
ณ เมืองโกสัมพีอันรุ่งเรือง ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็นพระราชาผู้ทรงปรีชาสามารถ พระนามว่า พระเจ้าราชาธิราช พระองค์ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม ทรงเปี่ยมด้วยทศพิธบารมี
วันหนึ่ง ขณะที่พระองค์ประทับอยู่บนพระแท่นบัลลังก์ ทรงทอดพระเนตรเห็นเมฆสีดำทะมึนกำลังก่อตัวขึ้นบนท้องฟ้า เมฆนั้นค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้พระราชวัง
ทันใดนั้นเอง เสียงฟ้าร้องก็ดังครืนๆ และสายฟ้าก็ผ่าลงมาอย่างรุนแรงใกล้กับพระราชวัง
พระราชาทรงตกพระทัย แต่ก็ทรงสงสัยในปรากฏการณ์นี้ จึงทรงมีรับสั่งให้เหล่าพราหมณ์ผู้รู้เวทมนตร์และโหราศาสตร์เข้ามาเข้าเฝ้า
“ท่านทั้งหลาย จงทำนายให้เราฟังว่า เมฆดำทะมึนนี้และเสียงฟ้าร้องอันน่าเกรงขามนี้ มีความหมายอย่างไร” พระราชาตรัสถาม
เหล่าพราหมณ์ได้พิจารณาดูแล้วก็กราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นเจ้าแผ่นดิน เมฆดำทะมึนนี้มิใช่เมฆธรรมดา หากแต่เป็นยักษ์ตนหนึ่งที่แปลงกายมา มันกำลังจะกลืนกินพระองค์”
พระราชาทรงได้ยินดังนั้น ก็ทรงพระพิโรธเป็นอย่างยิ่ง “ไอ้พวกพราหมณ์หลอกลวง! เจ้าคิดว่าเราจะเชื่อคำพูดอันเหลวไหลของเจ้าได้อย่างไร!”
ขณะที่พระราชาทรงกริ้วอยู่นั้นเอง เมฆดำนั้นก็เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้พระราชวังมากขึ้นเรื่อยๆ จนพระราชาทรงมองเห็นใบหน้าอันน่าเกลียดน่ากลัวของยักษ์ที่ซ่อนอยู่ในเมฆ
“นี่มันอะไรกัน!” พระราชาทรงอุทาน
ทันใดนั้นเอง เสียงของยักษ์ก็ดังขึ้นมาจากเบื้องบน “ข้าคือยักษ์ตนหนึ่ง ข้าจะกลืนกินเจ้า!”
พระราชาทรงตกพระทัย แต่ก็ทรงตั้งสติได้ พระองค์ทรงทราบดีว่าหากจะต่อสู้กับยักษ์ตนนี้ด้วยกำลัง ก็คงจะพ่ายแพ้
ด้วยพระปรีชาญาณอันสูงส่ง พระโพธิสัตว์จึงทรงคิดอุบายขึ้นมาได้
“ท่านยักษ์! เจ้าคิดว่าเจ้าจะกลืนกินเราได้ง่ายๆ อย่างนั้นรึ?” พระราชาตรัสถามอย่างท้าทาย
“แน่นอน! เจ้าไม่มีทางหนีข้าพ้น!” ยักษ์ตอบ
“เราจะให้โอกาสเจ้า” พระราชาตรัส “หากเจ้าสามารถทำให้เรากลัวได้ เราจะยอมให้เจ้ากลืนกิน แต่หากเจ้าไม่สามารถทำให้เรากลัวได้ เจ้าจะต้องยอมรับโทษ”
ยักษ์ได้ยินดังนั้น ก็หัวเราะเสียงดัง “ฮ่าๆๆ! เป็นข้อตกลงที่น่าสนใจ! แล้วเจ้าจะให้เราทำอย่างไร?”
“เจ้าจงแสดงฤทธิ์เดชของเจ้าให้เต็มที่ ทำให้เรากลัวให้ได้” พระราชาตรัส
ยักษ์ตนนั้นจึงเริ่มแสดงฤทธิ์เดช มันส่งเสียงร้องคำรามดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับจะให้แผ่นดินสะเทือน มันปล่อยสายฟ้าออกมาเป็นประกายวูบวาบ มันพ่นไฟออกมาเป็นเปลวเพลิงอันร้อนแรง
แต่พระเจ้าราชาธิราชกลับทรงประทับนิ่งอยู่บนพระแท่นบัลลังก์ พระองค์ทรงมองดูยักษ์ด้วยสายตาอันสงบนิ่ง ไม่ได้แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
“เป็นอย่างไรเล่า ท่านยักษ์! เจ้ายังไม่สามารถทำให้เรากลัวได้เลย” พระราชาตรัส
ยักษ์เริ่มรู้สึกหงุดหงิด มันพยายามแสดงฤทธิ์เดชอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่สามารถทำให้พระราชาทรงหวาดกลัวได้
ในที่สุด ยักษ์ก็เหนื่อยอ่อน และเริ่มหมดหวัง
“ทำไมเจ้าถึงไม่กลัวเราเลย!” ยักษ์ถาม
“เพราะเราได้ฝึกฝนจิตใจของเรามาอย่างดี” พระราชาตรัส “เราได้บำเพ็ญเพียรมานาน เราได้เผชิญหน้ากับความกลัวมานับครั้งไม่ถ้วน เราได้เอาชนะความกลัวของตนเองได้แล้ว”
ยักษ์ได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกเลื่อมใสในพระราชาเป็นอย่างยิ่ง มันตระหนักได้ว่าตนเองไม่สามารถเอาชนะพระราชาได้
“ข้าพเจ้ายอมแพ้แล้ว” ยักษ์กล่าว “ข้าพเจ้าขออภัยที่ได้ล่วงเกินพระองค์”
“ในเมื่อเจ้าสำนึกผิด เราจะไว้ชีวิตเจ้า” พระราชาตรัส “แต่เจ้าจะต้องให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์อีกต่อไป”
ยักษ์ได้ให้คำมั่นสัญญา และได้สาบสูญไปในที่สุด
พระราชาทรงดำรงอยู่ในทศพิธราชธรรมต่อไป และปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยความผาสุก
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การฝึกฝนจิตใจให้เข้มแข็ง สามารถเอาชนะความกลัวได้ และความกล้าหาญที่แท้จริง คือการเผชิญหน้ากับความกลัว.
— In-Article Ad —
การฝึกฝนจิตใจให้เข้มแข็ง คือหนทางสู่การเอาชนะความกลัว และนำมาซึ่งความสงบสุข.
บารมีที่บำเพ็ญ: วิริยบารมี, ขันติบารมี
— Ad Space (728x90) —
86เอกนิบาตมหาวังคธรรมชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงสาวัตถีอันรุ่งเรือง ขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ...
💡 อย่าหลงเชื่อคำประจบสอพลอ และอย่าประมาทต่อภัยอันตราย จงมีสติปัญญาในการพิจารณาไตร่ตรอง และตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรมเสมอ
474เตรสกนิบาตจุฬปาลชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ยังเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ พระองค์ได้เกิดเป็นบุต...
💡 การใช้สติปัญญาพิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบ จะช่วยป้องกันเราจากการถูกหลอกลวง และนำพาไปสู่ความสำเร็จ.
380ฉักกนิบาตวิรุฬหชาดกณ อาณาจักรที่รุ่งเรืองแห่งหนึ่ง นามว่า อังคะ มีพระราชาผู้ทรงปรีชาสามารถนามว่า พระวิรุฬห พร...
💡 ความอาฆาตแค้นนำมาซึ่งความเดือดร้อน การให้อภัยและให้โอกาสในการกลับตัวกลับใจเป็นหนทางสู่ความสงบสุข
413สัตตกนิบาตโภชนทายกชาดก (เรื่องพระพุทธเจ้าทรงเป็นเศรษฐี) ณ กรุงสาวัตถี อันเป็นมหานครที่รุ่งเรือง เศรษฐีผู้หนึ่...
💡 การบริจาคทาน การช่วยเหลือผู้อื่น แม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถสร้างบุญบารมีอันยิ่งใหญ่ได้ เมื่อจิตใจตั้งมั่นอยู่บนความไม่ตระหนี่ถี่เหนียว ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญในชีวิต
379ฉักกนิบาตสุทธชาดก ณ แคว้นมคธอันเจริญด้วยลาภสักการะ ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเมืองหลวงชื่อว่าราชคฤห์ เป็นมห...
💡 ความซื่อสัตย์สุจริตและความเพียรพยายามในการพิสูจน์ความจริง จะนำมาซึ่งความยุติธรรมและชัยชนะในที่สุด
384ฉักกนิบาตวิรวรชาดก ในสมัยพุทธกาล เมื่อพระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี ได้มีเรื่องร...
💡 การให้ทานด้วยความบริสุทธิ์ใจ ย่อมนำมาซึ่งความสุข ความอบอุ่น และความเจริญรุ่งเรือง ทั้งแก่ผู้ให้และผู้รับ
— Multiplex Ad —