ข้ามไปเนื้อหาหลัก
พระโพธิสัตว์กับมารดาผู้ไม่สำนึก
ชาดก 547 เรื่อง
487

พระโพธิสัตว์กับมารดาผู้ไม่สำนึก

Buddha24 AIปกิณณกนิบาต
ฟังเนื้อหา

พระโพธิสัตว์กับมารดาผู้ไม่สำนึก

ในอดีตกาลอันไกลโพ้น ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร มีนครอันรุ่งเรืองนามว่า "ปาฏลีบุตร" นครแห่งนี้เป็นศูนย์กลางแห่งการค้า การปกครอง และศิลปวัฒนธรรม ผู้คนอยู่ร่มเย็นเป็นสุขภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระเจ้าแผ่นดินผู้ทรงทศพิธราชธรรม

ในบรรดาเหล่าราษฎรผู้ภักดี มีพราหมณ์ผู้หนึ่งนามว่า "สัมพุละ" เป็นพราหมณ์ผู้มีรูปงาม สง่างาม เฉลียวฉลาด และมีคุณธรรมสูงส่ง เขามีภรรยาชื่อ "มหามายา" เป็นสตรีผู้เลอโฉม มีกิริยามารยาทอ่อนหวานงามตามแบบกุลสตรีผู้ดี

ทั้งสองได้ครองคู่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งคู่โศกเศร้าที่สุด คือการที่ไม่มีทายาทสืบสกุล แม้จะปรารถนาเพียงใดก็ตาม เวลาล่วงเลยไปหลายปี ความหวังก็ดูเหมือนจะเลือนรางลงทุกที

วันหนึ่ง ขณะที่พราหมณ์สัมพุละกำลังนั่งปฏิบัติธรรมอยู่ภายในอาศรมอันเงียบสงบ จู่ๆ ก็มีเทวดาองค์หนึ่งปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าท่าน ด้วยแสงสว่างเจิดจ้า เทวดาองค์นั้นมีรูปกายงามสง่า สวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์

“ท่านพราหมณ์สัมพุละ” เทวดากล่าวด้วยน้ำเสียงอันนุ่มนวล “ข้าพเจ้าคือเทวดาผู้รักษาพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าผู้ทรงพระนามว่า ‘วิปัสสี’ ข้าพเจ้ามาเพื่อบอกข่าวดีแก่ท่าน”

พราหมณ์สัมพุละรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก แต่ก็สงบจิตสงบใจและกล่าวถาม “ท่านเทวดา มีข่าวดีอันใดแก่ข้าพเจ้าเล่า?”

“ท่านและภรรยาของท่าน มหามายา” เทวดากล่าวต่อ “จะมีบุตรอันประเสริฐบังเกิดแก่ท่าน บุตรผู้นี้จะเป็นผู้ทรงปัญญา มีบุญญาธิการอันยิ่งใหญ่ และจะเป็นผู้สืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไปในอนาคตกาล”

เมื่อได้ยินดังนั้น พราหมณ์สัมพุละก็ปีติยินดีจนน้ำตาคลอเบ้า ท่านรีบก้มลงกราบเทวดาด้วยความเคารพ “ขอบพระคุณท่านเทวดา ข้าพเจ้าและภรรยาจะรักษาบุตรผู้นี้ให้ดีที่สุด”

เมื่อเทวดาได้กล่าวคำอำลาและอันตรธานหายไป พราหมณ์สัมพุละก็รีบกลับไปแจ้งข่าวดีแก่ภรรยา มหามายามีความสุขจนแทบจะลืมหายใจ เมื่อทราบว่าตนกำลังจะมีทายาทอันประเสริฐ

วันเวลาผ่านไป มหามายาก็ตั้งครรภ์ การตั้งครรภ์ของนางนั้นพิเศษยิ่งกว่าหญิงสาวทั่วไป นางไม่เคยมีอาการแพ้ท้องใดๆ เลย ใบหน้าผ่องใสอยู่เสมอ และยังคงมีจิตใจที่เปี่ยมด้วยเมตตากรุณา

เมื่อถึงกำหนดคลอด มหามายาก็ให้กำเนิดบุตรชายที่สมบูรณ์พร้อมทุกประการ เด็กน้อยมีผิวพรรณผุดผ่อง ดวงตาใสแจ่มราวกับดวงดาว มีรัศมีเปล่งปลั่งออกมาจากร่างกายเล็กๆ นั้น

ทั้งสองตั้งชื่อบุตรชายว่า “อุทเทส” ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้ถูกประสงค์” หรือ “ผู้เป็นที่ปรารถนา”

อุทเทสเติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และมีความเฉลียวฉลาดเกินกว่าเด็กทั่วไป แม้จะยังเยาว์วัยนัก แต่ก็สามารถสนทนาโต้ตอบกับผู้ใหญ่ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ท่านแสดงออกถึงความเข้าใจในหลักธรรมคำสอนทางศาสนาได้อย่างลึกซึ้ง

พราหมณ์สัมพุละและมหามายาภูมิใจในตัวบุตรชายเป็นอย่างยิ่ง พวกท่านตั้งใจเลี้ยงดูอุทเทสให้เป็นผู้มีศีลธรรม และส่งเสริมการศึกษาเล่าเรียนในทุกแขนง

เมื่ออุทเทสเติบใหญ่ขึ้น ท่านได้ศึกษาพระเวทวิทยาการต่างๆ จนแตกฉาน และยังได้ศึกษาธรรมะจนมีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ท่านมักจะแสดงธรรมสั่งสอนผู้คนรอบข้างอยู่เสมอ

วันหนึ่ง ขณะที่อุทเทสกำลังนั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้ในสวน พลันปรากฏหญิงชราผู้หนึ่งเดินโซซัดโซเซเข้ามาใกล้

“ท่านหนุ่มน้อย” หญิงชรากล่าวด้วยเสียงแหบแห้ง “ท่านพอจะมีน้ำสักเล็กน้อยให้ข้าพเจ้าดื่มบ้างหรือไม่ ข้าพเจ้าเหนื่อยล้าเหลือเกิน”

อุทเทสเห็นดังนั้นก็รีบลุกขึ้นไปนำน้ำเย็นชื่นใจมาให้หญิงชราดื่ม เมื่อหญิงชราได้ดื่มน้ำแล้ว ก็มีกำลังวังชาขึ้นมาบ้าง

“ขอบใจเจ้ามากนะหนุ่มน้อย” หญิงชรากล่าว “แต่ข้าพเจ้าไม่มีสิ่งใดจะตอบแทนเจ้าได้เลย”

อุทเทสยิ้มอย่างอ่อนโยน “ท่านไม่ต้องกังวล ข้าพเจ้าเพียงแต่ทำในสิ่งที่ควรทำเท่านั้น”

ขณะที่อุทเทสกำลังจะกลับไปนั่งสมาธิต่อ หญิงชราพลันเอ่ยถามขึ้น “เจ้าเป็นใครหรือหนุ่มน้อย เหตุไฉนจึงมีความเมตตาดังนี้?”

“ข้าพเจ้าชื่ออุทเทส เป็นบุตรของพราหมณ์สัมพุละ ขอรับ” อุทเทสตอบ

ทันทีที่ได้ยินชื่อ “อุทเทส” หญิงชราก็มีท่าทีเปลี่ยนไป ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความตกใจ และนางก็ทรุดตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรง

“อุทเทส… เจ้าคืออุทเทสจริงๆ หรือ?” นางถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ใช่ขอรับ มีสิ่งใดหรือขอรับที่ทำให้ท่านตกใจ?” อุทเทสถามด้วยความสงสัย

หญิงชรามองดูอุทเทสอย่างพิจารณา ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขมขื่น “เจ้าไม่รู้หรือไรว่าข้าเป็นใคร?”

อุทเทสส่ายหน้า “ข้าพเจ้าไม่ทราบขอรับ”

“ข้าคือ… มารดาของเจ้า” หญิงชรากล่าว น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้ม

อุทเทสถึงกับตกตะลึง ท่านไม่เคยพบเห็นหญิงชราผู้นี้มาก่อน แต่เมื่อเห็นน้ำตาและท่าทางอันสิ้นหวังของนาง ท่านก็รู้สึกสงสาร

“ท่านเป็นมารดาของข้าพเจ้าได้อย่างไรขอรับ? มารดาของข้าพเจ้าคือมหามายา ผู้มีรูปงามและใจดี” อุทเทสกล่าวด้วยความงุนงง

หญิงชราถอนหายใจยาว “เรื่องมันซับซ้อนนักหนุ่มน้อย… ก่อนที่ท่านจะเกิด ข้าเคยเป็นภรรยาอีกคนของพราหมณ์สัมพุละ แต่ข้าเป็นคนที่มีจิตใจคับแคบ เห็นแก่ตัว และชอบเบียดเบียนผู้อื่น ข้าไม่เคยทำบุญทำทาน และไม่เคยมีเมตตาต่อใคร”

นางเล่าต่อไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเสียใจ “เมื่อท่านพราหมณ์ได้พบกับมหามายา และทั้งสองมีความรักต่อกัน ข้าก็เกิดความริษยา และพยายามจะทำลายความสุขของพวกเขา”

“ข้าได้ใช้มนต์ดำ และเล่ห์เหลี่ยมต่างๆ นานา เพื่อจะกำจัดมหามายา แต่ก็ไม่สำเร็จ สุดท้าย ข้าก็ถูกลงโทษด้วยกรรมของข้าเอง ข้าต้องกลายมาเป็นหญิงชราที่น่าเวทนาเช่นนี้”

อุทเทสฟังเรื่องราวของหญิงชราด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ท่านรู้สึกเห็นใจในชะตากรรมของนาง แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดหวังในความโหดร้ายที่นางเคยกระทำ

“ท่านได้สำนึกผิดแล้วหรือขอรับ?” อุทเทสถาม

“ข้าสำนึกผิดแล้วหนุ่มน้อย” หญิงชราตอบ “ข้าเสียใจเหลือเกินที่ได้ทำกรรมชั่วไว้มากมาย ข้าปรารถนาเพียงจะได้อโหสิกรรมจากท่าน และจะได้แก้ไขในสิ่งที่ได้ทำผิดพลาดไป”

อุทเทสครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ท่านมองเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกของหญิงชรา และเห็นถึงความสำนึกผิดที่แท้จริง

“หากท่านสำนึกผิดจริงๆ และตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงตนเอง” อุทเทสกล่าว “ข้าก็พร้อมจะให้อภัยท่าน”

เมื่อได้ยินดังนั้น หญิงชราก็ร้องไห้ด้วยความดีใจ “ขอบใจท่านมากหนุ่มน้อย… ข้าขอสัญญาว่านับจากนี้ไป ข้าจะประพฤติตนให้ดี และจะทำบุญทำกุศลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

อุทเทสได้นำหญิงชราผู้นั้นกลับไปยังอาศรม และได้พูดคุยกับบิดาของท่าน พราหมณ์สัมพุละก็ตกใจเมื่อได้ทราบเรื่องราวทั้งหมด แต่เมื่อเห็นความสำนึกผิดของหญิงชรา ท่านก็สงสารและยอมให้อภัยเช่นกัน

ภายใต้การชี้แนะของอุทเทส หญิงชราผู้นั้นได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ นางเลิกทำสิ่งชั่วร้าย หันมาทำบุญทำทาน รักษาศีล และหมั่นภาวนาจิต

เวลาผ่านไปนานหลายปี หญิงชราผู้นั้นก็ค่อยๆ บรรเทาความทุกข์ทรมาน และจิตใจก็สงบสุขขึ้นเรื่อยๆ เธอได้กลายเป็นผู้ที่เปี่ยมด้วยเมตตาและคุณธรรม

ส่วนอุทเทส ท่านยังคงศึกษาธรรมะและเผยแพร่คำสอนของพระพุทธเจ้าแก่ผู้คน ท่านเป็นที่รักและเคารพของทุกคนที่ได้รู้จัก

ในวันหนึ่ง เทวดาองค์เดิมได้ปรากฏกายขึ้นต่อหน้าอุทเทสอีกครั้ง

“ท่านอุทเทส” เทวดากล่าว “ท่านได้ทำหน้าที่ของท่านได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ท่านได้แสดงความเมตตา และการให้อภัยแก่ผู้ที่เคยทำผิดต่อท่าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเสริฐยิ่งนัก”

อุทเทสกล่าว “ข้าพเจ้าเพียงแต่ทำในสิ่งที่ควรทำเท่านั้นขอรับ”

“บัดนี้ ถึงเวลาแล้วที่ท่านจะต้องไปสู่ภพภูมิอันสูงส่ง” เทวดากล่าว

เมื่อสิ้นเสียงเทวดา ร่างของอุทเทสก็ค่อยๆ เลือนหายไปในแสงสว่างอันเจิดจ้า มุ่งสู่ภพภูมิอันเป็นทิพย์

ส่วนพราหมณ์สัมพุละและมหามายา เมื่อได้เห็นบุตรชายอันเป็นที่รักจากไปสู่ภพภูมิอันสูงส่ง พวกท่านก็รู้สึกโศกเศร้าแต่ก็ปลื้มปิติไปพร้อมกัน ท่านทั้งสองใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยการบำเพ็ญกุศล และระลึกถึงคุณงามความดีของบุตรชาย

คติธรรม

นิทานชาดกเรื่องนี้สอนให้เห็นถึงความสำคัญของการให้อภัย การมองเห็นความดีที่ซ่อนเร้นในตัวผู้อื่น และการที่บุญกุศลสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของบุคคลได้ แม้จะเคยทำผิดพลาดมาเพียงใด หากมีความสำนึกผิดและตั้งใจที่จะแก้ไข ก็ย่อมมีโอกาสที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้เสมอ นอกจากนี้ ยังสอนให้เห็นถึงความสำคัญของบุพกรรม และผลของการกระทำทั้งดีและชั่ว

บารมีที่บำเพ็ญ

บารมีที่พระโพธิสัตว์ได้บำเพ็ญในชาตินี้ คือ เมตตาบารมี และ ขันติบารมี โดยการแสดงความเมตตาต่อมารดาผู้เคยประทุษร้าย และความอดทนอดกลั้นต่อความทุกข์ยากของผู้อื่น

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

นิทานชาดกเรื่องนี้สอนให้เห็นถึงความสำคัญของการให้อภัย การมองเห็นความดีที่ซ่อนเร้นในตัวผู้อื่น และการที่บุญกุศลสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของบุคคลได้ แม้จะเคยทำผิดพลาดมาเพียงใด หากมีความสำนึกผิดและตั้งใจที่จะแก้ไข ก็ย่อมมีโอกาสที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้เสมอ นอกจากนี้ ยังสอนให้เห็นถึงความสำคัญของบุพกรรม และผลของการกระทำทั้งดีและชั่ว

บารมีที่บำเพ็ญ: บารมีที่พระโพธิสัตว์ได้บำเพ็ญในชาตินี้ คือ เมตตาบารมี และ ขันติบารมี โดยการแสดงความเมตตาต่อมารดาผู้เคยประทุษร้าย และความอดทนอดกลั้นต่อความทุกข์ยากของผู้อื่น

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

สัญชีวกชาดก
470ทวาทสกนิบาต

สัญชีวกชาดก

สัญชีวกชาดกณ กรุงพาราณสี อันเป็นเมืองหลวงที่รุ่งเรือง. พระราชาทรงมีพระนามว่า อรุณราช. พระองค์ทรงมีพร...

💡 ปัญญา สติปัญญา และความอดทน นำมาซึ่งความสำเร็จในการสร้างความสัมพันธ์

สุกรชาดก (The Pig)
222ทุกนิบาต

สุกรชาดก (The Pig)

สุกรชาดก นานมาแล้ว ณ ชนบทอันเงียบสงบ มีครอบครัวหนึ่งอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข พ่อ แม่ และลูกชาย...

💡 ความขยันหมั่นเพียรและการเรียนรู้อย่างไม่ย่อท้อ สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตจากความตกต่ำให้ไปสู่ความสำเร็จได้ แม้จะเคยถูกดูถูกเหยียดหยาม ก็สามารถพิสูจน์ตนเองให้เป็นที่ยอมรับได้

มหาปังกาฬิกชาดก (Maha-Pangalikajataka)
96เอกนิบาต

มหาปังกาฬิกชาดก (Maha-Pangalikajataka)

มหาปังกาฬิกชาดกณ เมืองสาวัตถี อันเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า ครั้งนั้น พระองค์ทรงปรารภถึงพระราชาผู้ท...

💡 การมีจิตคิดพยาบาทอาฆาต แม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจนำมาซึ่งผลกรรมอันเลวร้ายได้ ควรหมั่นเจริญเมตตาจิตอยู่เสมอ

สุริยโชตรชาดก
217ทุกนิบาต

สุริยโชตรชาดก

สุริยโชตรชาดก ณ กรุงพาราณสี อันเป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นกาสี นครที่รุ่งเรืองด้วยการค้าขาย ประชาชนล้วน...

💡 การมีปัญญาญาณอันประเสริฐ การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยจิตที่เปี่ยมด้วยเมตตา และการยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ย่อมนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความสุขที่ยั่งยืน. การทุจริตคดโกงและการโกหกย่อมนำมาซึ่งความวิบัติฉิบหาย.

สักกทิสสูตร
203ทุกนิบาต

สักกทิสสูตร

สักกทิสสูตรณ แคว้นมถุรา อันเป็นแคว้นที่อุดมสมบูรณ์และมีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก มีบุรุษผู้หนึ่งนาม...

💡 การไม่รู้จักให้และการยึดติดในวัตถุ ย่อมนำมาซึ่งความทุกข์ยากและการลงโทษ การรู้จักแบ่งปันและให้ด้วยใจที่ยินดี ย่อมนำมาซึ่งความสุข ความเจริญ และการอภัย

อัชชุคชาดก
113เอกนิบาต

อัชชุคชาดก

อัชชุคชาดก ในอดีตกาล ณ แคว้นกาสี มีพระราชาผู้ทรงธรรมนามว่า พระเจ้าอัชชุคะ พระองค์ทรงมีพระมเหสีผู้เป็...

💡 การรักษาคำพูดเป็นสิ่งสำคัญ แต่การใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาจะนำพาไปสู่ชัยชนะ

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว