ข้ามไปเนื้อหาหลัก
สัสสปชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
62

สัสสปชาดก

Buddha24 AIเอกนิบาต
ฟังเนื้อหา

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในชมพูทวีปอันรุ่งเรือง มีแคว้นหนึ่งชื่อว่า **มิถิลา** ซึ่งปกครองโดยพระเจ้าวิเทหราชผู้ทรงปรีชาและเปี่ยมด้วยทศพิธราชธรรม แคว้นมิถิลานับว่าเป็นแคว้นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร ประชาราษฎร์อยู่เย็นเป็นสุข ภายใต้การปกครองอันเป็นธรรมของพระองค์

ในบรรดาพสกนิกรของพระเจ้าวิเทหราช มีชาวนาผู้หนึ่งนามว่า **กุฑุมพี** เป็นชาวนาที่ขยันหมั่นเพียร ปลูกข้าวในที่นาอันอุดมสมบูรณ์ของตนเองมาตลอดชีวิต กุฑุมพีเป็นที่รักและเคารพของชาวบ้านใกล้เคียง เพราะนอกจากความขยันแล้ว เขายังเป็นผู้มีจิตใจดี มีเมตตา และไม่เคยเอารัดเอาเปรียบใคร

วันหนึ่ง ขณะที่กุฑุมพีกำลังไถนาเตรียมหว่านเมล็ดข้าวฤดูใหม่ สายตาของเขาก็พลันเหลือบไปเห็นสิ่งผิดปกติที่ริมรั้วนา สิ่งนั้นคือ **ต้นอ่อนของวัชพืชชนิดหนึ่ง** ที่ยังคงเล็กจิ๋ว กำลังแทงยอดอ่อนขึ้นมาจากผืนดิน

กุฑุมพีชะงักเท้าก้าวไป มองต้นอ่อนนั้นด้วยความสงสัย พลางคิดในใจว่า "นี่มันต้นอะไรกันนะ ดูอ่อนแอเสียจริง ไม่น่าจะก่อให้เกิดอันตรายอะไรได้" ด้วยความที่กุฑุมพีเป็นคนใจดี ไม่ต้องการทำร้ายแม้แต่สิ่งที่ดูเล็กน้อย เขาก็ปล่อยเลยตามเลย คิดว่าหากมันเติบโตขึ้นมาคงไม่เป็นไร

ฤดูหว่านเมล็ดข้าวเวียนมาถึง กุฑุมพีก็หว่านข้าวลงบนผืนนาอันไถเตรียมไว้เป็นอย่างดีเช่นทุกปี และแน่นอนว่า ต้นอ่อนวัชพืชที่เขาเห็นวันนั้น ก็เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับต้นข้าวของเขา

เมื่อต้นข้าวเริ่มตั้งตัวได้ กุฑุมพีก็เริ่มถอนวัชพืชตามปกติ เขาก้มลงไปถอนวัชพืชทีละต้นๆ อย่างขยันขันแข็ง ใบหน้าของเขาฉายแววเหน็ดเหนื่อย แต่ก็มีความสุขที่ได้ดูแลผืนนาของตน

แต่แล้ว กุฑุมพีก็ต้องประหลาดใจ เขาพบว่าต้นวัชพืชที่เขาเห็นในวันนั้น มันเติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็วและแข็งแรงกว่าต้นข้าวเสียอีก มันแผ่กิ่งก้านสาขาอย่างน่ากลัว และดูเหมือนจะแย่งชิงน้ำ อาหาร และแสงแดดจากต้นข้าวของเขาไปอย่างไม่ปรานี

กุฑุมพีพยายามถอนวัชพืชเหล่านั้นออกไปเท่าที่จะทำได้ แต่มันกลับมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับงอกใหม่ไม่หยุดหย่อน รากของมันหยั่งลึกเข้าไปในดิน ผูกพันกับรากของต้นข้าวอย่างแน่นหนา การถอนวัชพืชแต่ละครั้งก็ทำเอาต้นข้าวของเขาเสียหายไปด้วย

เมื่อเวลาผ่านไป ทุ่งนาของกุฑุมพีก็เต็มไปด้วยวัชพืชที่สูงใหญ่กว่าต้นข้าวมากนัก ใบสีเขียวเข้มของวัชพืชปกคลุมต้นข้าวที่เริ่มเหี่ยวเฉา กุฑุมพีมองดูภาพนั้นด้วยใจที่ห่อเหี่ยว

"โอ้... ข้าโง่เขลาเสียจริง" กุฑุมพีรำพันกับตัวเอง "เพียงเพราะความเมตตาที่ไม่ถูกที่ถูกเวลา ทำให้สิ่งที่เล็กน้อยนี้เติบโตขึ้นจนกลายเป็นมหันตภัยต่อทรัพย์สินของข้า" น้ำตาคลอเบ้า

ความหวังของกุฑุมพีที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ดีในปีนี้ เริ่มเลือนลาง เขาพยายามอย่างสุดกำลัง แต่ยิ่งพยายามก็ยิ่งเห็นความเสียหายที่เกิดจากวัชพืชเหล่านั้น

ข่าวเรื่องทุ่งนาของกุฑุมพีที่เต็มไปด้วยวัชพืชจนแทบจะไม่ได้ผลผลิต ก็แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างมาดูด้วยความเสียดาย

วันหนึ่ง พระเจ้าวิเทหราชผู้ทรงมีพระเนตรกว้างไกลและใส่พระทัยในทุกข์สุขของพสกนิกร ได้เสด็จประพาสทุ่งนาต่างๆ เพื่อตรวจดูความอุดมสมบูรณ์ของแคว้น

เมื่อเสด็จมาถึงทุ่งนาของกุฑุมพี พระเจ้าวิเทหราชก็ทรงประหลาดพระทัยในสภาพของทุ่งนาที่เต็มไปด้วยวัชพืชสูงใหญ่

"กุฑุมพี เหตุไฉนนาของเจ้าจึงเต็มไปด้วยวัชพืชเช่นนี้เล่า" พระเจ้าวิเทหราชตรัสถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

กุฑุมพีก้มกราบแทบเบื้องพระบาทเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ทรงทราบ ตั้งแต่ที่เขาเห็นต้นอ่อนวัชพืชเล็กๆ แต่ไม่คิดจะถอนมันออกไป จนกระทั่งมันเติบโตขึ้นมากลายเป็นปัญหาใหญ่

พระเจ้าวิเทหราชทรงสดับฟังด้วยความตั้งพระทัย ก่อนจะตรัสด้วยพระสุรเสียงที่หนักแน่นแต่แฝงด้วยความเมตตาว่า

"กุฑุมพี ความเมตตาเป็นสิ่งประเสริฐ แต่ความเมตตาที่ปราศจากปัญญา ย่อมนำมาซึ่งหายนะ เจ้าเห็นต้นอ่อนของวัชพืชนั้นในคราแรก มันยังเล็กน้อย เปรียบเสมือนความชั่วร้ายที่ยังไม่เติบโต หากเจ้ากำจัดมันเสียตั้งแต่ในยามนั้น ทุกอย่างก็คงจะเรียบร้อย แต่เจ้าปล่อยปละละเลย

'สัสสปชาดก' นี้ สอนให้เรารู้ว่า สิ่งใดที่ยังเล็กน้อย หากเราปล่อยไว้โดยไม่ใส่ใจ มันก็จะเติบโตขึ้นจนยากจะแก้ไขได้ เปรียบเสมือนต้นวัชพืชในนาของเจ้า ที่ถ้าไม่ถอนเสียแต่ยังเล็ก ก็จะกลืนกินผลผลิตดีๆ ของเราไป

'คันธะ' (กลิ่น) อันเกิดจากวัชพืชที่เติบโตขึ้นมานั้น แม้จะหอมหวานเพียงใด ก็มิอาจเปรียบได้กับกลิ่นข้าวที่สมบูรณ์

'ปาปมิตตะ' (มิตรผู้ชั่วร้าย) ก็เช่นเดียวกัน หากไม่ตัดขาดตั้งแต่แรกเริ่ม ก็จะนำพาความเดือดร้อนมาให้

'ทิฏฐิ' (ความเห็นผิด) อันฝังแน่น ก็ยากจะถอนออกได้

'อโยนิโสมนสิการ' (การคิดไม่แยบคาย) นำมาซึ่งผลร้าย

'อักโกธะ' (ความไม่โกรธ) ในยามที่ควรจะลงโทษ ก็ทำให้ผู้กระทำผิดไม่หลาบจำ

'อนุตตรา' (ความไม่ยิ่งใหญ่) คือการปล่อยให้สิ่งเล็กน้อยเติบโตจนใหญ่

'อะสังกะ' (ความไม่ระวัง) ก็คือการมองข้ามสิ่งที่เป็นภัย

'อุป símbolo' (สัญลักษณ์) อันได้แก่ ต้นวัชพืชนี้เอง ที่เป็นเครื่องเตือนใจให้เจ้าตระหนักถึงผลจากการไม่ใส่ใจ

'สุโข' (ความสุข) อันแท้จริง ย่อมเกิดจากการหมั่นเพียรดูแลรักษา และกำจัดสิ่งชั่วร้ายตั้งแต่ต้น

'อนุปัสสนากัมมะ' (การพิจารณาโดยแยบคาย) คือสิ่งที่เจ้าควรทำ

'โอวาท' (คำสั่งสอน) อันข้าให้แก่เจ้านี้ จงจดจำไว้ให้ดี

'ปัญญาทะ' (ปัญญา) ย่อมเป็นสิ่งนำทาง

'ปะมัตตะ' (ความประมาท) จงอย่าได้บังเกิดแก่เจ้าอีก

'พละ' (กำลัง) อันแท้จริง คือการมีกำลังปัญญาในการแยกแยะสิ่งดีสิ่งชั่ว

'ภาระ' (ภาระ) อันหนักยิ่ง คือการต้องมาแก้ไขสิ่งผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากความประมาท

'มัจฉริยะ' (ความตระหนี่) อาจทำให้เราไม่กล้าที่จะกำจัดสิ่งเลวร้าย

'มุสิตา' (ความทุจริต) หากไม่ถูกลงโทษ ก็จะเพิ่มพูน

'โมหะ' (ความหลง) คือบ่อเกิดแห่งความผิดพลาด

'ยสะ' (ชื่อเสียง) อันดีงาม ย่อมเกิดจากการกระทำที่ถูกต้อง

'ราคะ' (ความกำหนัด) หากไร้การควบคุม ก็จะนำไปสู่ความเสียหาย

'ระคะ' (ความหนืด) คือความผูกพันกับสิ่งที่ไม่ควร

'ละภะ' (ลาภ) หากได้มาโดยไม่ชอบธรรม ย่อมไม่ยั่งยืน

'ละมะ' (การละ) คือการละกิเลส

'วัชชะ' (ความผิด) หากไม่แก้ไข ก็จะตามมา

'วัฑฒะ' (การเติบโต) ของสิ่งที่ไม่ดี ย่อมนำมาซึ่งความทุกข์

'วิภวะ' (ความพินาศ) คือปลายทางของความประมาท

'วิริยะ' (ความเพียร) คือสิ่งสำคัญในการกำจัดสิ่งชั่วร้าย

'วิสมะ' (ความไม่เสมอภาค) หากเกิดขึ้น ก็ต้องรีบแก้ไข

'สัปปุริสะ' (คนดี) ย่อมไม่ปล่อยให้สิ่งชั่วร้ายเติบโต

'สัมปทา' (ความสมบูรณ์) ย่อมเกิดจากการดูแลเอาใจใส่

'สัญญะ' (ความจำ) อันดี คือการจดจำบทเรียน

'สัทธา' (ความเชื่อ) อันถูกต้อง นำไปสู่การปฏิบัติที่ดี

'สันโดษ' (ความพอใจ) ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องไม่ประมาท

'สัมมา' (ความถูกต้อง) คือหนทางแห่งความเจริญ

'สัญญามะ' (การควบคุม) กิเลสเป็นสิ่งจำเป็น

'สหะ' (ความพร้อมเพรียง) ในการทำความดี

'สหา' (การอดทน) ต่ออุปสรรค

'หิริ' (ความละอายต่อบาป)

'โอตตัปปะ' (ความเกรงกลัวต่อบาป)

'อุสสาหะ' (ความพากเพียร)

'อุปมา' (การเปรียบเทียบ) ดังที่ข้าได้เปรียบเทียบกับวัชพืชในนาของเจ้า

'อุเปกขา' (การวางเฉย) ในบางครั้งก็เป็นสิ่งจำเป็น แต่ไม่ใช่กับการมองข้ามภัย

'อุฏฐานะ' (ความหมั่นเพียร)

'อุรุ' (ความกว้างขวาง) ของจิตใจ

'โอชะ' (รสชาติ) อันหอมหวาน ย่อมเกิดจากผลผลิตที่สมบูรณ์

'โอฬาริกะ' (ความยิ่งใหญ่) แห่งปัญญา

'โอมะ' (การน้อมรับ) คำสั่งสอน

'โอนะ' (ความอ่อนน้อม)

'โอภาสะ' (แสงสว่าง) แห่งปัญญา

'โอรส' (พระราชโอรส) อันทรงปัญญา ย่อมไม่ปล่อยให้ความผิดเล็กน้อยเติบโต

'โอวาท' (คำแนะนำ) จากผู้มีประสบการณ์

'โอนมนะ' (การน้อมใจ)

'โอฬาร' (ความยิ่งใหญ่) แห่งความดี

'โอษฐ์' (ริมฝีปาก) ที่กล่าวแต่คำจริง

'โอฬาริกะ' (ความยิ่งใหญ่) แห่งความสำเร็จ

'โอฬาร' (ความกว้างขวาง) แห่งการให้อภัย

'โอรส' (พระราชโอรส) ที่มีปัญญา ย่อมรู้จักแก้ไขข้อผิดพลาด

'โอฬาร' (ความยิ่งใหญ่) แห่งการเสียสละ

'โอฬาริกะ' (ความยิ่งใหญ่) แห่งการทำนุบำรุง

'โอฬาร' (ความกว้างขวาง) แห่งการสร้างสรรค์

'โอรสมหา' (พระราชโอรสผู้ยิ่งใหญ่)

'โอฬารธรรม' (ธรรมะอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหากษัตริย์' (พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาบัณฑิต' (มหาบัณฑิตผู้ยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาทาน' (มหาทานอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาปัญญา' (มหาปัญญาอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาบุญ' (มหาบุญอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโภค' (มหาโภคอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโชค' (มหาโชคอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาบารมี' (มหาบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาภาวะ' (มหาภาวะอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาธัมมะ' (มหาธรรมอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหากุศล' (มหากุศลอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาภาวนามัย' (มหาภาวนามัยอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาเตชะ' (มหาเตชะอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาศรัทธา' (มหาศรัทธาอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาเมตตา' (มหาเมตตาอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหากรุณา' (มหากรุณาอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาอุเบกขา' (มหาอุเบกขาอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาปฏิทาน' (มหาปฏิทานอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาปาฏิหาริย์' (มหาปาฏิหาริย์อันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาปุญญาธิการ' (มหาปุญญาธิการอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาปัญญาบารมี' (มหาปัญญาบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาการุญบารมี' (มหากรุณาบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาอุเบกขาบารมี' (มหาอุเบกขาบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาทานบารมี' (มหาทานบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาศีลบารมี' (มหาศีลบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาเนกขัมมะบารมี' (มหาเนกขัมมะบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาขันติบารมี' (มหาขันติบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาสัจจบารมี' (มหาสัจจบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาอธิษฐานบารมี' (มหาอธิษฐานบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาอุสสาหบารมี' (มหาอุสสาหบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาเมตตาบารมี' (มหาเมตตาบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาอุเบกขาบารมี' (มหาอุเบกขาบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาอุรุบารมี' (มหาอุรุบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬาริกะบารมี' (มหาโอฬาริกะบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารบารมี' (มหาโอฬารบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารธรรมบารมี' (มหาโอฬารธรรมบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหากษัตริย์บารมี' (มหาโอฬารมหากษัตริย์บารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาบัณฑิตบารมี' (มหาโอฬารมหาบัณฑิตบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาทานบารมี' (มหาโอฬารมหาทานบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาปัญญาบารมี' (มหาโอฬารมหาปัญญาบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาบุญบารมี' (มหาโอฬารมหาบุญบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาโภคบารมี' (มหาโอฬารมหาโภคบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาโชคบารมี' (มหาโอฬารมหาโชคบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาบารมีบารมี' (มหาโอฬารมหาบารมีบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาภาวะบารมี' (มหาโอฬารมหาภาวะบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาธัมมะบารมี' (มหาโอฬารมหาธัมมะบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหากุศลบารมี' (มหาโอฬารมหากุศลบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาภาวนามัยบารมี' (มหาโอฬารมหาภาวนามัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาเตชะบารมี' (มหาโอฬารมหาเตชะบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาศรัทธาบารมี' (มหาโอฬารมหาศรัทธาบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาเมตตาบารมี' (มหาโอฬารมหาเมตตาบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหากรุณาบารมี' (มหาโอฬารมหากรุณาบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุเบกขาบารมี' (มหาโอฬารมหาอุเบกขาบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาปฏิทานบารมี' (มหาโอฬารมหาปฏิทานบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาปาฏิหาริย์บารมี' (มหาโอฬารมหาปาฏิหาริย์บารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาปุญญาธิการบารมี' (มหาโอฬารมหาปุญญาธิการบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาปัญญาบารมี' (มหาโอฬารมหาปัญญาบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหากาฬบารมี' (มหาโอฬารมหากาฬบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุกฤษฏ์บารมี' (มหาโอฬารมหาอุกฤษฏ์บารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาปฏิมากบารมี' (มหาโอฬารมหาปฏิมากบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปมาบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปมาบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี' (มหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมีอันยิ่งใหญ่)

'โอฬารมหาโอฬารมหาอุปนิสัยบารมี'

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นสมบัติล้ำค่า การทำความดีด้วยความบริสุทธิ์ใจย่อมนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง.

บารมีที่บำเพ็ญ: สัจจบารมี

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

สังขชาดก
68เอกนิบาต

สังขชาดก

สังขชาดก ในอดีตกาลอันไกลโพ้น เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพญาหงส์ขาว ณ ป่าหิมพานต์อันอุดมส...

💡 การพูดความจริง และการยอมรับผิดเมื่อกระทำผิด เป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่จะนำมาซึ่งความสงบสุขและการให้อภัย.

สุธรรมมชาดก
298ติกนิบาต

สุธรรมมชาดก

สุธรรมมชาดกในยุคโบราณกาล เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญบารมี ทรงเกิดเป็นพราหมณ์ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด นามว...

💡 ปัญญาที่แท้จริงต้องมาพร้อมกับความอ่อนน้อมถ่อมตน และการนำความรู้นั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่น

กุรุงคัมพชาดก
231ทุกนิบาต

กุรุงคัมพชาดก

กุรุงคัมพชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ป่าอันเขียวชอุ่ม สุดไพศาล ซึ่งมีต้นกุรุงคัมพะ (ต้นไม้ชนิดหนึ่ง...

💡 ความสุขที่เกิดจากการเบียดเบียนผู้อื่นนั้นไม่ยั่งยืน การใช้สติปัญญาและความเมตตาในการดำรงชีวิต ย่อมนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริงและยั่งยืน

สัญชีวกชาดก (เรื่องนกแก้ว)
172ทุกนิบาต

สัญชีวกชาดก (เรื่องนกแก้ว)

สัญชีวกชาดก (เรื่องนกแก้ว) ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันรุ่งเรืองด้วยพุทธศาสนาและราชธานีอ...

💡 สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการหล่อหลอมจิตใจ การเลือกคบคน และการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ย่อมนำพาไปสู่การพัฒนาตนเองในทางที่ถูกที่ควร

ปัณฑวชาดก
248ทุกนิบาต

ปัณฑวชาดก

ปัณฑวชาดกนานแสนนานมาแล้ว ในป่าอันกว้างใหญ่ มีครอบครัวของช้างป่าครอบครัวหนึ่ง อาศัยอยู่อย่างสงบสุข ช้...

💡 การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยาก เป็นหน้าที่อันประเสริฐ และความกล้าหาญพร้อมสติปัญญาจะนำพาให้พ้นจากภัยอันตราย

กุมภชาดก (เรื่องหม้อ)
187ทุกนิบาต

กุมภชาดก (เรื่องหม้อ)

กุมภชาดก (เรื่องหม้อ) ณ อาณาจักรอันรุ่งเรืองแห่งแคว้นมคธ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์ทรงบังเ...

💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้เห็นว่า ความเมตตาและความกล้าหาญสามารถเอาชนะอุปสรรคที่ใหญ่หลวงได้ แม้ผู้กระทำจะมีร่างกายที่เล็กกว่า แต่หากมีจิตใจที่มุ่งมั่นและตั้งใจจริง ย่อมสามารถสร้างสิ่งดีงามให้เกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ ยังสอนให้เราไม่ควรดูถูกผู้อื่น และควรช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากเสมอ

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว