
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในนครชื่อว่าอุชเชนี อันเป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นอวันตี มีพระราชาผู้ทรงทศพิธราชธรรมนามว่า พระเจ้าจัณฑปาละ ปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยความร่มเย็นเป็นสุข แต่กระนั้นก็ตาม พระองค์ก็ทรงมีพระราชบุตรองค์หนึ่ง นามว่า พระอุบาลเสน ผู้ซึ่งมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า และใฝ่ในธรรมอันประเสริฐ
ในวันหนึ่ง ขณะที่พระอุบาลเสนกำลังทรงเจริญสมาธิภาวนาอยู่ในพระราชอุทยานอันร่มรื่น ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงร้องโหยหวนดังมาจากเบื้องบน ทรงสดับเสียงนั้นก็ทรงผินพระพักตร์ขึ้นไปดู ก็เห็นนกแร้งฝูงใหญ่กำลังจิกตีกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
“โอ้โห! ดูนกพวกนี้สิ ช่างมัวเมาในอำนาจและการต่อสู้ ไม่รู้จักความสงบสุขเลย” พระอุบาลเสนทรงรำพึงในพระทัย
แต่แล้ว เมื่อทรงเพ่งพิจารณาลงไปอีกครั้งหนึ่ง ก็ทรงเห็นว่า ที่แท้จริงแล้ว นกแร้งเหล่านั้นกำลังแย่งชิงซากศพอันเน่าเปื่อยอยู่
“อ้อ! ที่แท้ก็เพราะความโลภในเนื้อหนังอันสกปรกนี่เอง ที่ทำให้นกเหล่านั้นต้องเบียดเบียนซึ่งกันและกัน” ทรงตรัสด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
ด้วยเหตุนี้เอง พระอุบาลเสนจึงทรงเกิดความสังเวชใจในสรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่ต้องตกอยู่ในห้วงแห่งกิเลสตัณหา ไม่รู้จักพอ
ในขณะเดียวกัน ณ ป่าหิมพานต์อันไกลโพ้น ที่ตั้งของสระโบกขรณีอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นที่อาศัยของเหล่าพญานาคราชผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ นามว่า พญามุจลินทนาคราช ทรงเป็นนาคาธิบดีผู้ยิ่งใหญ่ ปกครองเหล่านาคบริวารทั้งปวง
วันหนึ่ง ขณะที่พญามุจลินทนาคราชกำลังทรงเสด็จแปรพระทักษ์ไปตามลำธารอันใสสะอาด ก็ทรงทอดพระเนตรเห็นก้อนหินก้อนหนึ่งนอนขวางทางอยู่
“เฮ้ย! ก้อนหินอะไรมาขวางทางเราอยู่!” ทรงกริ้วดุจพายุ
เหล่านาคบริวารรีบเข้ามากราบทูลว่า “ข้าแต่มหาราชเจ้า ก้อนหินนี้เป็นของมนุษย์ปุถุชนผู้หนึ่งนำมาทิ้งไว้ พวกเราพยายามจะยกออกแล้ว แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะก้อนหินนั้นใหญ่เกินกำลัง”
พญามุจลินทนาคราชทรงพิโรธหนักขึ้น “อะไรกัน! หินก้อนเดียวก็ยกไม่ไหว แล้วเราจะไปถืออะไรได้!”
ทรงดำริว่า “เราต้องหาทางกำจัดก้อนหินนี้ให้ได้”
วันแล้ววันเล่า พญามุจลินทนาคราชก็ทรงพยายามทุกวิถีทางที่จะยกก้อนหินนั้นออก แต่ก็ไม่สำเร็จ จนพระวรกายเริ่มอ่อนล้า
ในขณะนั้นเอง พระโพธิสัตว์เจ้า (ซึ่งก็คือพระอุบาลเสนในอดีตชาติ) ได้เสด็จมาถึง
“ท่านนาคาธิบดี มีเรื่องอันใดจึงได้ทรงมีพระพักตร์หมองเศร้า?” พระโพธิสัตว์เจ้าตรัสถาม
พญามุจลินทนาคราชทรงเล่าเรื่องก้อนหินที่ขวางทางให้ฟัง
พระโพธิสัตว์เจ้าทรงยิ้มอย่างอ่อนโยน “ท่านนาคาธิบดี เหตุไฉนท่านจึงมัวแต่ทรงใช้กำลังเพียงอย่างเดียวเล่า? ลองใช้วิธีอื่นดูสิ”
“วิธีอื่น? ท่านหมายถึงวิธีใด?” พญามุจลินทนาคราชทรงถามด้วยความสงสัย
“ท่านลองใช้กำลังของเหล่าบริวารทั้งหมด ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ใช้เวลาหน่อย แต่รับรองว่าสำเร็จแน่นอน” พระโพธิสัตว์เจ้าตรัส
พญามุจลินทนาคราชทรงทำตามคำแนะนำของพระโพธิสัตว์เจ้า ทรงสั่งให้เหล่านาคบริวารทุกตัว ช่วยกันออกแรงงัดแงะก้อนหินนั้น
ในที่สุด ด้วยกำลังของเหล่านาคทั้งหลาย ก้อนหินก้อนนั้นก็ค่อยๆ ขยับและถูกยกออกไปได้สำเร็จ
พญามุจลินทนาคราชทรงชื่นชมพระโพธิสัตว์เจ้าเป็นอันมาก “ท่านช่างมีปัญญาเฉลียวฉลาดนัก! หากไม่ได้ท่าน ข้าพเจ้าคงต้องเดือดร้อนอีกนาน”
พระโพธิสัตว์เจ้าตรัสว่า “ความสำเร็จมิได้ขึ้นอยู่กับกำลังเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องอาศัยปัญญาและการร่วมมือกันด้วย”
เมื่อพระโพธิสัตว์เจ้าทรงแสดงธรรมจบแล้ว พญามุจลินทนาคราชก็ทรงเลื่อมใสในพระโพธิสัตว์เจ้าเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อเรื่องราวของพระอุบาลเสนและพญามุจลินทนาคราชแผ่ขยายออกไป ก็มีผู้คนมากมายมาขอคำปรึกษา และได้รับคำแนะนำอันเป็นประโยชน์จากพระอุบาลเสน
พระอุบาลเสนทรงสั่งสอนผู้คนให้รู้จักละเว้นความโลภ ความโกรธ ความหลง และให้ตั้งมั่นอยู่ในทาน ศีล ภาวนา
ด้วยเหตุนี้เอง พระอุบาลเสนจึงทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีปัญญาอันประเสริฐ และทรงเป็นที่รักของสรรพสัตว์ทั้งหลาย
นี่คือเรื่องราวของมหาอุบารเสนชาดก ที่สอนให้เราเห็นถึงโทษของความประมาท และคุณของปัญญาและการร่วมมือกัน
— In-Article Ad —
ความสำเร็จไม่ได้มาจากกำลังเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยปัญญาและการร่วมมือกัน.
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี
— Ad Space (728x90) —
492ปกิณณกนิบาตสุนัขจิ้งจอกผู้มีเมตตาในป่าอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งหนึ่ง ณ ดินแดนที่ซึ่งแสงแดดยามเช้าทาบทอลงมาอาบไล้พงไ...
💡 ความเมตตาที่แท้จริงนั้น ย่อมไม่หวังผลตอบแทน และพร้อมที่จะเสียสละเพื่อผู้อื่น
89เอกนิบาตอัญชนิชาดกณ กรุงพาราณสีในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็น “อัญชนิฤาษี” ผู้ทรงบำเพ็ญพรตอย่างเคร...
💡 ความอดทน การควบคุมอารมณ์ และการมีเมตตาธรรม เป็นคุณธรรมที่สำคัญยิ่ง หากเราละเลยคุณธรรมเหล่านี้ เราก็จะประสบกับความเดือดร้อน การกระทำทุกอย่างย่อมมีผลตามมาเสมอ
49เอกนิบาตมหาสุบินชาดก ในครั้งพุทธกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงเล่าเรื่องมหาสุบินช...
💡 การมีปัญญาหยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ย่อมทำให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และสามารถนำพาตนเองและผู้อื่นไปสู่หนทางแห่งความดีงามได้. การตระหนักถึงความเสื่อมโทรมของโลก เป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาหนทางแห่งการพ้นทุกข์.
67เอกนิบาตผู้มีจิตเมตตาต่อศัตรูณ กรุงราชคฤห์ อันเป็นเมืองหลวงของแคว้นมคธ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่อาณาจ...
💡 การมีเมตตาต่อศัตรูนั้น ย่อมนำมาซึ่งการให้อภัย และความสงบสุข.
178ทุกนิบาตสิริปปุราณชาดก (เรื่องลิง) ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์เจ้าของเราได...
💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความโลภและความประมาทอาจนำมาซึ่งอันตรายถึงชีวิต ควรมีความรอบคอบในการกระทำ และใช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ การมีเมตตาธรรมและรู้จักช่วยเหลือผู้อื่น ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ
189ทุกนิบาตสารภังคชาดก (เรื่องนกสารภังค) นานมาแล้ว ในยุคที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นนกสารภังค์ อาศัยอยู่ในป่...
💡 ความโลภเป็นสิ่งนำมาซึ่งหายนะ การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเมตตา ย่อมนำมาซึ่งความดีงามและความสงบสุข
— Multiplex Ad —