต ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม ทรงปกครองแว่นแผ่นดินด้วยความยุติธรรม เป็นที่รักของเหล่าอาณาประชาราษฎร์ ทว่า แม้จะทรงมีทุกสิ่งทุกอย่างเพียบพร้อม พระองค์ก็ยังมีเรื่องที่ทรงกังวลอยู่เรื่องหนึ่ง นั่นคือเรื่องของอาหารการกิน

พระเจ้าพรหมทัตทรงโปรดปรานอาหารเป็นอย่างยิ่ง ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะเสวยอาหารที่เลิศรสที่สุดในทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเสวยอะไรก็มักจะมีพระราชดำริว่า “อาหารนี้ยังไม่ดีพอ” หรือ “หากได้เครื่องเทศอีกสักนิดคงจะดี” ความไม่รู้จักพอในรสชาติอาหารนี้เอง ทำให้พระองค์ทรงหาวิธีปรุงอาหารต่างๆ นานา จนบางครั้งถึงกับทรงเบียดเบียนผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว

วันหนึ่ง ขณะที่พระองค์ทรงเสวยพระกระยาหารมื้อกลางวัน ซึ่งประกอบด้วยอาหารเลิศรสมากมายหลายอย่าง แต่พระองค์ก็ยังไม่ทรงพอพระทัย ทอดพระเนตรเห็นเสนาบดีผู้หนึ่งกำลังเดินผ่านท้องพระโรง ก็ทรงตรัสเรียกให้เข้ามาใกล้

“ท่านเสนาบดี จงเข้ามาใกล้เราหน่อย”

เสนาบดีผู้ภักดี รีบเข้ามาถวายบังคมด้วยความเคารพ

“ข้าแต่พระองค์ มีพระราชโองการอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”

พระเจ้าพรหมทัตทรงชี้ไปยังสำรับอาหาร

“อาหารเหล่านี้ล้วนเป็นของเลิศรสจากทั่วทุกสารทิศ เหตุใดเล่า เราจึงยังรู้สึกว่าไม่เต็มอิ่มเสียที”

เสนาบดีทูลตอบด้วยความระมัดระวัง

“ข้าแต่พระองค์ อาหารทั้งหลายเหล่านี้ล้วนเป็นที่ปรารถนาของมหาชนอยู่แล้ว หากจะมีสิ่งใดที่ทำให้พระองค์ไม่เต็มอิ่ม อาจเป็นเพราะพระองค์ทรงมีพระราชภาระอันใหญ่หลวงเกินไป ทำให้การเสวยอาหารไม่เต็มที่ หรืออาจเป็นเพราะพระองค์ทรงมีพระหทัยที่แสวงหาสิ่งที่เหนือกว่าอยู่เสมอ”

พระเจ้าพรหมทัตทรงตรัสครุ่นคิดตามคำทูลของเสนาบดี

“แสวงหาสิ่งที่เหนือกว่าอย่างนั้นหรือ? บางทีท่านอาจพูดถูก”

วันเวลาผ่านไป พระเจ้าพรหมทัตก็ยังคงหมกมุ่นอยู่กับการแสวงหาอาหารที่เลิศรสยิ่งขึ้นไปอีก ทรงให้คนไปสืบเสาะหาวัตถุดิบแปลกใหม่ สัตว์ป่าหายาก ผลไม้จากแดนไกล จนบางครั้งการกระทำนั้นก็ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน

มีเรื่องเล่าว่า วันหนึ่ง พระเจ้าพรหมทัตทรงพระประสงค์จะเสวยเนื้อกวางดาวที่แสนอร่อย ทรงมีรับสั่งให้ล่ากวางดาวในป่าให้ได้เป็นจำนวนมาก เหล่าพรานหลวงต่างพากันออกล่า จนสัตว์ในป่าที่เคยสงบสุขต้องแตกกระเจิง บางตัวบาดเจ็บล้มตาย ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้ป่าก็ได้รับความเดือดร้อนเพราะกวางที่หาอาหารตามปกติ

ในป่านั้น มีฤาษีตนหนึ่งบำเพ็ญพรตมาเป็นเวลายาวนาน อาศัยอยู่ในอาศรมอันสงบเงียบ ฤาษีตนนี้มีความเมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งปวง วันหนึ่ง เมื่อฤาษีได้ทราบถึงความเดือดร้อนของสัตว์ป่าและชาวบ้าน ก็ทรงดำริที่จะช่วยเหลือ

ฤาษีจึงแปลงกายเป็นกวางดาวตัวหนึ่ง ทรงมีความสง่างาม มีจุดสีดำประปรายบนขนสีน้ำตาลอ่อน และมีดวงตาที่เปล่งประกายด้วยความเมตตา ทรงเดินเข้าไปในเขตพระราชวังอย่างไม่หวั่นเกรง

เมื่อเหล่าทหารเห็นกวางดาวตัวงามก็ตื่นเต้น พากันจะจับ แต่กวางดาวตนนั้นกลับไม่วิ่งหนี กลับยืนนิ่งสงบ

“หยุดเถอะ! อย่าทำอันตรายกวางตัวนี้”

เสียงทุ้มกังวานดังขึ้น พระเจ้าพรหมทัตซึ่งทรงเสด็จมาทอดพระเนตร ก็ทรงเห็นกวางดาวตัวนั้น

“กวางตัวนี้ช่างงดงามยิ่งนัก เหตุใดจึงไม่หนีไปเล่า”

กวางดาวตนนั้น เงยหน้าขึ้นมองพระราชา แล้วเปล่งเสียงออกมาเป็นภาษาของมนุษย์

“ข้าแต่พระองค์ ข้าพเจ้าคือกวางดาวที่มิได้มาเพื่อเป็นอาหารของพระองค์ แต่มาเพื่อสนทนากับพระองค์”

พระเจ้าพรหมทัตทรงประหลาดพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ทรงคิดว่าเป็นไปได้อย่างไรที่กวางจะพูดภาษามนุษย์ได้

“เจ้าเป็นใครกันแน่? เหตุใดจึงมาปรากฏตัวต่อหน้าเรา และพูดภาษามนุษย์ได้”

กวางดาวตนนั้นตอบด้วยน้ำเสียงที่สงบ

“ข้าพเจ้าคือฤาษีที่บำเพ็ญพรตอยู่ในป่า ข้าพเจ้าเห็นความเดือดร้อนของสัตว์ทั้งหลายที่ถูกล่าโดยไม่มีเหตุอันควร เพราะพระองค์ทรงมีพระประสงค์จะเสวยแต่สิ่งที่เลิศรสเท่านั้น ข้าพเจ้าจึงมาเพื่อสนทนากับพระองค์”

พระเจ้าพรหมทัตทรงอึ้งไปชั่วครู่

“ฤาษีแปลงกายมาอย่างนั้นหรือ? เหตุใดท่านจึงมาหาเราด้วยเรื่องเช่นนี้เล่า”

ฤาษีกล่าวต่อ

“ข้าแต่พระองค์ การแสวงหาอาหารที่เลิศรสจนเกินพอดีนั้น อาจนำมาซึ่งความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น การเสวยอาหารที่ดีนั้นเป็นสิ่งควรแก่ผู้มีอำนาจ แต่การเสวยโดยไม่รู้จักประมาณ ย่อมเป็นบาป”

พระเจ้าพรหมทัตทรงตรัสถาม

“แล้วเราควรทำเช่นไรเล่า ฤาษีผู้ทรงปัญญา?”

ฤาษีตอบ

“พระองค์ควรพิจารณาถึงคุณค่าของอาหาร มิใช่เพียงรสชาติ ควรพิจารณาถึงความพอเพียง ความเมตตาต่อสรรพสัตว์ และการแบ่งปัน การเสวยอาหารที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ย่อมไม่อร่อยไปกว่าอาหารธรรมดาที่ได้มาด้วยความสงบสุข”

พระเจ้าพรหมทัตทรงสดับฟังคำสอนของฤาษีด้วยความสำนึกผิด พระองค์ทรงตระหนักได้ว่า การแสวงหาความสุขทางกายอย่างไม่รู้จักประมาณนั้น นำมาซึ่งทุกข์แก่ผู้อื่น

“ท่านฤาษี ข้าพเจ้าได้ตระหนักถึงความผิดของข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าได้ทำผิดต่อสรรพสัตว์และต่อหลักธรรมของพระองค์”

พระเจ้าพรหมทัตทรงสัญญาว่าจะเลิกการล่าสัตว์โดยไม่จำเป็น และจะทรงใส่ใจในการดูแลความเป็นอยู่ของอาณาประชาราษฎร์ให้มากยิ่งขึ้น

ฤาษีพอพระทัยในคำมั่นสัญญาของพระราชา ฤาษีจึงกลับคืนร่างเดิม และเสด็จกลับสู่อาศรมของตน

นับแต่นั้นมา พระเจ้าพรหมทัตก็ทรงเปลี่ยนไป พระองค์ทรงเสวยอาหารด้วยความพอเพียง ทรงมีความเมตตาต่อสรรพสัตว์ และทรงดูแลอาณาประชาราษฎร์ด้วยความยุติธรรมและเปี่ยมด้วยพระเมตตา

วันหนึ่ง ขณะที่พระองค์กำลังทรงพิจารณาการจัดงานเลี้ยงเพื่อต้อนรับแขกผู้มาเยือนจากต่างแดน พระองค์ทรงมีพระราชดำริถึงเรื่องอาหารอีกครั้ง แต่คราวนี้ มิใช่เพื่อแสวงหารสชาติที่เลิศล้ำ แต่เพื่อความอิ่มเอมใจของทุกคน

พระองค์ทรงมีรับสั่งให้จัดเตรียมอาหารที่หลากหลาย แต่เน้นที่ความสะอาด ปลอดภัย และได้มาจากแหล่งที่ยั่งยืน

“เราจะจัดเลี้ยงอาหารสำหรับแขกของเราให้สมกับเกียรติของพวกเขา แต่เราจะไม่ลืมถึงความพอเพียง และความสุขของคนในแผ่นดินของเรา”

พระองค์ทรงมีรับสั่งให้แบ่งปันอาหารส่วนหนึ่งให้แก่คนยากไร้ และให้จัดเตรียมอาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

เมื่อถึงวันงานเลี้ยง อาหารที่จัดเตรียมไว้นั้น แม้จะไม่ได้มาจากวัตถุดิบที่แปลกประหลาดหรือหายากที่สุด แต่กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความใส่ใจและความประณีต แขกผู้มาเยือนต่างชื่นชมในรสชาติอาหารและความมีน้ำใจของพระราชา

ขณะที่พระองค์ทรงประทับอยู่บนราชบัลลังก์ ทอดพระเนตรเห็นเหล่าพสกนิกรมีความสุขจากการได้บริโภคอาหารที่อุดมสมบูรณ์และหลากหลาย พระองค์ทรงรู้สึกอิ่มเอมพระทัยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ทรงระลึกถึงคำสอนของฤาษีแปลงกาย

“แท้จริงแล้ว ความสุขที่แท้จริงมิได้อยู่ที่การได้เสวยอาหารที่เลิศรสที่สุด แต่คือการได้เห็นผู้อื่นมีความสุขกับการบริโภคอาหารอย่างพอเพียง และการได้เห็นบ้านเมืองสงบสุข”

พระเจ้าพรหมทัตทรงครองราชย์อย่างมีความสุข ตราบจนสิ้นพระชนม์

คติธรรม

ความไม่รู้จักพอในกามคุณ ย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อนแก่ตนเองและผู้อื่น การรู้จักประมาณตน การมีเมตตาธรรม และการแบ่งปัน คือหนทางสู่ความสุขที่แท้จริง

บารมีที่บำเพ็ญ

การบำเพ็ญทานบารมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน และการบำเพ็ญเมตตาบารมี

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

ความไม่รู้จักพอในกามคุณ ย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อนแก่ตนเองและผู้อื่น การรู้จักประมาณตน การมีเมตตาธรรม และการแบ่งปัน คือหนทางสู่ความสุขที่แท้จริง

บารมีที่บำเพ็ญ: การบำเพ็ญทานบารมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน และการบำเพ็ญเมตตาบารมี

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

สิริวิชยชาดก (The Victory of Merit)
224ทุกนิบาต

สิริวิชยชาดก (The Victory of Merit)

สิริวิชยชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่มนุษย์และเทวดายังมีปฏิสัมพันธ์กันได้ มีเมืองอันรุ่งเรือ...

💡 คุณธรรมและบารมีที่สั่งสมมา เป็นเกราะป้องกันภัยอันยิ่งใหญ่ การต่อสู้ด้วยสติปัญญาและความเมตตา สามารถนำมาซึ่งชัยชนะที่ยั่งยืนและสันติภาพ

พระโพธิสัตว์กับกบสี่ตัว
483เตรสกนิบาต

พระโพธิสัตว์กับกบสี่ตัว

พระโพธิสัตว์กับกบสี่ตัว ณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่งในสมัยพุทธกาล โบราณกาลนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ มีชายหนุ่มผู้ห...

💡 นิทานชาดกเรื่องนี้สอนให้เห็นถึงความสำคัญของการมีจิตใจเมตตากรุณาต่อสรรพสัตว์ และการใช้สติปัญญาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ความกล้าหาญในการปกป้องผู้อื่น และการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

กุมารชาดก
98เอกนิบาต

กุมารชาดก

กุมารชาดก ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง ท่ามกลางพระราชวังที่โอ่อ่าตระการตา พระเจ้าพรหมทัตผู้ทรงทศพิธราช...

💡 แม้แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์พิเศษ ก็อาจมาพร้อมกับความรับผิดชอบหรือโอกาสในการช่วยเหลือผู้อื่น การรู้จักใช้สิ่งที่เรามีให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมนั้น ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความภาคภูมิใจ

สาขชาดก
277ติกนิบาต

สาขชาดก

สาขชาดก ณ ดินแดนอันไกลโพ้น มีเมืองอันรุ่งเรืองนามว่า “เวสาลี” ในเมืองนี้มีบุรุษผู้หนึ่ง เป็นพ่อค้าผู...

💡 ความตระหนี่นำมาซึ่งความทุกข์ การให้ทานเป็นการสร้างบุญกุศลที่จะช่วยให้พ้นจากความทุกข์

กุกกุรชาดก
215ทุกนิบาต

กุกกุรชาดก

กุกกุรชาดก ณ แคว้นมคธ อันเป็นแผ่นดินที่รุ่งเรืองด้วยพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในสมัยพุทธกา...

💡 การทำความดีนั้น ย่อมมีอุปสรรคเข้ามาขัดขวางเสมอ แต่ผู้ที่มีจิตใจมั่นคง ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก ย่อมสามารถก้าวข้ามผ่านไปได้ และผลแห่งความดีนั้น จะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญที่แท้จริง

สุวรรณหัตถิชาดก
72เอกนิบาต

สุวรรณหัตถิชาดก

พระโพธิสัตว์ในรูปช้างเผือกผู้ซื่อสัตย์ ณ ดินแดนอันสงบสุขแห่งหนึ่ง ซึ่งมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำใส...

💡 ความซื่อสัตย์และการเสียสละเพื่อปกป้องผู้อื่น เป็นคุณธรรมอันประเสริฐ

— Multiplex Ad —