ข้ามไปเนื้อหาหลัก
มหาปะทะชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
305

มหาปะทะชาดก

Buddha24 AIจตุกกนิบาต
ฟังเนื้อหา

มหาปะทะชาดก

ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันเป็นที่ตั้งแห่งกรุงราชคฤห์อันรุ่งเรือง มีพระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นพระอินทร์ ทรงประทับอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ทรงดำรงทศพิธราชธรรมอย่างเคร่งครัด ทรงเป็นที่รักและเคารพของเหล่าเทวดาทั้งปวง

ครั้งหนึ่ง พระอินทร์ทรงสดับเสียงคร่ำครวญมาจากโลกมนุษย์ ด้วยความสงสาร พระองค์จึงจุติลงมายังโลกมนุษย์ ทรงมีพระประสงค์จะช่วยเหลือเหล่าสรรพสัตว์ที่ตกอยู่ในความทุกข์ยาก

พระอินทร์ทรงปรากฏกายในร่างของบุรุษรูปงาม ทรงสวมอาภรณ์อันวิจิตร และทรงประดับด้วยเครื่องประดับอันเลอค่า ทรงเดินทางไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งกำลังประสบภัยพิบัติจากความอดอยาก เนื่องจากเกิดความแห้งแล้งอย่างรุนแรง ข้าวปลาอาหารขาดแคลน ผู้คนอดอยากล้มตายเป็นจำนวนมาก

ชาวบ้านเมื่อเห็นบุรุษรูปงามเข้ามาในหมู่บ้าน ต่างก็พากันเข้ามาอุปถัมภ์ด้วยอาหารและน้ำที่มีอยู่เพียงน้อยนิด ด้วยความปลาบปลื้มในน้ำใจของชาวบ้าน พระอินทร์จึงทรงตั้งพระทัยที่จะช่วยเหลือพวกเขาให้พ้นจากความทุกข์ยาก

พระอินทร์ทรงประทานพรให้แก่ชาวบ้าน ว่า "บัดนี้ ความแห้งแล้งจะสิ้นสุดลง น้ำจะหลั่งไหลมาหล่อเลี้ยงแผ่นดิน ข้าวปลาอาหารจะอุดมสมบูรณ์ ขอพวกเจ้าจงมีความสุขเถิด"

ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าพลันมืดครึ้ม เมฆฝนตั้งเค้า ม่านฝนหนาทึบก็โปรยปรายลงมา ราวกับจะชโลมแผ่นดินที่แห้งผากให้ชุ่มฉ่ำ เสียงฟ้าคะนองดังกึกก้อง สาดแสงประกายไปทั่วท้องฟ้า

ชาวบ้านต่างพากันดีใจ โล่งใจ และปลาบปลื้มใจเป็นที่สุด พวกเขาร้องโห่ฮิ้ว ตบมือ และเต้นรำด้วยความสุขุมปรีดิ์เปรม รอยยิ้มกลับมาประดับบนใบหน้าอันซูบผอม

เพียงชั่วข้ามคืน แม่น้ำลำคลองที่เคยเหือดแห้งก็กลับมามีน้ำเต็มเปี่ยม พื้นดินที่แตกระแหงกลับชุ่มชื้น เมล็ดข้าวที่หว่านลงไปก็งอกงามอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานพืชผลก็ออกรวงเต็มท้องทุ่ง

หมู่บ้านที่เคยเงียบเหงา เพราะผู้คนอดอยาก ก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย เสียงดนตรี ดังระงมไปทั่ว

พระอินทร์ทรงทอดพระเนตรเห็นความสุขของชาวบ้าน ก็ทรงอิ่มเอมพระทัยเป็นอย่างยิ่ง

แต่แล้ว เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อความอุดมสมบูรณ์กลับคืนมา ชายผู้หนึ่งชื่อว่า "ทุพภิกขะ" ซึ่งเป็นคนขี้เกียจเอาเปรียบผู้อื่น และมีความโลภสูง ได้เห็นผลผลิตอันอุดมสมบูรณ์ก็เกิดความละโมบ

ทุพภิกขะคิดในใจว่า "นี่แหละ โอกาสทองของข้า! เมื่อทุกคนมีข้าวปลาก็เท่ากับว่ามีทรัพย์สิน ข้าจะกว้านซื้อข้าวจากชาวบ้านให้หมด แล้วนำไปขายในราคาที่แพงลิบลิ่ว ข้าก็จะร่ำรวยมหาศาล!"

ด้วยความคิดอันชั่วร้าย ทุพภิกขะจึงเริ่มออกตระเวนไปตามบ้านเรือนของชาวบ้าน พร้อมเงินจำนวนหนึ่งที่ได้มาจากความโลภ

"พ่อแม่พี่น้องทั้งหลาย!" ทุพภิกขะตะโกนเสียงดัง "ข้ามีเงินมาซื้อข้าวเปลือกอันอุดมสมบูรณ์ของพวกท่าน! เอามาขายให้ข้าเถิด!"

ชาวบ้านบางคนเมื่อเห็นเงินที่ทุพภิกขะนำมาให้ ก็เกิดความโลภบ้าง แต่บางคนก็มีความทรงจำถึงความยากลำบากที่ผ่านมา และเห็นถึงเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ของทุพภิกขะ

มีชายชราผู้หนึ่งชื่อว่า "ปุญญะ" ซึ่งเป็นคนซื่อสัตย์และมีคุณธรรม เขาได้เข้ามาทักท้วงทุพภิกขะ

"ทุพภิกขะเอ๋ย!" ปุญญะกล่าวด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยนแต่หนักแน่น "เจ้ากำลังจะทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ข้าวปลาอาหารนี้เป็นผลมาจากความพยายามของพวกเราทุกคน และเป็นพรจากสวรรค์ เราควรจะแบ่งปันความสุขนี้ให้แก่กัน ไม่ใช่เอาเปรียบกันเช่นนี้"

ทุพภิกขะหัวเราะเยาะ "ฮ่าๆๆ! ลุงปุญญะเอ๋ย ช่างเป็นคนหัวโบราณเสียจริง! โลกนี้มีแต่คนฉลาดเท่านั้นที่จะอยู่รอด! ข้าทำเช่นนี้ก็เพื่อความอยู่รอดของข้าเอง!"

แต่ปุญญะก็ยังคงยืนกราน "การเอาเปรียบผู้อื่นนั้นไม่ใช่ความฉลาด แต่เป็นความโง่เขลา ความโลภจะนำพาเจ้าไปสู่ความพินาศ"

ทุพภิกขะไม่ฟังคำเตือนของปุญญะ เขายังคงเดินหน้ากว้านซื้อข้าวจากชาวบ้านที่หลงเชื่อเขา บางคนก็ขายข้าวให้เขาไป เพราะเห็นแก่เงินที่ได้มาเพียงชั่วคราว

เมื่อทุพภิกขะรวบรวมข้าวได้เป็นจำนวนมาก เขาก็คิดจะนำไปขายที่เมืองอื่นที่ประสบภัยแล้ง

ขณะที่ทุพภิกขะกำลังขนข้าวขึ้นเกวียนเพื่อเตรียมเดินทาง พระอินทร์ทรงปรากฏพระองค์ขึ้นต่อหน้าทุพภิกขะ

"ทุพภิกขะ!" พระอินทร์ตรัสด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยพระเมตตาแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดขาด "เจ้ากำลังจะทำสิ่งใด?"

ทุพภิกขะตกใจจนตัวสั่น เมื่อเห็นบุรุษรูปงามผู้นี้อีกครั้ง เขาจำได้ว่าคือผู้ที่ประทานพรให้หมู่บ้าน

"ข้า...ข้าเพียงจะนำข้าวไปขายที่อื่นขอรับ" ทุพภิกขะตอบตะกุกตะกัก

พระอินทร์ทรงทราบถึงเจตนาอันโลภของทุพภิกขะดี พระองค์ตรัสว่า "ข้าวปลาอาหารนี้ มิใช่ทรัพย์สินของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว แต่เป็นของทุกคนในหมู่บ้าน เจ้าได้เอาเปรียบผู้อื่น ความโลภของเจ้าจะนำพาความเดือดร้อนมาสู่ตนเอง"

ทันใดนั้นเอง เกวียนที่บรรทุกข้าวของทุพภิกขะก็พลันสั่นคลอน ข้าวสารที่กองสูงก็ร่วงหล่นลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน ราวกับมีสิ่งลี้ลับมากระทำ

"อ๊ากกก! อะไรกันนี่!" ทุพภิกขะร้องเสียงหลง

ข้าวสารที่หล่นลงมานั้นมิใช่ข้าวสารธรรมดา แต่กลับกลายเป็นก้อนกรวด ก้อนหิน และดินโคลน

ทุพภิกขะมองดูเกวียนของตนด้วยความตกตะลึง เกวียนที่เคยเต็มไปด้วยข้าวสารอันมีค่า บัดนี้กลับเต็มไปด้วยสิ่งไร้ค่า

"เป็นไปได้อย่างไร!?" ทุพภิกขะตะโกนด้วยความสิ้นหวัง

พระอินทร์ทรงแย้มพระสรวลเล็กน้อย "นี่คือผลแห่งความโลภของเจ้า ทุพภิกขะ จงจำไว้ว่า การเบียดเบียนผู้อื่นนั้นนำมาซึ่งความพินาศ"

เมื่อตรัสเสร็จ พระอินทร์ก็ทรงอันตรธานหายไป ทิ้งไว้เพียงทุพภิกขะที่ยืนอึ้งอยู่กับกองกรวดหินอันไร้ค่า

ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็พากันมามุงดู พวกเขาเห็นความโง่เขลาและความโลภของทุพภิกขะ และสำนึกในบุญคุณของพระอินทร์

ปุญญะเดินเข้าไปหาทุพภิกขะ "ข้าบอกเจ้าแล้วใช่หรือไม่ ทุพภิกขะ ว่าความโลภจะนำพาเจ้าไปสู่ความพินาศ"

ทุพภิกขะก้มหน้าสำนึกผิด เขาได้เรียนรู้บทเรียนราคาแพง

ชาวบ้านจึงร่วมกันนำข้าวสารที่เหลืออยู่มาแบ่งปันกันอย่างทั่วถึง พวกเขาช่วยกันเพาะปลูก และรักษาทรัพยากรที่มีอยู่ให้ยั่งยืน

หมู่บ้านแห่งนั้นก็กลับมามีความสุขอีกครั้งหนึ่ง โดยปราศจากความโลภและความเห็นแก่ตัว

พระอินทร์ทรงทอดพระเนตรลงมาจากสวรรค์ ทรงพึงพอพระทัยเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นเหล่าสรรพสัตว์อยู่ร่วมกันด้วยความเมตตาและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

คติธรรม

ความโลภย่อมนำมาซึ่งความพินาศ การเบียดเบียนผู้อื่นย่อมไม่ก่อให้เกิดผลดี การแบ่งปันและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เป็นสิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกันในสังคม

บารมีที่บำเพ็ญ

พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญบารมี คือ ทานบารมี (การให้) โดยการประทานพรและความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ชาวบ้าน และ เมตตาบารมี (ความรักที่ปราศจากเงื่อนไข) โดยทรงสงสารและช่วยเหลือสรรพสัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยาก

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

ความโลภย่อมนำมาซึ่งความพินาศ การเบียดเบียนผู้อื่นย่อมไม่ก่อให้เกิดผลดี การแบ่งปันและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เป็นสิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกันในสังคม

บารมีที่บำเพ็ญ: พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญบารมี คือ ทานบารมี (การให้) โดยการประทานพรและความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ชาวบ้าน และ เมตตาบารมี (ความรักที่ปราศจากเงื่อนไข) โดยทรงสงสารและช่วยเหลือสรรพสัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยาก

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

มหาปทุมชาดก
79เอกนิบาต

มหาปทุมชาดก

มหาปทุมชาดก ในอดีตกาล ครั้งพุทธกาลเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้ายังทรงพระชนม์ชีพอยู่ ทรงปรารภถึงอดีตชาติขอ...

💡 ความดีงามที่สร้างขึ้นด้วยตนเองนั้น ยิ่งใหญ่กว่าชาติกำเนิดที่ติดตัวมา การบำเพ็ญทาน ศีล ภาวนา และการทำประโยชน์แก่ผู้อื่น คือหนทางสู่ความสุขและความเจริญที่แท้จริง

พระโพธิสัตว์กับกะโหลกศีรษะ
481เตรสกนิบาต

พระโพธิสัตว์กับกะโหลกศีรษะ

พระโพธิสัตว์กับกะโหลกศีรษะณ เมืองพาราณสีอันโอ่อ่า ปกคลุมไปด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงาม และสวนสาธารณะที่ร่...

💡 ความเมตตา คือยาแก้ทุกข์ที่แท้จริง การมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อสรรพสัตว์ ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ.

สัตตบุรุษชาดก
101เอกนิบาต

สัตตบุรุษชาดก

สัตตบุรุษชาดก ในสมัยโบราณกาล ณ กรุงพาราณสี อันเป็นราชธานีอันรุ่งเรืองแห่งแคว้นกาสี พระโพธิสัตว์เจ้า...

💡 การเป็น "สัตบุรุษ" หรือผู้ประเสริฐ คือการมีคุณธรรม 7 ประการ ได้แก่ การให้ทาน, การรักษาศีล, ความเพียร, ปัญญา, สัจจะ, เมตตา, และการไม่พยาบาท เมื่อเราประพฤติตนเป็นสัตบุรุษ เราจะไม่เพียงแต่หลุดพ้นจากความทุกข์ แต่ยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ และนำพามาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองแก่สังคมโดยรวมได้

มหาสุตโสมชาดก
53เอกนิบาต

มหาสุตโสมชาดก

มหาสุตโสมชาดกณ แคว้นกาสี อันเป็นแคว้นที่รุ่งเรืองและเต็มไปด้วยอารยธรรม ในสมัยที่พระเจ้าพรหมทัตทรงครอ...

💡 ความเมตตาและการไม่เห็นแก่ตัว คือหนทางสู่ความเจริญ

กษัตริย์ผู้ทรงมีเมตตาต่อสัตว์
33เอกนิบาต

กษัตริย์ผู้ทรงมีเมตตาต่อสัตว์

ในอดีตกาล นานมาแล้ว เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร กษัตริย์ผู้ทรงเปี่ยมล้นด้วยพ...

💡 การเสียสละทรัพย์สินอันมีค่า เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น แม้แต่สัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยาก ย่อมเป็นเครื่องแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณและบุญบารมีอันยิ่งใหญ่ การให้ทานด้วยจิตอันบริสุทธิ์ ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญรุ่งเรือง

กุรุงคมุขชาดก
7เอกนิบาต

กุรุงคมุขชาดก

กุรุงคมุขชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ มีเมืองสำคัญแห่งหนึ่งชื่อว่า ราชคฤห์ อันเป็นที่ประท...

💡 การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และการเสียสละเพื่อผู้อื่น เป็นคุณธรรมอันประเสริฐที่จะนำพาความสุขที่แท้จริงมาให้ การหลงในความโลภ ความเชื่อผิดๆ และการเบียดเบียนผู้อื่น จะนำมาซึ่งความทุกข์และความเดือดร้อน

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว