
ณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็นกษัตริย์ทรงพระนามว่า สัญชัยราช ทรงมีพระราชจริยวัตรอันงดงาม เปี่ยมด้วยทศพิธราชธรรม ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยความยุติธรรมและเมตตา ประชาชนต่างรักใคร่และเทิดทูนพระองค์
วันหนึ่ง ขณะที่สัญชัยราชทรงประทับอยู่บนพระราชบัลลังก์ ได้มีพราหมณ์ผู้หนึ่งนามว่า ทรุณทลิ ซึ่งเป็นพราหมณ์ผู้รอบรู้ มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่ว เป็นที่ปรึกษาของเหล่ากษัตริย์และผู้มีอำนาจ เข้ามากราบบังคมทูลพระองค์
"ข้าแต่สมมติเทพ ข้าพระองค์ได้ใคร่ครวญถึงเรื่องอันยิ่งใหญ่ที่จะนำมากราบบังคมทูลพระองค์พ่ะย่ะค่ะ"
สัญชัยราชทรงเลิกพระขนงเล็กน้อยด้วยความสนพระทัย
"ท่านพราหมณ์ จงกล่าวมาเถิด เราพร้อมจะสดับรับฟัง"
ทรุณทลิพราหมณ์กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
"ข้าพระองค์ได้ศึกษาตำราโบราณ และได้พบปะผู้คนมากมายจากทุกสารทิศ แต่สิ่งที่ข้าพระองค์ยังคงสงสัย และอยากจะกราบบังคมทูลถามพระองค์ คือ 'สิ่งใดเล่า คือทรัพย์สมบัติอันประเสริฐที่สุดในชีวิตมนุษย์?'"
สัญชัยราชทรงนิ่งไปครู่หนึ่ง ทรงตรึกตรองถึงคำถามอันลึกซึ้งนั้น พระพักตร์ฉายแววแห่งความขบคิด ทรงมองออกไปยังทิวทัศน์อันเขียวขจีที่ปรากฏผ่านหน้าต่างพระราชวัง เสียงนกน้อยขับขานแว่วมาแต่ไกล
ขณะนั้นเอง มหาดเล็กผู้หนึ่งได้รีบเข้ามาในท้องพระโรง
"พ่ะย่ะค่ะ! มีเรื่องด่วน! เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นที่ชายแดน พรานป่าได้จับสัตว์ป่าหายากตัวหนึ่งมาถวาย เป็นกวางเผือกที่มีขนสีขาวบริสุทธิ์ งดงามราวกับหิมะ และมีเขาสีทองอร่าม! ราษฎรต่างพากันแตกตื่น แห่มาชมกันเนืองแน่น!"
สัญชัยราชทรงลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว พระหัตถ์ทรงกุมพระศอ
"กวางเผือก? ที่ว่านั้นงดงามถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?"
มหาดเล็กพยักหน้า
"งามยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ! ข้าพระองค์ไม่เคยเห็นสิ่งใดงดงามปานนั้นมาก่อนเลย! ราษฎรต่างกล่าวขวัญกันว่า เป็นสมบัติอันล้ำค่าที่สุดที่เคยปรากฏมา!"
พระพักตร์ของสัญชัยราชทรงปรากฏรอยยิ้ม
"ท่านพราหมณ์ ทรุณทลิ นี่คือคำตอบสำหรับคำถามของท่าน"
ทรุณทลิพราหมณ์มองตามสายพระเนตรของสัญชัยราชไปทางที่มหาดเล็กชี้ พระองค์ทรงฉายแววแห่งความปีติยินดี
"หมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?"
สัญชัยราชทรงตรัส
"ทรัพย์สมบัติอันประเสริฐที่สุดในชีวิตมนุษย์ มิใช่ทองคำเงินทอง หรือสิ่งของอันมีค่าใดๆ แต่คือความยินดีที่ได้เห็นความงดงามอันบริสุทธิ์ และการได้แบ่งปันความยินดีนั้นแก่ผู้อื่นต่างหากเล่า! การได้เห็นกวางเผือกตัวนั้น ทำให้ราษฎรของเราเปี่ยมสุข การได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเขา นั่นคือทรัพย์สมบัติอันประเสริฐแท้จริง"
ทรุณทลิพราหมณ์ได้ยินดังนั้น ก็ถึงกับตะลึงงัน ทรงก้มกราบลงแทบพระบาท
"ข้าพระองค์ได้ประจักษ์แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ความคิดของข้าพระองค์นั้นคับแคบนัก! พระปัญญาธิคุณของพระองค์นั้นลึกซึ้งยิ่งนัก! ข้าพระองค์ขออภัยในความโง่เขลาของข้าพระองค์ด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ"
สัญชัยราชทรงแย้มพระโอษฐ์
"ไม่เป็นไร ท่านพราหมณ์ เราทุกคนล้วนมีโอกาสที่จะเรียนรู้และเติบโต จงนำเรื่องนี้ไปตรึกตรองเถิด"
จากวันนั้นเป็นต้นมา ทรุณทลิพราหมณ์ก็ยิ่งเลื่อมใสในพระสัญชัยราชมากยิ่งขึ้น และได้นำเอาข้อคิดนี้ไปเผยแพร่ให้แก่ผู้อื่น ทำให้ผู้คนในแคว้นมคธเข้าใจความหมายที่แท้จริงของความสุขและความสมบูรณ์ในชีวิต
กาลเวลาผ่านไป สัญชัยราชทรงครองราชย์อย่างสงบสุข ทรงบำเพ็ญบารมีไม่เคยขาด
ต่อมา สัญชัยราช ทรงทราบข่าวว่า ที่เมืองโกสัมพี มีพ่อค้าผู้หนึ่งนามว่า สุชาติ เป็นผู้ที่มีความเฉลียวฉลาด แต่กลับหลงในลาภสักการะ จนกระทำการอันมิชอบ ทุจริตต่อผู้คน ทำให้ผู้คนเดือดร้อน และเสื่อมเสียชื่อเสียง
สัญชัยราชทรงดำริว่า "เราควรจะไปเยี่ยมเยียนเมืองโกสัมพี เพื่อตักเตือนพ่อค้านั้น ให้เขากลับตัวกลับใจเสีย" พระองค์จึงทรงเตรียมพระองค์ และเสด็จไปยังเมืองโกสัมพี พร้อมด้วยข้าราชบริพาร
เมื่อไปถึงเมืองโกสัมพี สัญชัยราชทรงให้มหาดเล็กไปเชิญ สุชาติพ่อค้า มาเข้าเฝ้าที่โรงพิธีอันใหญ่โต
สุชาติพ่อค้าเมื่อได้ยินว่าพระราชาจากแคว้นมคธเสด็จมา และต้องการพบตน ก็เกิดความประหลาดใจ แต่ก็รีบมาเข้าเฝ้าด้วยความสงสัย
เมื่อสุชาติมาถึง สัญชัยราชทรงทักทายด้วยความเมตตา
"พ่อค้าสุชาติ เราได้ยินกิตติศัพท์ของท่านในด้านความเฉลียวฉลาด และความสามารถในการค้าขาย แต่เราก็ยังได้ยินเรื่องที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับพฤติกรรมของท่านเช่นกัน"
สุชาติพ่อค้าสีหน้าซีดเผือด
"พ่ะย่ะค่ะ... กระหม่อม... กระหม่อมไม่ทราบว่า... เป็นเรื่องใด..."
สัญชัยราชทรงตรัสอย่างนุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยความจริงจัง
"เราได้ยินว่า ท่านใช้เล่ห์เหลี่ยมในการค้าขาย หลอกลวงผู้คน ทำให้พวกเขาเดือดร้อน สิ่งนี้มิใช่หนทางแห่งผู้มีปัญญาอันแท้จริง"
สุชาติก้มหน้านิ่ง
"กระหม่อม... กระหม่อมยอมรับ... กระหม่อมหลงในอำนาจเงินทอง... กระหม่อมคิดว่า... การได้มาก... คือความสำเร็จ... กระหม่อม... กระหม่อมขอโทษ..."
สัญชัยราชทรงแย้มพระโอษฐ์
"การได้มาก มิใช่ความสำเร็จอันแท้จริง ความสำเร็จอันแท้จริง คือการได้ทำประโยชน์แก่ผู้อื่น การได้สร้างความสุขให้แก่สังคม การได้มีจิตใจที่บริสุทธิ์ การมีทรัพย์สมบัติมากมาย แต่จิตใจขุ่นมัว หาความสุขมิได้ ก็ไม่ต่างอะไรกับคนจน"
พระองค์ทรงเล่าเรื่องราวของกวางเผือกอีกครั้ง
"ครั้งหนึ่ง เราเคยได้เห็นกวางเผือกที่งดงามราวกับหิมะ เป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจของผู้คน แต่เราพบว่า ความยินดีที่แท้จริง มิใช่การได้ครอบครองสิ่งของอันงดงามนั้น แต่คือการได้เห็นรอยยิ้มและความสุขของผู้คน ที่ได้ชื่นชมความงดงามนั้นร่วมกัน นั่นคือทรัพย์สมบัติอันประเสริฐที่สุด"
สุชาติพ่อค้าได้ฟังดังนั้น ก็บังเกิดความรู้สึกละอายใจอย่างสุดซึ้ง พระดำรัสของสัญชัยราชได้ปลุกจิตสำนึกที่หลับใหลของเขาขึ้นมา
"ข้าแต่พระองค์... กระหม่อม... กระหม่อมได้เห็นแล้ว... กระหม่อมได้รู้แล้ว... กระหม่อมจะขอเปลี่ยนแปลงตนเอง... กระหม่อมจะเลิกทุจริต... กระหม่อมจะตั้งใจทำมาหากินด้วยความสุจริต... และจะแบ่งปันให้แก่ผู้ที่ด้อยโอกาส..."
สัญชัยราชทรงพยักพระพักตร์
"ดีแล้ว พ่อค้าสุชาติ นี่คือหนทางที่ถูกต้อง จงก้าวเดินไปบนเส้นทางแห่งความดีงาม แล้วท่านจะพบกับความสุขที่แท้จริง"
สุชาติพ่อค้า หลังจากวันนั้น ก็ได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนอย่างสิ้นเชิง เขากลายเป็นพ่อค้าผู้ซื่อสัตย์ และได้ช่วยเหลือผู้คนมากมายในเมืองโกสัมพี ทำให้เมืองโกสัมพีกลับมาสงบสุข และเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง
สัญชัยราชทรงดำรงอยู่ในทศพิธราชธรรม ทรงปกครองแคว้นมคธด้วยความยุติธรรมและเมตตา ทรงเป็นแบบอย่างอันดีงามแก่เหล่ากษัตริย์ทั้งหลาย
ทรัพย์สมบัติอันประเสริฐที่สุดในชีวิตมนุษย์ มิใช่สิ่งของมีค่าภายนอก แต่คือความยินดีที่ได้เห็นความดีงาม ความสุขของผู้คน และการได้แบ่งปันสิ่งเหล่านั้นแก่ผู้อื่น ความสำเร็จที่แท้จริงคือการมีจิตใจที่บริสุทธิ์ และการทำประโยชน์แก่สังคม
ทานบารมี (การแบ่งปัน), ศีลบารมี (การดำรงตนอยู่ในศีลธรรม), เนกขัมบารมี (การละวางกิเลส), ปัญญาบารมี (การมีปัญญา), วิริยบารมี (ความเพียร), ขันติบารมี (ความอดทน), สัจจบารมี (ความสัตย์จริง), อธิษฐานบารมี (การตั้งมั่นในคุณงามความดี), เมตตาบารมี (ความรักใคร่), อุเบกขาบารมี (การวางเฉย)
— In-Article Ad —
ทรัพย์สมบัติอันประเสริฐที่สุดในชีวิตมนุษย์ มิใช่สิ่งของมีค่าภายนอก แต่คือความยินดีที่ได้เห็นความดีงาม ความสุขของผู้คน และการได้แบ่งปันสิ่งเหล่านั้นแก่ผู้อื่น ความสำเร็จที่แท้จริงคือการมีจิตใจที่บริสุทธิ์ และการทำประโยชน์แก่สังคม
บารมีที่บำเพ็ญ: ทานบารมี (การแบ่งปัน), ศีลบารมี (การดำรงตนอยู่ในศีลธรรม), เนกขัมบารมี (การละวางกิเลส), ปัญญาบารมี (การมีปัญญา), วิริยบารมี (ความเพียร), ขันติบารมี (ความอดทน), สัจจบารมี (ความสัตย์จริง), อธิษฐานบารมี (การตั้งมั่นในคุณงามความดี), เมตตาบารมี (ความรักใคร่), อุเบกขาบารมี (การวางเฉย)
— Ad Space (728x90) —
167ทุกนิบาตสุวรรณหังสชาดก ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณธัญญาหาร และมีผู้คนดำรงชีวิตด้วยความสงบร่มเย็นมา...
💡 ความโลภเป็นบ่อเกิดแห่งความหายนะ การหลอกลวงผู้อื่นย่อมนำมาซึ่งผลกรรมที่เลวร้าย การยึดมั่นในคุณธรรมและความสัตย์จริงย่อมนำพาไปสู่ความสงบสุข
259ติกนิบาตปัฏฐกชาดก (ครั้งที่ 4) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นกษัตริย์แห่งเมืองกลิงคร...
💡 การให้ทานด้วยความเสียสละอันบริสุทธิ์ ย่อมนำมาซึ่งประโยชน์สุขแก่ตนเองและผู้อื่น และเป็นหนทางสู่การหลุดพ้น
535มหานิบาตวชิรชาดก ณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง ในอดีตกาลนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นบุตรของเศรษฐีผู้มั่งค...
💡 ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นคุณธรรมอันประเสริฐ ที่จะนำพามาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความไว้วางใจ
45เอกนิบาตพกาปิชาดก ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ ในยุคสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงดำรงพระองค์เป็นกษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราช...
💡 การรู้จักตนเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินชีวิต เพราะจะช่วยให้เราเข้าใจขีดจำกัดของตนเอง รู้จักใช้สิ่งที่มีให้เป็นประโยชน์ และไม่หลงไปกับกิเลสทั้งปวง
4เอกนิบาตณ กรุงพาราณสี อันรุ่งเรืองด้วยพระบารมีของพระโพธิสัตว์ที่เสวยพระชาติเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงธรรม มีเร...
💡 ความผิดพลาดในอดีตไม่ได้ตัดสินคุณค่าของคนในปัจจุบัน การให้อภัยและการให้โอกาสสามารถนำพาผู้คนไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้ และความสำเร็จที่แท้จริงนั้นเกิดจากการกระทำที่สุจริตและเปี่ยมด้วยคุณธรรม
14เอกนิบาตอุกกัฏฐิชาดก ในอดีตกาล เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงเป็นพราหมณ์หนุ่มผู้มีรูปงาม นามว่า "อุกกัฏฐิ" อาศัยอยู่ใ...
💡 การให้ย่อมมีค่าแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับเจตนา ผู้ให้ที่แท้จริงคือผู้ที่ให้ด้วยใจอันบริสุทธิ์ ปราศจากความเห็นแก่ตัว และหวังแต่ประโยชน์สุขของผู้อื่น
— Multiplex Ad —