
ณ อาณาจักรโกศลอันกว้างใหญ่ไพศาล ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็น “พระเจ้าราชา” ผู้ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยความเข้มงวด แต่ก็ทรงยึดมั่นในความถูกต้องและยุติธรรม ทรงมีพระมเหสีผู้เลอโฉม นามว่า “พระนางอัคคิสา” พระนางทรงมีรูปโฉมงดงามราวกับเทพธิดา และทรงมีจิตใจที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง
วันหนึ่ง พระนางอัคคิสาประชวรหนัก แพทย์หลวงพยายามรักษาเต็มที่ แต่ก็ไม่เป็นผล พระอาการของพระนางกลับทรุดลงทุกวัน พระเจ้าราชาทรงทุกข์พระทัยเป็นอย่างยิ่ง ทรงพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้พระมเหสีหายประชวร “เราจะต้องหาวิธีใดก็ได้ เพื่อให้พระมเหสีกลับมามีพระชนม์ชีพ!” พระองค์ตรัสกับเหล่าข้าราชบริพารด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ
ขณะที่พระนางอัคคิสากำลังจะสิ้นพระชนม์ ท่านปุโรหิตได้กราบทูลพระราชาว่า “ข้าแต่พระองค์ การรักษาพระนางอัคคิสาในขณะนี้ เป็นเรื่องที่ยากยิ่งนัก แต่หากพระองค์ทรงปรารถนาอย่างแท้จริง มีหนทางเดียวเท่านั้นที่จะสามารถทำได้” “หนทางใดเล่า!” พระราชาทรงตรัสถามอย่างกระวนกระวาย “ข้าแต่พระองค์ หากพระองค์ทรงยอมเสียสละเลือดเนื้อของพระองค์เอง นำมาผสมกับยาที่ปรุงจากสมุนไพรหายากบางชนิด แล้วนำไปถวายพระนางอัคคิสา พระนางก็อาจจะฟื้นคืนพระชนม์ชีพได้”
พระเจ้าราชาทรงได้ยินดังนั้น ก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทรงตัดสินพระทัยทันที “เราจะทำ! เราจะเสียสละทุกอย่าง เพื่อให้พระมเหสีของเรามีชีวิตอยู่!” พระองค์ทรงมีรับสั่งให้แพทย์หลวงรีบเตรียมการ
แพทย์หลวงได้รีบนำสมุนไพรหายากมาปรุงเป็นยา และให้พระราชาทรงบั่นพระบาทของพระองค์ เพื่อให้เลือดไหลออกมา เมื่อเลือดของพระราชาไหลผสมกับยา ยาได้กลายเป็นสีแดงฉานราวกับเลือดบริสุทธิ์
พระราชาทรงนำยานั้นไปถวายพระนางอัคคิสาด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง “ที่รัก” พระองค์ตรัส “จงดื่มยานี้ แล้วท่านจะหายประชวร” พระนางอัคคิสาเมื่อทรงเห็นพระสวามีในสภาพที่อ่อนแรง และทรงทราบถึงการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ ก็ทรงมีพระหฤทัยสะเทือนพระทัยเป็นที่สุด
พระนางทรงค่อยๆ ยกถ้วยยาขึ้นมาดื่ม ทันทีที่ยาเข้าสู่พระวรกาย อาการประชวรของพระนางก็พลันดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ พระนางทรงลืมพระเนตรขึ้นมามองพระสวามี “ท่าน…” พระนางตรัสเสียงแผ่ว “ท่านทำเพื่อหม่อมฉันถึงเพียงนี้…”
พระเจ้าราชาทรงยิ้มอย่างอ่อนแรง “เราทำทุกอย่างเพื่อเจ้า” พระองค์ตรัส “ขอเพียงเจ้าหายประชวร”
ตั้งแต่นั้นมา พระนางอัคคิสาก็ทรงหายจากอาการประชวร และกลับมามีพระพลานามัยที่สมบูรณ์อีกครั้ง ความรักของพระราชาและพระมเหสีก็ยิ่งแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไปอีก
เรื่องราวการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าราชา เพื่อรักษาพระมเหสีอันเป็นที่รักนั้น เป็นที่เล่าขานไปทั่วอาณาจักร และเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนได้ตระหนักถึงคุณค่าของความรัก ความเสียสละ และการไม่เห็นแก่ตัว
พระโพธิสัตว์ในชาตินั้น ได้แสดงถึง “อัคคิสาสะ” หรือ “บารมีแห่งการเสียสละ” ซึ่งเป็นบารมีที่ยิ่งใหญ่ การเสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อผู้อื่นนั้น เป็นคุณธรรมอันสูงส่งที่นำมาซึ่งความสุขและความเจริญ
— In-Article Ad —
ความรักที่แท้จริงย่อมมาพร้อมกับการเสียสละ การไม่เห็นแก่ตัวเพื่อคนที่รัก เป็นคุณธรรมอันประเสริฐ
บารมีที่บำเพ็ญ: ขันติบารมี
— Ad Space (728x90) —
67เอกนิบาตผู้มีจิตเมตตาต่อศัตรูณ กรุงราชคฤห์ อันเป็นเมืองหลวงของแคว้นมคธ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่อาณาจ...
💡 การมีเมตตาต่อศัตรูนั้น ย่อมนำมาซึ่งการให้อภัย และความสงบสุข.
60เอกนิบาตผู้มีจิตบริสุทธิ์ณ กรุงสาวัตถีอันร่มเย็น กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเศรษฐีผู้หนึ่งชื่อว่า อุกกุฏฐิตะ เ...
💡 การให้ทานเป็นการสร้างบุญกุศล และทำให้จิตใจเบิกบาน การรู้จักแบ่งปันคือการเพิ่มพูนความสุขที่แท้จริง.
64เอกนิบาตทุติยทุพภิกขันตชาดก (เรื่องที่ 64) ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันเจริญรุ่งเรือง สองกษัตร...
💡 ความเพียรพยายามและสติปัญญา สามารถนำพาเราให้เอาชนะอุปสรรคและความยากลำบากได้ การเสียสละเพื่อผู้อื่น ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ.
538มหานิบาตการรักษาคำพูดณ กรุงราชคฤห์ มีกษัตริย์ผู้ทรงธรรมนามว่า พระเจ้าอชาตศัตรู วันหนึ่ง พระองค์ทรงมีพระราชดำ...
💡 การรักษาคำพูดเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้เราได้รับความเชื่อถือจากผู้อื่น
66เอกนิบาตอชคมหาชาดก นานมาแล้ว ในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังทรงดำรงพระชนม์ชีพอยู่ ในอดีตกาลอันยาวนาน พระโพธิสัตว์ได...
💡 การใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และการช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเสียสละ แม้จะต้องเผชิญกับความเสี่ยง.
65เอกนิบาตมหาวานรชาดก ณ กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงจุติเป็นพระเวสสันดร สัมมาสัมพุทธเจ้าข...
💡 มหาวานรชาดกสอนให้เราเห็นถึงคุณธรรมอันสูงส่งของการเสียสละและความเมตตา การมีจิตใจที่พร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่น แม้จะต้องแลกมาด้วยชีวิตของตนเอง เป็นการกระทำที่ประเสริฐยิ่ง. การเสียสละเพื่อส่วนรวม หรือเพื่อผู้อื่นที่ตกทุกข์ได้ยากนั้น เป็นการกระทำที่ควรแก่การยกย่องและจดจำ.
— Multiplex Ad —