
นานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันเป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ ผู้คนอยู่อย่างผาสุก ปราศจากภัยอันตราย มีพระราชาพระองค์หนึ่งนามว่าพระเจ้ามหาปาละ ทรงปกครองแคว้นด้วยทศพิธราชธรรม ทรงเป็นที่รักยิ่งของเหล่าอาณาประชาราษฎร์ แม้พระองค์จะทรงเป็นกษัตริย์ที่เปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถและคุณธรรม แต่ก็ทรงมีข้อกังวลพระทัยอยู่ประการหนึ่ง คือเรื่องของพระโอรสองค์โตนามว่า เจ้าชายกุรุธังคะ
เจ้าชายกุรุธังคะ ทรงมีพระสิริโฉมงดงามราวกับเทพบุตร แต่ทว่าพระอุปนิสัยนั้นกลับตรงกันข้าม พระองค์ทรงหลงใหลในอำนาจ วัตถุ และความสุขทางโลกียะ ทรงโปรดการเสวยสุข สำมะเลเทเมา ไม่สนพระทัยในการศึกษาเล่าเรียน หรือการบริหารบ้านเมือง ทรงใช้เวลาไปกับการล่าสัตว์ ทอดพระเนตรมหรสพ และอยู่กับเหล่าสนมกำนัล
พระเจ้ามหาปาละ ทรงเห็นดังนั้น ก็ทรงกังวลพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ทรงพยายามสั่งสอน ตักเตือนพระโอรสหลายครั้งหลายครา แต่เจ้าชายกุรุธังคะ ก็ทรงทำเฉยเมย ไม่แยแส ราวกับมิได้ยิน
วันหนึ่ง พระเจ้ามหาปาละ ทรงมีพระประสงค์จะทดสอบพระปัญญาของเจ้าชาย จึงมีรับสั่งให้เรียกเจ้าชายกุรุธังคะ เข้าเฝ้า “พ่อ กุรุธังคะ บิดาต้องการจะมอบหมายภารกิจสำคัญให้เจ้า จงไปนำผลไม้จากยอดเขาหิมพานต์ มาถวายบิดาให้ได้”
เจ้าชายกุรุธังคะ รับพระบัญชาด้วยความท้าทาย พระองค์ทรงเตรียมม้าคู่พระทัย เสื้อผ้าอาภรณ์อย่างดี และเสบียงอาหาร พร้อมด้วยเหล่านายทหารองครักษ์ผู้กล้าหาญ ออกเดินทางสู่เขาหิมพานต์
การเดินทางนั้นยากลำบากยิ่งนัก ผ่านป่าทึบ แม่น้ำเชี่ยว และภูเขาสูงชัน เจ้าชายและเหล่าทหารต้องเผชิญกับสัตว์ป่าดุร้ายนานาชนิด หลายครั้งที่ต้องหลบหนีเอาชีวิตรอด แต่ด้วยพระบารมีและกำลังพลที่มี ก็สามารถผ่านพ้นมาได้
เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณเชิงเขาหิมพานต์ พวกเขาได้พบกับพรานป่าผู้หนึ่ง พรานผู้นั้นมีรูปร่างผอมโซ ผิวกร้านแดด ผมเผ้ายุ่งเหยิง แต่แววตาฉายแววแห่งความเฉลียวฉลาด
“ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย ท่านกำลังจะเดินทางไปยังที่ใดหรือ” พรานป่าเอ่ยถาม
“เรากำลังจะขึ้นไปเก็บผลไม้บนยอดเขาหิมพานต์ เจ้าทราบหรือไม่ว่าผลไม้นั้นอยู่ที่ใด” เจ้าชายกุรุธังคะ ถาม
พรานป่าหัวเราะเบาๆ “ผลไม้บนยอดเขาหิมพานต์นั้น หาได้ง่ายๆ ไม่นะท่าน มันเป็นผลไม้ที่เทพยดาอารักษ์คุ้มครองอยู่ หากไร้ซึ่งคุณธรรม หรือไร้ซึ่งความตั้งใจอันบริสุทธิ์ ก็ยากที่จะได้มา”
เจ้าชายกุรุธังคะ ทรงฉุนเฉียว “เราเป็นถึงเจ้าชายแห่งแคว้นมคธ จะมีสิ่งใดที่เราทำไม่ได้”
พรานป่ามองเจ้าชายด้วยสายตาเรียบเฉย “ความยิ่งใหญ่แห่งชาติกำเนิด ไม่ได้หมายความว่าท่านจะสำเร็จทุกสิ่งได้เสมอไป”
เจ้าชายทรงไม่พอพระทัย แต่ก็จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากพรานป่า
“ถ้าเช่นนั้น เจ้าช่วยนำทางเราไปที่ผลไม้นั้นเถิด เราจะให้รางวัลแก่เจ้าอย่างงาม”
พรานป่าตอบ “ข้าจะนำท่านไป แต่ท่านต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของข้าทุกประการ”
เจ้าชายทรงตกลง พรานป่าจึงนำทางพวกเขาขึ้นสู่ยอดเขาหิมพานต์ ผ่านเส้นทางที่รกชัฏและอันตรายยิ่งกว่าเดิม
เมื่อใกล้ถึงยอดเขา พรานป่าก็หยุด “ท่านเจ้าชาย ผลไม้ที่ท่านตามหามีอยู่เบื้องหน้า แต่ข้าไม่สามารถพาพวกท่านเข้าไปได้ เพราะข้าไม่มีคุณธรรมพอที่จะเข้าใกล้”
เจ้าชายกุรุธังคะ ทรงถาม “แล้วเราจะเข้าไปได้อย่างไร”
พรานป่าตอบ “ผลไม้นั้น จะปรากฏแก่ผู้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์ ไม่มีความโลภ ไม่มีความโกรธ ไม่มีความหลง เมื่อท่านเข้าใกล้ต้นไม้แห่งผลไม้นั้น จงตั้งจิตอธิษฐานให้แน่วแน่ แล้วผลไม้จะหล่นลงมาเอง”
เจ้าชายกุรุธังคะ เข้าไปใกล้ต้นไม้ตามคำบอกเล่า พระองค์ทรงมองเห็นผลไม้สีทองอร่ามสุกปลั่ง ห้อยระย้าอยู่บนกิ่งก้าน
“ข้าจะลองดู” พระองค์ทรงรำพึงในใจ “ข้าต้องการผลไม้นี้ เพื่อนำไปถวายพระบิดา”
แต่เมื่อพระองค์ทรงตั้งจิตอธิษฐาน ทรงนึกถึงความอยากได้ใคร่มี ความทะเยอทะยานในพระทัย ความปรารถนาที่จะเป็นใหญ่กว่าผู้ใด ผลไม้ที่ควรจะหล่นลงมา กลับยิ่งห่างไกลออกไป
เจ้าชายทรงพยายามอีกหลายครั้ง ก็ยังคงล้มเหลว
ในขณะนั้นเอง พรานป่าผู้มีจิตใจดีงาม ได้เดินเข้ามาใกล้ต้นไม้แห่งผลไม้นั้น “ข้าขออธิษฐานด้วยจิตที่บริสุทธิ์ ขอให้ข้าได้ผลไม้นี้เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ที่ขัดสน”
เพียงพริบตาเดียว ผลไม้สีทองก็ร่วงหล่นลงมาอยู่แทบเท้าของพรานป่า
เจ้าชายกุรุธังคะ ทรงตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น พระองค์ทรงเห็นประจักษ์แจ้งถึงความแตกต่างระหว่างพระองค์กับพรานป่า
พรานป่าเก็บผลไม้ผลนั้น แล้วเดินกลับมาหาเจ้าชาย “ท่านเจ้าชาย ท่านเห็นแล้วใช่หรือไม่ว่า คุณธรรมนั้นสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด”
เจ้าชายกุรุธังคะ ทรงรู้สึกละอายพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ทรงน้อมศีรษะลงกราบพรานป่า “ข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมรับคำสอนของท่าน ข้าพระพุทธเจ้าได้ประจักษ์แล้วว่า ความโลภ ความโกรธ ความหลง ทำให้ข้าพระพุทธเจ้าไม่สามารถเข้าถึงผลไม้อันประเสริฐนั้นได้”
จากวันนั้นเป็นต้นมา เจ้าชายกุรุธังคะ ทรงเปลี่ยนพระอุปนิสัยใหม่ ทรงละเลิกความมัวเมา ทรงตั้งพระทัยศึกษาเล่าเรียนการบริหารบ้านเมือง ทรงบำเพ็ญทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา
เมื่อเจ้าชายกุรุธังคะ เสด็จกลับมายังแคว้นมคธ พร้อมด้วยผลไม้ที่ได้มาด้วยความเพียร และการปรับปรุงพระทัย พระเจ้ามหาปาละ ทรงปลาบปลื้มพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ทรงมอบราชสมบัติให้แก่เจ้าชายปกครองต่อ
เจ้าชายกุรุธังคะ ทรงปกครองแคว้นมคธด้วยทศพิธราชธรรม ทรงเป็นที่รักของประชาชน และทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ตลอดไป
— In-Article Ad —
คุณธรรมและความบริสุทธิ์แห่งจิตใจเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าชาติกำเนิดหรืออำนาจ หากไร้ซึ่งคุณธรรม แม้สิ่งอันควรจะได้มาก็ไม่อาจสำเร็จได้
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี
— Ad Space (728x90) —
207ทุกนิบาตมหิสชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นโกศลอันรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นควายป่าผู้มีพละกำลังม...
💡 ผู้นำที่แข็งแกร่งและกล้าหาญคือเสาหลักของหมู่คณะ ความกล้าหาญอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีสติปัญญาและไหวพริบด้วย.
433นวกนิบาตปทุมกุมารชาดกในยุคอันไกลโพ้น เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงดำรงอยู่ ท่านได้บังเกิดเป็นบุตรของพระเจ้าพร...
💡 ความยุติธรรมและคุณธรรมย่อมนำมาซึ่งความสงบสุขและชัยชนะที่ยั่งยืน แม้ในยามที่ต้องเผชิญกับความอยุติธรรม.
9เอกนิบาตกุสสตทชาดก ในอดีตกาลอันไกลโพ้น เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระราชาปกครองนครชื่อว่า "พรห...
💡 ความเมตตา ย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงผู้ที่แข็งกระด้างและเต็มไปด้วยความอาฆาตได้ การให้อภัยและการเข้าใจผู้อื่น แม้ผู้ที่เคยทำร้ายเรา ย่อมนำมาซึ่งสันติสุขที่แท้จริง.
26เอกนิบาตสุมังคลชาดก ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในชาติภพนั้...
💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้เราเห็นถึงความสำคัญของ การให้อภัย และ การเสียสละ สุมังคละพราหมณ์ได้แสดงถึงน้ำใจอันประเสริฐในการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก โดยไม่หวังผลตอบแทน และได้อบรมสั่งสอนด้วยความรักและปัญญา
262ติกนิบาตมหาสุบินชาดกในอดีตกาล ณ กรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ทรงเสวยพระชาติเป็นพระมหาบุรุษ นามว่า สุบินกุมาร พระอ...
💡 การเห็นนิมิตอันอัศจรรย์ อาจเป็นการบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลง หรือเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การมีปัญญาหยั่งรู้ จะช่วยให้สามารถเตรียมรับมือและแก้ไขปัญหาได้
121เอกนิบาตมหาปทุมชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมัยที่พระโพธิสัตว์ยังทรงเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ พระองค์ทรงอุบัติ...
💡 ความเสียสละ การให้ทานอันยิ่งใหญ่ แม้จะต้องแลกมาด้วยสิ่งที่รักที่สุด ก็ย่อมนำมาซึ่งผลบุญอันมหาศาล.
— Multiplex Ad —