ข้ามไปเนื้อหาหลัก
มหาสุบินชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
253

มหาสุบินชาดก

Buddha24ติกนิบาต
ฟังเนื้อหา

มหาสุบินชาดก

ในสมัยพุทธกาล พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็น “พระเจ้าวิเทหราช” ผู้ทรงเป็นกษัตริย์แห่งแคว้นมิถิลา อันเป็นแคว้นที่อุดมสมบูรณ์และเจริญรุ่งเรืองด้วยศิลปะ วัฒนธรรม และปัญญา

วันหนึ่ง พระเจ้าวิเทหราชทรงพระสุบินนิมิตอันประหลาดถึง 16 ประการ ซึ่งล้วนแต่เป็นนิมิตอันน่าอัศจรรย์และน่าหวาดหวั่น

เมื่อพระองค์ทรงตื่นบรรทม พระหทัยก็พลันหวั่นไหวด้วยความกังวล จึงทรงปรึกษาเหล่าพราหมณ์ผู้เชี่ยวชาญในการทำนายฝัน

“ท่านพราหมณ์ทั้งหลาย” พระเจ้าวิเทหราชตรัสถาม “ข้าทรงพระสุบินนิมิตอันประหลาด 16 ประการ ข้าอยากให้ท่านช่วยทำนายว่า นิมิตเหล่านี้มีความหมายว่าอย่างไร”

เหล่าพราหมณ์ได้ฟังดังนั้น จึงพากันพิจารณานิมิตทั้ง 16 ประการอย่างถี่ถ้วน

“ขอถวายพระพร” พราหมณ์ผู้ใหญ่กราบทูล “นิมิตเหล่านี้เป็นนิมิตร้ายทั้งสิ้น บ่งบอกถึงความวิบัติที่จะเกิดขึ้นแก่ราชอาณาจักรและตัวพระองค์”

เมื่อได้ฟังคำทำนาย เหล่าข้าราชบริพารต่างก็พากันตกใจกลัว และพยายามทูลแนะนำให้พระองค์ทรงประกอบพิธีบูชายัญเพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย

แต่พระเจ้าวิเทหราชทรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงปัญญา ทรงไม่ทรงเชื่อคำทำนายอันงมายเช่นนั้น

“ท่านทั้งหลาย” พระเจ้าวิเทหราชตรัส “ข้าไม่เชื่อในโชคลางเหล่านี้ ข้าเชื่อในกรรม การกระทำของเราต่างหากที่จะกำหนดชะตาชีวิตของเรา”

พระองค์จึงทรงมีพระประสงค์ที่จะไปทูลถามความหมายของนิมิตกับพระพุทธเจ้า ซึ่งขณะนั้นประทับอยู่ ณ เมืองสาวัตถี

พระเจ้าวิเทหราชจึงทรงลาพระมเหสี และเหล่าข้าราชบริพาร ออกเดินทางไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า

ระหว่างทาง พระองค์ทรงพบกับ “พราหมณ์ผู้มีปัญญา” ท่านหนึ่ง ซึ่งกำลังนั่งวิปัสสนากรรมฐานอยู่ริมทาง

“ท่านผู้เจริญ” พระเจ้าวิเทหราชตรัสถาม “ท่านเห็นนิมิตอันใดบ้างในยามค่ำคืนที่ผ่านมา?”

พราหมณ์ผู้นั้นตอบว่า “ข้าเห็นนิมิตถึง 4 ประการ”

“นิมิตทั้ง 4 ประการนั้นคืออะไร?” พระเจ้าวิเทหราชทรงสงสัย

“ข้าเห็นว่า ดินจะถูกน้ำท่วม” พราหมณ์กล่าว

“แล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป?”

“น้ำจะแห้งไป ดินจะแตก”

“แล้ว?”

“แล้วจะเกิดไฟไหม้”

“แล้ว?”

“ไฟจะดับไป”

พระเจ้าวิเทหราชทรงฟังแล้วก็รู้สึกแปลกพระทัย “ท่านพราหมณ์ ท่านทำนายเช่นนี้ได้อย่างไร?”

พราหมณ์ผู้นั้นตอบว่า “ข้าพเจ้ามิได้ทำนาย แต่ข้าพเจ้าเห็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นจริง”

“แล้วท่านเห็นว่าสิ่งใดกำลังจะเกิดขึ้น?”

“ข้าเห็นว่า ในอนาคตอันใกล้ จะมีน้ำท่วมใหญ่ เกิดขึ้นในโลก น้ำจะท่วมสูงจนถึงฟ้า เมื่อน้ำแห้งไป แผ่นดินก็จะแตกระแหง และจะเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ทั่วทั้งแผ่นดิน”

พระเจ้าวิเทหราชทรงฟังแล้วก็ยิ่งสงสัย “แล้วท่านจะทำอย่างไรกับเหตุการณ์เหล่านี้?”

“ข้าพเจ้าจะเตรียมเรือใหญ่ไว้” พราหมณ์ตอบ “เมื่อน้ำมา ข้าก็จะลอยเรือไป เมื่อน้ำแห้ง ข้าก็จะพายเรือไปบนแผ่นดินที่แตกระแหง และเมื่อเกิดไฟ ข้าก็จะอาศัยอยู่ในเรือที่กันไฟได้”

พระเจ้าวิเทหราชทรงได้ฟังดังนั้น ก็ทรงเข้าใจในความหมายของคำพูดของพราหมณ์ผู้นี้ ถึงแม้จะยังไม่แน่ใจในทุกสิ่ง แต่ก็ทรงได้แนวคิดบางอย่าง

เมื่อพระองค์เดินทางไปถึงเมืองสาวัตถี ก็ทรงตรงเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า

“ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า” พระเจ้าวิเทหราชถวายบังคม “ข้าพระองค์ทรงพระสุบินนิมิตอันประหลาดถึง 16 ประการ ขอพระองค์โปรดทรงแสดงธรรมไขความหมายด้วยเถิด”

พระพุทธเจ้าทรงแย้มพระสรวล “ดูก่อนมหาบพิตร นิมิตทั้ง 16 ประการนั้น เป็นนิมิตแห่งอนาคต ที่จะเกิดขึ้นในโลก เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความเสื่อมโทรมของธรรมะ และความเจริญของอธรรม

“ประการแรก” พระพุทธเจ้าตรัส “นิมิตที่ท่านเห็นว่า ทะเลจะเหือดแห้ง บ่งบอกถึงกษัตริย์ในอนาคต จะไม่ทรงตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรม ทำให้ผู้คนเดือดร้อน

“ประการที่สอง นิมิตที่ท่านเห็นว่า ต้นไม้จะออกดอกนอกฤดู บ่งบอกถึงผู้ที่ควรจะให้การศึกษา กลับไม่ให้การศึกษาแก่ผู้ที่ควรจะได้รับ

“ประการที่สาม นิมิตที่ท่านเห็นว่า สุนัขจะกินข้าวเปลือก บ่งบอกถึงคนพาล จะได้เป็นใหญ่ในบ้านเมือง

“ประการที่สี่ นิมิตที่ท่านเห็นว่า ช้างจะวิ่งหนีม้า บ่งบอกถึงผู้มีกำลังน้อย จะมีอำนาจเหนือผู้มีกำลังมาก

“ประการที่ห้า นิมิตที่ท่านเห็นว่า คนจะกินเนื้อเสือ บ่งบอกถึงผู้ที่อ่อนแอ จะมีอำนาจเหนือผู้ที่แข็งแรง

“ประการที่หก นิมิตที่ท่านเห็นว่า ปลากัดกันเอง บ่งบอกถึงผู้คนจะทะเลาะเบาะแว้งกันเอง

“ประการที่เจ็ด นิมิตที่ท่านเห็นว่า สุนัขจะกินน้ำมนต์ บ่งบอกถึงผู้ที่ต่ำช้า จะได้ลาภสักการะ

“ประการที่แปด นิมิตที่ท่านเห็นว่า สุนัขจะกินน้ำที่เปื้อนเลือด บ่งบอกถึงผู้ที่ประพฤติชั่ว จะได้รับความเคารพ

“ประการที่เก้า นิมิตที่ท่านเห็นว่า หญิงจะให้กำเนิดบุตรชายก่อนบุตรหญิง บ่งบอกถึงการที่ผู้คนจะมีความรู้ความสามารถลดน้อยลง

“ประการที่สิบ นิมิตที่ท่านเห็นว่า คนจะกินดอกไม้ บ่งบอกถึงการที่ผู้คนจะหลงใหลในรูป กลิ่น เสียง สัมผัส

“ประการที่สิบเอ็ด นิมิตที่ท่านเห็นว่า วัวจะใช้เขาไถนา บ่งบอกถึงการที่ผู้คนจะมีความรู้ความสามารถน้อยลง

“ประการที่สิบสอง นิมิตที่ท่านเห็นว่า คนจะสวมเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น บ่งบอกถึงการที่ผู้คนจะขาดแคลนปัจจัยสี่

“ประการที่สิบสาม นิมิตที่ท่านเห็นว่า คนจะกินผลไม้ที่ยังไม่สุก บ่งบอกถึงการที่ผู้คนจะรีบร้อน

“ประการที่สิบสี่ นิมิตที่ท่านเห็นว่า คนจะกินอาหารที่มีรสเปรี้ยว บ่งบอกถึงการที่ผู้คนจะมีความทุกข์

“ประการที่สิบห้า นิมิตที่ท่านเห็นว่า คนจะกินอาหารที่มีรสขม บ่งบอกถึงการที่ผู้คนจะมีความเศร้า

“ประการที่สิบหก นิมิตที่ท่านเห็นว่า คนจะกินอาหารที่มีรสเผ็ด บ่งบอกถึงการที่ผู้คนจะมีความโกรธ”

พระพุทธเจ้าตรัสต่อไปว่า “ดูก่อนมหาบพิตร นิมิตเหล่านี้มิใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นโดยปราศจากเหตุ แต่เป็นผลแห่งกรรมที่ผู้คนจะกระทำในอนาคต

“หากผู้คนยังคงประพฤติผิดศีลธรรม ทำบาปอกุศล นิมิตเหล่านี้ก็จะปรากฏขึ้น

“แต่หากผู้คนกลับใจ ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม ทำบุญกุศล นิมิตร้ายเหล่านี้ก็จะคลี่คลายไป”

พระเจ้าวิเทหราชทรงสดับธรรมแล้ว ก็ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ พระองค์จึงทรงตั้งมั่นที่จะเป็นกษัตริย์ผู้ทรงธรรม และจะนำพาประชาชนให้อยู่ในศีลธรรม

เมื่อพระองค์เสด็จกลับยังแคว้นมิถิลา พระองค์ก็ทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม ทำให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข

เรื่องราวของมหาสุบินชาดกสอนให้เรารู้ว่า เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าดีหรือร้าย ล้วนมีเหตุปัจจัยมาจากกรรมที่เราได้กระทำไว้ การประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ การรักษาศีล และการทำบุญกุศล จะนำมาซึ่งความสุขความเจริญ และสามารถบรรเทาเคราะห์กรรมต่างๆ ได้

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

เหตุการณ์ต่างๆ มีที่มาที่ไปจากกรรม การประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ จะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ

บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี, ทศพิธราชธรรม

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

สุตโสมชาดก
23เอกนิบาต

สุตโสมชาดก

สุตโสมชาดกในอดีตกาลอันไกลโพ้น ณ กรุงพาราณสี มีพระราชาพระองค์หนึ่งนามว่า "พระเจ้าสุตโสม" ทรงเป็นพระรา...

💡 การใช้ความรุนแรงและการฆ่าแกงกัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ย่อมนำมาซึ่งบาปและความเดือดร้อน การให้อภัยและการละเว้นจากการเบียดเบียนผู้อื่น คือหนทางแห่งความสงบสุขที่แท้จริง

มหาสุตโสมชาดก
8เอกนิบาต

มหาสุตโสมชาดก

มหาสุตโสมชาดก ในสมัยพุทธกาล ขณะที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน เมืองสาวัตถี ท...

💡 กามคุณเป็นสิ่งลวงตา นำมาซึ่งความทุกข์ หากไม่รู้จักประมาณตนและยับยั้งชั่งใจ

สุมังคลชาดก
26เอกนิบาต

สุมังคลชาดก

สุมังคลชาดก ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในชาติภพนั้...

💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้เราเห็นถึงความสำคัญของ การให้อภัย และ การเสียสละ สุมังคละพราหมณ์ได้แสดงถึงน้ำใจอันประเสริฐในการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก โดยไม่หวังผลตอบแทน และได้อบรมสั่งสอนด้วยความรักและปัญญา

พระโพธิสัตว์เป็นมนุษย์ผู้มีเมตตา
512วีสตินิบาต

พระโพธิสัตว์เป็นมนุษย์ผู้มีเมตตา

พระโพธิสัตว์เป็นมนุษย์ผู้มีเมตตา ในอดีตกาลอันไกลโพ้น ณ แคว้นมคธ อันเป็นแดนอุดมสมบูรณ์ ปกครองโดยพระเ...

💡 ความเมตตาคือแสงสว่างที่สามารถนำพาเราให้พ้นจากความมืดมิด และความทุกข์ยาก การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน คือการบำเพ็ญบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่

มหาปิงคลชาดก
251ติกนิบาต

มหาปิงคลชาดก

มหาปิงคลชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์หนุ่มผู้มีปัญญาเฉลียว...

💡 ความรู้ที่แท้จริงคือการนำไปใช้เพื่อประโยชน์ผู้อื่น การช่วยเหลือผู้อื่นคือการสร้างบุญบารมี

สุมังคลชาดก
143เอกนิบาต

สุมังคลชาดก

สุมังคลชาดกณ กรุงสาวัตถีอันรุ่งเรือง พระราชาทรงพระนามว่า พระเจ้าปิงคละ ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชา...

💡 ความจริงย่อมชนะความเท็จ ผู้ที่คิดร้ายต่อผู้อื่น ย่อมได้รับผลกรรมนั้น.

— Multiplex Ad —