ข้ามไปเนื้อหาหลัก
มหาปทุมชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
91

มหาปทุมชาดก

Buddha24เอกนิบาต
ฟังเนื้อหา

มหาปทุมชาดก

ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ เมืองพาราณสีอันรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็นพระโอรสองค์น้อยของพระเจ้ากรุงพาราณสี ทรงพระนามว่า มหาปทุมกุมาร เป็นผู้มีรูปโฉมงดงามยิ่งนัก มีพระสิริโฉมประดุจเทพบุตร แต่ที่สำคัญกว่ารูปกายที่หล่อเหล่านั้น คือพระทัยอันเปี่ยมด้วยเมตตาธรรม และความซื่อตรง พระองค์ทรงมีพระมารดาผู้เป็นที่รักยิ่ง ทว่าวันหนึ่ง ความโศกเศร้าก็ได้มาเยือน เมื่อพระมารดาสิ้นพระชนม์ลงอย่างกะทันหัน ทิ้งให้พระองค์และพระบิดาจมอยู่ในกองทุกข์

พระเจ้ากรุงพาราณสีทรงโทมนัสเสียพระทัยมากจนประชวรหนัก การสิ้นพระชนม์ของพระมเหสีอันเป็นที่รัก ทำให้พระองค์ทรงหมดอาลัยตายอยากในชีวิต จนกระทั่งพระโอรส มหาปทุมกุมาร ทรงสังเกตเห็นพระอาการของพระบิดา พระองค์จึงตัดสินพระทัยที่จะออกผนวช เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่พระมารดาผู้ล่วงลับ และเพื่อแสวงหาหนทางดับทุกข์ให้แก่พระบิดา

วันหนึ่ง ขณะที่พระองค์ทรงพระสำราญอยู่ ณ สวนหลวง ทรงทอดพระเนตรเห็นดอกบัวสีแดงสดที่ผลิบานอยู่กลางสระน้ำ ดอกบัวนั้นสวยงามจับตาจนพระองค์ทรงคิดถึงพระมารดา และในความรู้สึกนั้นเอง ก็มีเสียงกระซิบแว่วมาจากกลีบบัวนั้นเอง “หากท่านปรารถนาจะพบข้าอีกครั้ง จงมาหาข้าในคืนวันเพ็ญเดือน ๘ ณ ที่แห่งนี้” เสียงนั้นหวานจับใจราวกับเสียงสวรรค์ พระมหาปทุมกุมารทรงตกใจระคนดีพระทัย พระองค์ทรงเชื่อมั่นว่านั่นคือเสียงของพระมารดา จึงทรงตั้งจิตอธิษฐานว่าจะต้องมาพบพระมารดาให้ได้

เมื่อถึงคืนวันเพ็ญตามที่เสียงนั้นได้กล่าวไว้ พระโพธิสัตว์ก็ทรงแอบออกจากพระราชวัง มุ่งหน้าสู่สวนหลวงด้วยความหวังอันเปี่ยมล้น เมื่อทรงไปถึงสระบัว ทรงทอดพระเนตรเห็นสตรีรูปงามนางหนึ่ง นั่งรออยู่ ณ ริมสระ นางผู้นั้นมีรูปโฉมงดงามเกินกว่าจะบรรยาย ราวกับนางฟ้าจุติลงมาจากสรวงสวรรค์ พระมหาปทุมกุมารทรงปีติยินดีอย่างสุดซึ้ง พระองค์คิดว่านี่คือพระมารดาของพระองค์แน่ๆ จึงทรงเข้าไปกราบนมัสการ

“ท่านแม่ ท่านอยู่ที่นี่เองหรือเพคะ” พระองค์ตรัสถาม

สตรีผู้นั้นยิ้มหวาน “ใช่แล้วลูกรัก แม่รอเจ้าอยู่ที่นี่เสมอ”

ทั้งสองสนทนากันอย่างมีความสุข จนกระทั่งใกล้รุ่งสาง สตรีผู้นั้นก็กล่าวว่า “ถึงเวลาที่แม่จะต้องไปแล้วลูกรัก แต่จำไว้ว่าหากเจ้าต้องการสิ่งใด จงมาหาแม่ที่นี่อีกครั้ง”

หลังจากนั้น พระมหาปทุมกุมารก็เสด็จกลับพระราชวังด้วยความสุข แต่พระองค์ก็ทรงกังวลพระทัยเกี่ยวกับพระบิดาที่ยังทรงประชวรอยู่ ด้วยความรักและเมตตา พระองค์จึงทรงระลึกถึงคำกล่าวของสตรีผู้นั้น และทรงตั้งจิตอธิษฐานขอให้พระบิดาหายจากอาการประชวร

ในวันรุ่งขึ้น พระเจ้ากรุงพาราณสีทรงรู้สึกพระวรกายสดชื่นขึ้นอย่างน่าประหลาด อาการประชวรต่างๆ หายไปสิ้น พระองค์ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ดังเดิม

พระเจ้ากรุงพาราณสีทรงสงสัย จึงตรัสถามพระโอรส “ลูกเอ๋ย เจ้ามีอะไรดีมาทำให้พ่อหายจากอาการประชวรได้ถึงเพียงนี้”

พระมหาปทุมกุมารทรงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พระบิดาทรงทราบ ตั้งแต่ทรงได้ยินเสียงจากดอกบัว จนกระทั่งได้พบกับสตรีผู้งดงาม ณ สระบัว

พระเจ้ากรุงพาราณสีทรงได้ยินดังนั้น ก็ทรงประหลาดพระทัยยิ่งนัก พระองค์ทรงทราบดีว่านั่นมิใช่เรื่องธรรมดา พระองค์จึงตรัสสั่งให้เหล่าโหราจารย์และนักปราชญ์ทำนายทายทัก

เหล่าโหราจารย์ทายว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นเจ้าแผ่นดิน สตรีที่พระกุมารทรงพบนั้น คือนางนาคผู้เป็นอดีตพระมารดาของพระกุมาร ผู้ซึ่งได้สิ้นพระชนม์ไปแล้ว และได้มาปรากฏกายเพื่อช่วยเหลือพระกุมารและพระองค์”

พระเจ้ากรุงพาราณสีทรงปลื้มปีติในพระทัยเป็นอย่างมาก พระองค์ทรงเล็งเห็นถึงบุญญาธิการของพระโอรส จึงทรงอนุญาตให้พระมหาปทุมกุมารเสด็จออกผนวช

หลังจากพระมหาปทุมกุมารทรงผนวชแล้ว พระองค์ก็ทรงบำเพ็ญเพียรภาวนาอย่างเคร่งครัด ทรงดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดี จนกระทั่งทรงบรรลุอภิญญา

วันหนึ่ง ขณะที่ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ณ ป่าแห่งหนึ่ง พระโพธิสัตว์ทรงทราบด้วยญาณว่า มีพระราชาองค์หนึ่งกำลังจะสิ้นพระชนม์ และมีบุตรสาวองค์หนึ่งกำลังจะถูกนำไปบูชายัญแก่พญานาค

พระโพธิสัตว์ทรงเป็นห่วง จึงเสด็จไปยังเมืองนั้น และทรงแปลงกายเป็นพญานาคราช ทรงไปขู่เข็ญพระราชาว่า “หากเจ้าไม่นำธิดาของเจ้ามาสังเวยแก่ข้า ข้าจะทำลายบ้านเมืองของเจ้าให้สิ้น”

พระราชาทรงกลัว จึงทรงนำพระธิดามาถวายตามที่พญานาคสั่ง

เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงรับพระธิดามาแล้ว พระองค์ก็ทรงแปลงกลับเป็นมนุษย์ แล้วทรงพร่ำสอนให้พระธิดาตั้งอยู่ในศีลธรรม และทรงอุปการะเลี้ยงดูพระธิดาเป็นอย่างดี

ต่อมา พระโพธิสัตว์ทรงทราบด้วยญาณอีกว่า พระธิดากำลังจะถูกข่มขืน พระองค์จึงทรงรีบเสด็จไปช่วยเหลือ และทรงปราบปรามเหล่าโจรผู้ร้ายจนสิ้นซาก

พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญพุทธกิจเช่นนี้เรื่อยไป ทรงช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ทรงสั่งสอนผู้คนให้ประพฤติธรรม จนกระทั่งพระองค์ทรงละสังขาร

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความเมตตา กรุณา และการช่วยเหลือผู้อื่น เป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวด แม้ในยามที่ตนเองก็กำลังเผชิญความทุกข์อยู่ก็ตาม

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

ความเมตตา กรุณา และการช่วยเหลือผู้อื่น ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ.

บารมีที่บำเพ็ญ: เมตตาบารมี, กรุณาบารมี

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

สาสนทชาดก
110เอกนิบาต

สาสนทชาดก

สาสนทชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในอดีตกาลอันไกลโพ้น เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพราหมณ์ผ...

💡 ความเมตตาต่อสรรพสัตว์ย่อมนำมาซึ่งความดีงาม ความภักดีและความกล้าหาญสามารถปรากฏได้ในทุกสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ การตัดสินผู้อื่นจากภายนอกย่อมเป็นสิ่งที่ผิด การกระทำที่แท้จริงคือสิ่งที่บ่งบอกถึงคุณค่าของบุคคล

มหาธนุปชาดก
317จตุกกนิบาต

มหาธนุปชาดก

มหาธนุปชาดกในอดีตกาล เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏ ทรงได้อุบัติเป็น 'ธนู' อัน...

💡 พลังที่แท้จริงอยู่ที่การใช้ปัญญาและเมตตาควบคู่ไปกับการแสดงกำลัง

สิริปาละชาดก
105เอกนิบาต

สิริปาละชาดก

สิริปาละชาดก ในอดีตกาล ณ กรุงพาราณสี อันเป็นเมืองที่รุ่งเรืองและเปี่ยมด้วยผู้คนนานาชนิด พระเจ้าพรหม...

💡 ความมีเมตตา การแบ่งปัน และการเสียสละเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น คือทรัพย์สมบัติอันแท้จริงที่ไม่มีวันสูญสิ้น

สิงคลชาดก
78เอกนิบาต

สิงคลชาดก

สิงคลชาดก ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ มีนครหลวงชื่อว่าราชคฤห์ เป็นที่ประทับของพระเจ้าพิมพิสาร กษัตริย์...

💡 การมีจิตใจที่ใฝ่รู้ และพร้อมที่จะรับฟังคำสั่งสอนอันดีงาม ย่อมนำพาชีวิตไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

ติวิชชาดก
82เอกนิบาต

ติวิชชาดก

ติวิชชาดก ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงสาวัตถี มีพระโพธิสัตว์ถือกำเนิดในตระกูลพราหมณ์อันมั่งคั่ง เพียบพร้อมด...

💡 การใช้ปัญญาและความรู้ที่ได้รับมานั้น หากปราศจากคุณธรรมและความเมตตา จะนำพาไปสู่ความเสื่อมเสีย และก่อให้เกิดผลร้ายแก่ตนเองและผู้อื่น

กษัตริย์ผู้ไม่ทรงเกรงกลัวต่ออุปสรรค
32เอกนิบาต

กษัตริย์ผู้ไม่ทรงเกรงกลัวต่ออุปสรรค

กษัตริย์ผู้ไม่ทรงเกรงกลัวต่ออุปสรรคณ อาณาจักรกาญจนบุรีอันรุ่งเรือง มีพระเจ้าวิเศษชัย กษัตริย์ผู้ทรงม...

💡 ความกล้าหาญและความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จ.

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว