
ณ กรุงราชคฤห์ อันเป็นเมืองหลวงของแคว้นมคธ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่อาณาจักรยังคงเต็มไปด้วยความขัดแย้ง มีพระราชาผู้ทรงธรรมพระองค์หนึ่งนามว่า พระมหาธรรมปาล พระองค์ทรงปกครองอาณาจักรด้วยความยุติธรรม และทรงเปี่ยมด้วยพระมหากรุณาธิคุณ
วันหนึ่ง มีกษัตริย์จากต่างแดนผู้มีจิตใจโหดร้าย นามว่า พระเจ้ารัฐปาล ได้ยกทัพมาประชิดเมือง พระเจ้ารัฐปาลต้องการจะยึดครองอาณาจักรของพระมหาธรรมปาล
“เราจะยึดครองเมืองนี้! เราจะไม่ยอมให้พระมหาธรรมปาลปกครองอีกต่อไป!” พระเจ้ารัฐปาลประกาศก้อง
เหล่าเสนาบดีของพระมหาธรรมปาลต่างตกใจ และทูลเสนอให้พระองค์ทรงเตรียมรับศึก
“ข้าแต่พระมหากษัตริย์ เราควรจะเตรียมทัพเพื่อต่อสู้!” เสนาบดีคนหนึ่งทูล
แต่พระมหาธรรมปาลกลับตรัสด้วยพระสุรเสียงอันสงบว่า “เราจะไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา เราจะพยายามเจรจา”
พระมหาธรรมปาลได้ส่งทูตไปเจรจากับพระเจ้ารัฐปาล แต่พระเจ้ารัฐปาลกลับไม่ยอมรับฟัง
“เราไม่ต้องการเจรจา! เราต้องการเพียงแค่ยึดครอง!” พระเจ้ารัฐปาลตะโกน
เมื่อการเจรจาไม่เป็นผล พระมหาธรรมปาลจึงทรงตัดสินพระทัยที่จะเผชิญหน้ากับพระเจ้ารัฐปาลด้วยพระองค์เอง
พระองค์ทรงนำทหารจำนวนน้อย ออกเดินทางไปพบกับพระเจ้ารัฐปาล
เมื่อพระเจ้ารัฐปาลเห็นพระมหาธรรมปาลเพียงลำพัง ก็หัวเราะเยาะ “เจ้าช่างกล้าหาญนัก! มาเพียงลำพังเช่นนี้! เจ้าคงจะคิดว่าข้าจะยอมแพ้ง่ายๆ งั้นรึ?”
พระมหาธรรมปาลทรงตอบด้วยพระสุรเสียงอันนุ่มนวล “ข้ามาเพื่อขอให้ท่านหยุดยั้งการเข่นฆ่า จงอย่าได้สร้างบาปกรรมอันใหญ่หลวง”
พระเจ้ารัฐปาลโกรธจัด จึงสั่งให้ทหารจับพระมหาธรรมปาลมาลงโทษ
“จับตัวมันมา! แล้วสั่งสอนมันให้หลาบจำ!” พระเจ้ารัฐปาลออกคำสั่ง
ทหารได้จับพระมหาธรรมปาล และสั่งให้ลงโทษด้วยการตัดพระหัตถ์และพระบาท
“เห็นรึยัง! นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ต่อต้านเรา!” พระเจ้ารัฐปาลประกาศ
แต่ถึงแม้จะถูกทำร้ายอย่างโหดร้าย พระมหาธรรมปาลก็ไม่เคยโกรธแค้น
“ข้าให้อภัยท่าน” พระมหาธรรมปาลตรัส “ข้าขออธิษฐานให้ท่านได้พบกับความสงบสุข”
เมื่อพระเจ้ารัฐปาลได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกประหลาดใจ และเริ่มรู้สึกละอายใจในสิ่งที่ตนเองได้กระทำ
ในขณะนั้นเอง เทวดาที่เฝ้าดูอยู่ก็ได้ปรากฏกายขึ้น และกล่าวว่า “พระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์ จงอย่าได้เบียดเบียนกันเลย”
เทวดาได้บอกให้พระเจ้ารัฐปาลทราบว่า พระมหาธรรมปาลนั้นทรงเป็นผู้มีบุญบารมี และมีจิตเมตตาต่อทุกคน แม้กระทั่งศัตรู
พระเจ้ารัฐปาลได้ยินดังนั้น ก็ยิ่งรู้สึกละอายใจมากขึ้น เขาจึงได้ขอโทษพระมหาธรรมปาล และได้ยอมยกเลิกการทำสงคราม
พระมหาธรรมปาลได้ยกโทษให้พระเจ้ารัฐปาล และได้สอนให้พระองค์ทรงละเว้นการเบียดเบียนผู้อื่น
หลังจากนั้น พระเจ้ารัฐปาลก็ได้กลับไปปกครองอาณาจักรของตนด้วยความเมตตา และพระมหาธรรมปาลก็ยังคงปกครองอาณาจักรของพระองค์ด้วยธรรม
— In-Article Ad —
การมีเมตตาต่อศัตรูนั้น ย่อมนำมาซึ่งการให้อภัย และความสงบสุข.
บารมีที่บำเพ็ญ: เมตตาบารมี
— Ad Space (728x90) —
399สัตตกนิบาตอัชชปาลชาดก: ความเห็นแก่ตัวที่นำไปสู่ความพินาศ กาลครั้งหนึ่งนานแสนนาน เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงเ...
💡 ความโลภและความเห็นแก่ตัว นำมาซึ่งความพินาศ ไม่เพียงแต่ตนเอง แต่ยังส่งผลกระทบต่อผู้อื่นและสิ่งแวดล้อม
262ติกนิบาตมหาสุบินชาดกในอดีตกาล ณ กรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ทรงเสวยพระชาติเป็นพระมหาบุรุษ นามว่า สุบินกุมาร พระอ...
💡 การเห็นนิมิตอันอัศจรรย์ อาจเป็นการบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลง หรือเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การมีปัญญาหยั่งรู้ จะช่วยให้สามารถเตรียมรับมือและแก้ไขปัญหาได้
122เอกนิบาตสารัททชาดก ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร ป่าเขียวขจี และสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิต...
💡 ความเมตตาเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุด สามารถเอาชนะความโกรธ ความเกลียดชัง และความอาฆาตแค้นได้ การให้อภัยและการเสียสละ ย่อมนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง
107เอกนิบาตสิริมานทกชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง พระเจ้าพรหมทัตทรงครองราชสมบัติด้วย...
💡 ความเย่อหยิ่งและความดูหมิ่นผู้อื่นเป็นกิเลสที่อันตราย สามารถนำพาไปสู่ความตกต่ำได้ หากไม่หมั่นพิจารณาตนเองและปรับปรุงแก้ไข
61เอกนิบาตความเห็นผิดที่นำไปสู่หายนะณ แคว้นอวันตีอันไพบูลย์ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่อาณาจักรยังคงเต็มไ...
💡 ความเห็นผิดที่นำไปสู่การเบียดเบียนผู้อื่น ย่อมนำมาซึ่งหายนะ การบำเพ็ญกุศลและมีจิตเมตตาย่อมนำมาซึ่งความสุข.
30เอกนิบาตกษัตริย์ผู้ทรงละอายต่อบาปณ อาณาจักรกุรุธรรมอันแสนสงบสุข ปกครองโดยพระเจ้าปัญญาธิราช ผู้ทรงมีพระปรีชาส...
💡 ความละอายต่อบาปย่อมนำมาซึ่งการกลับตัวกลับใจ.
— Multiplex Ad —