
ณ กรุงสาวัตถีอันร่มเย็น กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเศรษฐีผู้หนึ่งชื่อว่า อุกกุฏฐิตะ เขามีทรัพย์สินเงินทองมากมายเหลือคณา แต่ถึงแม้จะมีสมบัติมากเพียงใด เขาก็ไม่เคยคิดที่จะแบ่งปันให้กับผู้ใดเลย เขามีจิตใจที่ตระหนี่ถี่เหนียว และใช้ชีวิตอย่างสันโดษ ไม่เคยคบค้าสมาคมกับใคร
วันหนึ่ง ขณะที่อุกกุฏฐิตะกำลังนับเงินทองของตนเองอยู่ในห้อง เขาได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กน้อยคนหนึ่งดังมาจากนอกบ้าน เขาไม่สนใจ และยังคงนับเงินทองต่อไป
แต่เสียงร้องไห้นั้นก็ยังคงดังอยู่ไม่หยุด เขาเริ่มรู้สึกรำคาญ จึงเดินออกไปดู เมื่อไปถึงหน้าบ้าน เขาก็พบเด็กน้อยคนหนึ่งกำลังนั่งร้องไห้อยู่ข้างกองขยะ
“เหตุใดเจ้าจึงร้องไห้?” อุกกุฏฐิตะถามด้วยน้ำเสียงห้วนๆ
เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองอุกกุฏฐิตะ ด้วยใบหน้าที่เปื้อนน้ำตา “ข้า… ข้าหิว ไม่มีอะไรจะกิน”
อุกกุฏฐิตะไม่รู้สึกสงสาร เขากล่าวว่า “ถ้าเจ้าหิว ก็ไปหาอาหารกินเองสิ! มานั่งร้องไห้อยู่หน้าบ้านข้าทำไม!”
เด็กน้อยยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม อุกกุฏฐิตะรู้สึกรำคาญ จึงไล่เด็กน้อยไป
หลังจากวันนั้น อุกกุฏฐิตะก็ยังคงใช้ชีวิตอย่างปกติ เขาไม่เคยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเอง
วันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังเดินอยู่ในตลาด เขาได้พบกับพระพุทธเจ้า ซึ่งกำลังประทับนั่งอยู่ริมทาง
อุกกุฏฐิตะไม่เคยศรัทธาในพระพุทธเจ้า เขาเดินผ่านไปโดยไม่สนใจ
แต่พระพุทธเจ้าทรงทราบถึงจิตใจของอุกกุฏฐิตะ จึงตรัสเรียกเขา “ดูก่อนอุกกุฏฐิตะ เหตุใดเจ้าจึงมีจิตใจที่ตระหนี่เช่นนี้?”
อุกกุฏฐิตะตกใจ ที่พระพุทธเจ้าทรงทราบถึงจิตใจของตน เขาจึงถามว่า “ท่านรู้ได้อย่างไร?”
“ข้ารู้ทุกสิ่ง” พระพุทธเจ้าตรัส “เจ้ามีทรัพย์สินมากมาย แต่เจ้ากลับไม่เคยแบ่งปันให้แก่ผู้ใดเลย จิตใจของเจ้าจึงเหมือนกับบ่อน้ำที่แห้งเหือด”
“ข้า… ข้าไม่เข้าใจ” อุกกุฏฐิตะกล่าว
“การให้ทานนั้น ไม่ใช่การสูญเสียทรัพย์สิน แต่คือการสร้างบุญกุศล และการทำให้จิตใจของเราเบิกบาน” พระพุทธเจ้าตรัส “เมื่อเจ้าให้ทาน เจ้ากำลังปลูกต้นไม้แห่งความดีงามในใจของเจ้า”
พระพุทธเจ้าทรงยกตัวอย่างเรื่องราวของบุรุษผู้หนึ่ง ซึ่งมีทรัพย์สินน้อยนิด แต่เขาได้แบ่งปันอาหารให้แก่ขอทานอย่างเต็มใจ เพียงเท่าที่เขามี และผลบุญนั้นก็ทำให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น
“ถ้าเจ้ายังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ทรัพย์สินของเจ้าก็จะหมดไปโดยไร้ประโยชน์ และเจ้าก็จะไม่ได้บุญกุศลใดๆ เลย” พระพุทธเจ้าตรัส
อุกกุฏฐิตะได้ฟังคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว ก็เริ่มสำนึกผิด เขาจึงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง
วันรุ่งขึ้น เขาได้นำข้าวปลาอาหารจำนวนมากไปถวายแก่พระสงฆ์ และได้นำอาหารไปแบ่งปันให้แก่คนยากจน
เมื่อเขาได้ทำบุญให้ทานครั้งแรกในชีวิต เขารู้สึกถึงความสุขและความอิ่มเอมใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
หลังจากนั้น อุกกุฏฐิตะก็กลายเป็นผู้ที่ใจบุญสุนทาน เขาได้ใช้ทรัพย์สินของตนเองในการช่วยเหลือผู้อื่น และได้สร้างบุญกุศลมากมาย ชีวิตของเขาก็มีความสุขและความเจริญรุ่งเรืองยิ่งกว่าเดิม
— In-Article Ad —
การให้ทานเป็นการสร้างบุญกุศล และทำให้จิตใจเบิกบาน การรู้จักแบ่งปันคือการเพิ่มพูนความสุขที่แท้จริง.
บารมีที่บำเพ็ญ: ทานบารมี
— Ad Space (728x90) —
224ทุกนิบาตสิริวิชยชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่มนุษย์และเทวดายังมีปฏิสัมพันธ์กันได้ มีเมืองอันรุ่งเรือ...
💡 คุณธรรมและบารมีที่สั่งสมมา เป็นเกราะป้องกันภัยอันยิ่งใหญ่ การต่อสู้ด้วยสติปัญญาและความเมตตา สามารถนำมาซึ่งชัยชนะที่ยั่งยืนและสันติภาพ
191ทุกนิบาตกุมารชาดกในสมัยโบราณนานมา ครั้งเมื่อพระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นกุมารน้อยผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับเทพบุตร ...
💡 ความรักและความผูกพันในครอบครัวเป็นสิ่งมีค่าสูงสุด ไม่ควรละเลยหรือมองข้ามความดีงามเล็กๆ น้อยๆ ที่มีอยู่ในชีวิตประจำวัน การรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และการบำเพ็ญเพียรด้วยความเมตตา จะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น
155ทุกนิบาตนฬิรชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ มีเมืองหลวงชื่อว่าราชคฤห์ เป็นเมืองที่เจริ...
💡 นฬิรชาดกสอนให้เราเห็นถึงภัยอันตรายของการหลงเชื่อคำยุยงของคนพาล และความสำคัญของการใช้ปัญญาไตร่ตรองในทุกสิ่ง การบำเพ็ญบารมีที่แท้จริงนั้น มิใช่การทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น แต่เป็นการบำเพ็ญคุณงามความดีด้วยความเมตตากรุณา และการเสียสละโดยไม่เบียดเบียน
156ทุกนิบาตอังคารสัตถุชาดกณ ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งในสมัยพุทธกาล นามว่า แคว้นมคธ ที่ซึ่งกษัตริย์ผู้ทรงธรร...
💡 ความโลภเป็นบ่อเกิดแห่งความฉิบหาย ผู้ที่มีความโลภย่อมไม่รู้จักพอ แม้จะได้ทรัพย์สินมากเท่าใดก็ยังต้องการอีก จนนำพาตนเองไปสู่ความเสื่อมและหายนะได้.
146เอกนิบาตอังคารชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ มีพราหมณ์ผู้หนึ่งนามว่า โสณกะ เขาเป็นผู้มีทรัพย์สินเงินท...
💡 กรรมใดใครทำ กรรมนั้นย่อมส่งผลเสมอ แม้แต่ผลไม้ที่เคยให้คุณ ก็สามารถให้โทษได้หากถูกปรุงแต่งด้วยเจตนาร้าย
162ทุกนิบาตคิรินทกชาดกนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ ในป่าอันเขียวชอุ่มแห่งหนึ่ง พระโพธิสัตว์ทรงประสูติเป็น...
💡 การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เช่น การขจัดความอดอยาก และการให้โอกาสแก่ผู้ยากไร้ ย่อมดีกว่าการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ การปล่อยให้ความโลภเข้าครอบงำ นำมาซึ่งหายนะ
— Multiplex Ad —