
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงสาวัตถี อันเป็นราชธานีที่รุ่งเรือง มีพระราชาผู้ทรงปรีชาสามารถนามว่า 'กุรุราช' ปกครองด้วยทศพิธราชธรรม ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขทั่วหน้า ในพระราชสำนักนั้น มีพราหมณ์ผู้ใหญ่ที่ปรึกษาของพระราชาอยู่ท่านหนึ่ง ชื่อว่า 'สุมังคะ' ท่านผู้นี้เป็นผู้ที่พระราชาทรงไว้วางพระทัยอย่างยิ่งในเรื่องการบริหารบ้านเมือง และเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถรอบด้าน
วันหนึ่ง ขณะที่พระราชาทรงปรึกษาหารือราชการกับสุมังคะพราหมณ์ ก็ทรงมีพระดำริที่จะเสด็จประพาสป่า เพื่อทรงพักผ่อนหย่อนพระทัย และทอดพระเนตรความงามของธรรมชาติ
“สุมังคะ ท่านเห็นว่าอย่างไร หากเราจะเสด็จประพาสป่าในอีกไม่กี่วันนี้” พระราชาตรัสถาม
“เป็นความคิดที่ดีพะย่ะค่ะ ทรงพระเกษมสำราญด้วยการพักผ่อน” สุมังคะพราหมณ์ทูลตอบ
พระราชาจึงมีรับสั่งให้เตรียมการเสด็จประพาสป่าอย่างเอิกเกริก เหล่าข้าราชบริพารจัดเตรียมสิ่งของจำเป็นอย่างครบครัน
เมื่อถึงวันกำหนด พระราชาพร้อมด้วยเหล่าข้าราชบริพารก็ออกเดินทางสู่ป่าอันเขียวขจี ป่าแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพฤกษานานาชนิด และเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่านานาพันธุ์
ขณะที่พระราชาประทับพักผ่อนอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ สุมังคะพราหมณ์ได้เดินเข้าไปสำรวจบริเวณโดยรอบ ทันใดนั้นเอง ท่านก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากพุ่มไม้
“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วย!”
สุมังคะพราหมณ์รีบวิ่งเข้าไปดู ก็พบว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังถูกงูเห่าตัวใหญ่รัดจนดิ้นทุรนทุราย
“ปล่อยข้า! ปล่อยเดี๋ยวนี้!” ชายหนุ่มร้องเสียงหลง
งูเห่าตัวนั้นมีเกล็ดสีดำสนิท มันขู่ฟ่อๆ และรัดร่างของชายหนุ่มแน่นขึ้นเรื่อยๆ
สุมังคะพราหมณ์เห็นดังนั้นก็ตกใจ แต่ด้วยสัญชาตญาณของความเป็นมนุษย์ที่ต้องการช่วยเหลือ จึงรีบเข้าไปคว้าไม้มาตีที่หัวของงู
“เจ้าอสรพิษร้าย จงปล่อยมนุษย์ผู้นี้เสีย!” สุมังคะพราหมณ์ตะโกน
งูเห่าตัวนั้นถูกตีอย่างแรงก็ตกใจและปล่อยชายหนุ่มทันที มันเลื้อยหนีหายเข้าไปในพงหญ้า
ชายหนุ่มที่รอดตายอย่างหวุดหวิดก็รีบคลานออกมาจากที่นั่น เขาหอบหายใจอย่างหนัก
“ขอบคุณท่านมาก ท่านได้ช่วยชีวิตข้าไว้” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
สุมังคะพราหมณ์ประคองชายหนุ่มขึ้นมา “ไม่เป็นไร ท่านปลอดภัยแล้ว”
“ข้าชื่อ 'วิชยะ' เป็นพ่อค้าที่เดินทางมาค้าขายในแถบนี้ หลงทางเข้ามาในป่าและเกือบเอาชีวิตไม่รอด” ชายหนุ่มแนะนำตัว
“ข้าคือสุมังคะ เป็นพราหมณ์ที่ปรึกษาของพระราชา” สุมังคะกล่าว
“ท่านวิชยะ ท่านบาดเจ็บหรือไม่?” สุมังคะถาม
“มีบาดแผลเล็กน้อย แต่ไม่เป็นอันตราย” วิชยะตอบ
สุมังคะพราหมณ์พาวิชยะกลับมาหาพระราชา พระราชาทรงทราบเรื่องราวก็ทรงแสดงความยินดีที่วิชยะรอดชีวิต และทรงขอบคุณสุมังคะพราหมณ์ที่กล้าหาญ
“เจ้าสุมังคะ เจ้าช่างกล้าหาญนักที่เข้าช่วยพ่อค้าผู้นี้” พระราชาตรัสชม
“เป็นหน้าที่ของข้าพพระองค์ที่จะต้องช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์พะย่ะค่ะ” สุมังคะพราหมณ์ทูล
พระราชาทรงประทับใจในความกล้าหาญและน้ำใจของสุมังคะพราหมณ์ จึงทรงมีพระดำริที่จะตอบแทน
“สุมังคะ นับว่าเจ้าได้ทำความดีความชอบครั้งใหญ่ วันนี้เราจะมอบรางวัลให้แก่เจ้า”
สุมังคะพราหมณ์ก้มกราบ “ข้าพระองค์มิได้ทำเพื่อหวังสิ่งตอบแทนพะย่ะค่ะ”
“เรารู้ แต่เราก็อยากจะตอบแทนน้ำใจของเจ้า” พระราชาตรัส
วิชยะ พ่อค้าหนุ่ม ก็รู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของสุมังคะพราหมณ์เป็นอย่างยิ่ง เขาได้มอบทรัพย์สินจำนวนหนึ่งให้แก่สุมังคะพราหมณ์เป็นการตอบแทน
“ขอบคุณท่านสุมังคะอีกครั้ง ข้าพเจ้าจะไม่มีวันลืมบุญคุณครั้งนี้” วิชยะกล่าว
สุมังคะพราหมณ์รับทรัพย์สินนั้นไว้ด้วยความเต็มใจ
หลังจากนั้น พระราชาและคณะก็เดินทางกลับพระนคร สุมังคะพราหมณ์ก็กลับไปทำหน้าที่ที่ปรึกษาของพระราชาเช่นเดิม
วันเวลาผ่านไปไม่นาน สุมังคะพราหมณ์ก็เริ่มมีอาการป่วยอย่างหนัก หมอบรักษาก็ไม่หาย
“ท่านสุมังคะ ท่านมีอะไรที่ยังกังวลใจอยู่หรือไม่?” พระราชาตรัสถามด้วยความเป็นห่วง
สุมังคะพราหมณ์ค่อยๆ ตอบ “ข้าพระองค์… ข้าพระองค์… รู้สึกผิด… ต่อ… พระราชา…”
“ผิดเรื่องใดกัน?” พระราชาทรงสงสัย
“เมื่อครั้งที่ข้าพระองค์… ได้ช่วยพ่อค้าวิชยะ… ข้าพระองค์… ได้รับทรัพย์สิน… จากเขา… มา…” สุมังคะพราหมณ์อธิบาย
“แล้ว?” พระราชาทรงถาม
“แต่… ข้าพระองค์… มิได้นำ… ทรัพย์สินนั้น… ไปถวาย… พระราชา… ตามธรรมเนียม… กลับ… เก็บไว้… ใช้เอง…” สุมังคะพราหมณ์กล่าวด้วยความรู้สึกผิด
พระราชาทรงทราบเรื่องราวก็ทรงเข้าใจ “อ้อ ที่แท้ก็เรื่องนี้เอง”
“ข้าพระองค์… รู้สึก… ผิดบาป… ต่อ… พระองค์… มาตลอด… ความป่วยไข้… นี้… คงเป็น… ผลจาก… กรรม…” สุมังคะพราหมณ์กล่าว
“ไม่ต้องกังวลไป สุมังคะ” พระราชาตรัส “เราไม่เคยถือสาเรื่องทรัพย์สินเหล่านั้นเลย เราเห็นคุณค่าในความกล้าหาญและจิตใจของเจ้ามากกว่า”
“แต่… ความรู้สึกผิด… มัน…” สุมังคะพราหมณ์ยังคงรู้สึกไม่สบายใจ
“หากเจ้าสบายใจที่จะนำทรัพย์สินนั้นมาถวาย ก็จงทำเถิด” พระราชาตรัส
สุมังคะพราหมณ์จึงสั่งให้คนไปนำทรัพย์สินที่เขาได้รับจากวิชยะมาถวายพระราชาทั้งหมด เมื่อพระราชาทรงรับทรัพย์สินนั้นแล้ว สุมังคะพราหมณ์ก็รู้สึกสบายใจขึ้นอย่างมาก อาการป่วยของเขาก็เริ่มทุเลาลง
“ขอบคุณ… พระองค์… ที่ทรง… เข้าใจ…” สุมังคะพราหมณ์กล่าว
พระราชาทรงดูแลสุมังคะพราหมณ์อย่างใกล้ชิด และในที่สุด สุมังคะพราหมณ์ก็หายจากอาการป่วย และกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์
นับแต่นั้นมา สุมังคะพราหมณ์ก็เป็นผู้ที่ตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรมมากยิ่งขึ้น เขาตระหนักดีว่า การทำความดีนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การกระทำ แต่คือการดำรงตนอยู่ในความถูกต้อง และการไม่ปล่อยให้ความรู้สึกผิดหรือความโลภเข้ามาครอบงำจิตใจ
เรื่องราวของสุมังคะพราหมณ์ จึงเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการรักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ และการยอมรับผิดเมื่อกระทำผิดพลาดไป
— In-Article Ad —
การทำความดีคือการช่วยเหลือผู้อื่นด้วยใจที่กล้าหาญและเสียสละ แต่หากการกระทำนั้นแฝงด้วยความเห็นแก่ตัวหรือความโลภ ย่อมนำมาซึ่งความทุกข์ใจ การยอมรับความผิดพลาดและแก้ไข ย่อมนำมาซึ่งความสงบสุข
บารมีที่บำเพ็ญ: เมตตา, วิริยะ, สัจจะ
— Ad Space (728x90) —
451ทสกนิบาตมหาสุมังคชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรและผู้คนมากมี พระราชาผู้ท...
💡 ความโกรธเปรียบเสมือนไฟที่เผาผลาญทุกสิ่ง แม้แต่ตัวผู้โกรธเอง การควบคุมอารมณ์โทสะเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการดำรงชีวิตและการปกครอง
81เอกนิบาตสักกปัญหชาดก ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงราชคฤห์อันรุ่งเรือง แคว้นมคธ มีเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์เกิดขึ้น เป็...
💡 ความสุขและความทุกข์ล้วนเกิดจากจิตใจของตนเอง การยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ย่อมนำมาซึ่งทุกข์ การละวางซึ่งตัณหา และการดำเนินชีวิตตามอริยมรรคมีองค์ 8 คือหนทางสู่การดับทุกข์โดยแท้
181ทุกนิบาตปาสูริยชาดก (เรื่องนก) ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในยุคที่พระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายตายเกิดเป็นนกกาเหว่าผู้ป...
💡 ความเห็นแก่ตัวและความโลภย่อมนำมาซึ่งภัยพิบัติ
5เอกนิบาตสัตตบุรุษชาดกในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ มีเมืองสำคัญนามว่า ราชคฤห์ อันเป็นที่อยู่ของกษัตริย...
💡 การพิจารณาบุคคลด้วยปัญญาและการเลือกคบคนดี นำมาซึ่งความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรือง.
3เอกนิบาตสุวัณณสามชาดกณ ป่าสีวลีอันร่มรื่น ใกล้กับกรุงพาราณสี มีฤาษีตนหนึ่งนามว่า สุวัณณสาม ฤาษีตนนี้ได้บำเพ็...
💡 การบำเพ็ญศีล ความเมตตา และการให้อภัย นำมาซึ่งผลอันประเสริฐ
243ทุกนิบาตพิลักขชาดกครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ เมืองสาวัตถี มีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อว่า พิลักขะ ซึ่งหมายถึง 'ผู้มีขนดก...
💡 ความตระหนี่เป็นกิเลสที่นำไปสู่อบายภูมิ การทำบุญให้ทานด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์และเลื่อมใส ย่อมได้รับผลบุญอันยิ่งใหญ่ และสามารถช่วยบรรเทาโทษจากกรรมเก่าได้
— Multiplex Ad —